ฉบับที่ 4 กุมภาพันธ์ 2530 "อะไรๆ กับ" แทรกเตอร์สีชมพู

ครั้งแรกที่เราบอกเขาว่า ไปยาลใหญ่ฉบับนี้ จะทำ "อะไรๆ กับ นิติพงษ์ ห่อนาค" ก็ได้ยินเสียงหัวเราะมาตามสายพร้อมกับเสียงพูดว่า "เอากันเองง่ายๆ ยังงี้แหละนะ" ...ก็คนกันเองคนนี้ น่ารู้จักออกนี่นา ใครจะคิดบ้างเล่าว่า ผู้ชายคนนี้ นอกจากจะเป็นหัวหน้าวงดนตรีที่เขาว่าอารมณ์ดี เป็นนักแต่งเพลง ให้คนอื่นร้องโด่งดังไปหลายเพลง แล้วยังเป็นนักรัก (ผู้ยิ่งใหญ่) อีกด้วย คุณไม่เชื่อใช่ไหม ไม่เชื่อก็ต้องอ่านแล้วล่ะ...

  • อยากให้พี่ดี้เล่าถึงตอนเกิด

    เกิดที่ลพบุรี บ้านเลขที่ 40 ถนนวิชาเยนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

  • เกิดที่บ้าน?

    ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าเกิดที่ไหน เลวจริงๆ เลยตอนนั้น (พร้อมกับทำหน้าสำนึกผิดจริงๆ) ออกมาไม่ทันดูตาม้าตาเรือก็ออกมาเลย ไม่ทันดูด้วยว่าที่ไหน (หัวเราะอย่างอารมณ์ดีตลอดเวลาทีเดียว) พี่เป็นคนที่ 8 ตอนนั้นพี่ชายคนโตยี่สิบกว่าแล้ว รู้สึกว่าเค้าอยู่ปี 1 จุฬาฯ… ใช้ได้ทีเดียว พ่อแม่ใช้ได้

  • พี่เป็นเด็กยังไงคะ

    ตอนเด็กๆ ซน ขี้เล่น แต่ตัวเล็กกว่าเค้านะ ถูกแกล้งเอาบ่อยๆ ตอนนั้นที่บ้านพี่บ้านเดียวที่มีทีวี บ้านอื่นนี่ไม่มี พากันมาดูที่บ้านพี่ ก็โอ้โห… ยืด พอตอนหลังฐานะเริ่มแย่ลง พี่น้องก็เยอะขึ้น ทีวีก็เลยเอาไปแก้บ่อย พ่อบอกทีวีเอาไปแก้ แต่พี่สาวกระซิบว่า… เอาไปแก้ขัด (หัวเราะ) ตอนนั้นก็เริ่มจนลง… จนลง ของเล่นอะไรก็ไม่มี ไปดูเพื่อนเล่น ยืนน้ำลายไหลดูเค้าเล่นคอปเตอร์ เล่นอะไรกัน ต้องบอก… ขอเล่นมั่ง ขอเล่นมั่ง ให้ทำอะไรก็ได้ ขอเล่นมั่ง… เค้าก็ไม่ยอมให้เล่น

  • ถูกแกล้งบ่อยสิ

    เป็นลูกไล่เค้าเลยแหละ แต่ว่าเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดในละแวกนั้นเลยนะ (สีหน้าภูมิใจนิดๆ เมื่อพูดถึง) เพราะผู้ใหญ่เค้าชอบเรียก ให้ไปอ่านหนังสือให้ฟัง เพราะเราอ่านหนังสือได้เป็นคนแรกของรุ่นเลย พออ่านจบบทนึง เค้าก็ให้เงินบาทนึง

  • นี่ก็เป็นรายได้ครั้งแรกในชีวิตสิ

    เออ… ใช่นะ ตอนนั้นราวๆ 4-5 ขวบนี่แหละ

  • แล้วเด็กอื่นๆ นี่เค้าหาเงินยังไงกัน

    อืมม์… เป็นมือปืนรับจ้างมั้ง… บ้า ใครจะไปรู้

  • พอหาเงินได้แล้วเป็นที่อิจฉาแก่เด็กทั่วไปในหมู่บ้านมั้ย

    ไม่หรอก เพราะเรามันลูกคนจน ข้างๆ บ้านนี่ลูกคนรวย เด็กขาว (สำเนียงประชดประชันนิดๆ พอให้จับได้)

  • ตอนเด็กนี่เรียนหนังสือที่ไหน

    ตอนเด็กเลยเรียนที่บ้าน พ่อสอน พ่อเป็นครูเก่าแต่ลาออกก่อน ก็สอนหนังสือให้กับลูก สอนตั้งแต่มูลบทเลย ตี…ไม่ให้ไปเล่น ตี ต้องอ่านให้ได้ไม่งั้นตี ก็อ่านๆๆๆ อ่านได้ก็ปล่อยไปเล่น สักเดี๋ยวก็เรียกมาอ่านอีก พอไปเข้าโรงเรียนก็ขอครูเรียน ป.2 เลย แล้วตอนหลังจะรู้ว่า อายุน้อยตั้งแต่ตอนต้น มีผลยังไงต่อการศึกษา เพราะตอนปลายนี่ทดซะเละเลย

  • ตอนเด็กๆ ถูกล้อว่าอะไรบ้าง

    ถูกล้อเรื่องเกี่ยวกับตา ตอนนั้นมีปัญหาเรื่องตา ตอนสัก 5 ขวบนี่แหละ คือข้างๆ บ้านนี่เป็นที่จอดรถ บขส. เราก็เล่นวิ่งขึ้นวิ่งลงบนรถ กับพี่ชายคนที่ 4 ตอนนี้เค้ายังรู้สึก guilty อยู่เลยนะ เค้าวิ่งถือเหล็กที่เกี่ยวประตูตึกน่ะ มันเป็นขอๆ เราก็วิ่งขึ้นไป เค้าก็วิ่งลงมา สวนกัน ไอ้เหล็กมันก็ทิ่มตาเรา พอทิ่มโป๊ก เราก็กระพริบตา สักพักก็มีเลือดไหล เราก็ร้องไห้ใหญ่เลย คืนนั้นเลยต้องส่งไปโรงพยาบาลจุฬาฯ ต้องผ่าตัด เสร็จแล้วก็พอมองเห็นได้ แต่มันลางมาก เพราะว่าแผลนี่ใกล้ตาดำ แม่นมาก... แม่นยำจริงๆ จากนั้นยังไม่พอนะ พอหายแล้วก็มาเล่นกับเพื่อนอีก เล่นร่มชูชีพกัน ที่เป็นผ้าแล้วมีหินอยู่ข้างใน ขว้างแล้วจะกางเป็นร่มลอยลงมา แต่ของพี่นี่ทำเป็นผ้า สวยเชียวแหละ เพื่อนมันเห็นก็วิ่งมาขอเล่นด้วย... ก็ไม่ให้เล่น พอไม่ให้เล่นมันก็โมโหใหญ่ เอาหินเนี่ยขว้างร่มที่อยู่บนอากาศ แต่หินนี่ดันลอยมาถูกตาเรา... คราวนี้เจ็บดิ้นพราดตรงนั้นเลย แล้วก็ชักมองอะไรไม่เห็นแล้ว ตาชักฝ่อลง ฝ่อลง

    ยังมีอีกนะ คราวนี้ไปเที่ยวบ้านยาย เป็นบ้านเรือนไทย อยู่ริมน้ำ ก็มีรั้วนอกชานเป็นลูกกรง กว้างพอที่จะให้เด็ก 8 ขวบเอาหัวรอดไปได้ เราก็มานั่งมองเรือวิ่งไปวิ่งมา พอดีหมาใต้ถุนนี่มันเห่าหนวกหู ลูกของลุงที่เป็นพี่นี่ เค้าก็รำคาญ คว้าไม้มาขว้างหมา ไอ้ไม้นี่ก็ลอยเป็น มุมเบอแรงมาเลย มาถูกตาเรา เราก็ซวยโดนครบสามอย่างแล้ว ตาข้างซ้ายก็เลยโมฆะไป ต้องใส่ตาปลอม ซึ่งเป็นตาพลาสติกอยู่ตลอด

  • แล้วแว่นตาล่ะคะ

    แว่นนี่ใส่เพื่อปิดบังความแตกต่างของตาเรา แล้วก็กันฝุ่นละอองด้วย มีประสบการณ์เรื่องแว่นตาอีกเรื่อง ตาเราเสีย เราก็เลยใส่แว่นดำไปเลย ครูก็เรียกถามว่า... ใส่แว่นดำทำไม... ตาเจ็บครับ... ตาเจ็บก็หาอะไรมาปิด ไม่ให้ใส่แว่นดำ ถอดออก... เราก็ถอดออก มันก็เป็นตาว่างๆ ของเรา ไม่มีตา ครูเลยใบ้ไปเลย... ใส่ได้ O.K. แว่นดำก็ใส่ได้ (หัวเราะ)

  • เรียนจบ ม.ศ. 5 ที่ลพบุรีหรือคะ

    ฮื่อ... แล้วก็เข้ามาต่อที่กรุงเทพฯ พี่ชายคนโตเป็นสถาปนิก แล้วเราก็รู้สึกว่าเค้ามีบุคลิกดี เท่ อยากเรียนสถาปัตย์บ้าง ทั้งที่ยังไม่รู้แจ่มแจ้ง ว่าเรียนอะไร รู้แต่ว่าสร้างบ้าน ทีนี้จะเข้าถาปัดจุฬา ก็เกรงบารมีเค้า เรามันเด็กบ้านนอก เลยเลือกอันดับ 1 เทคโนโลยีพระจอมเกล้า แต่เรียนแล้วปรากฏทนไม่ไหว เพราะธรรมชาติของเรากับนักศึกษาเทคโนฯ ไม่ตรงกัน สรุปได้ว่าเค้าต้องขยัน แล้วเรามันขี้เกียจ (หัวเราะ)

    เรียนมาถึงปลายปี 1 เราขี้เกียจ ไม่ส่งงานไป 30 กว่าชิ้น แล้วงานชิ้นสุดท้ายเป็นโปรเจคปลายปี ทำเป็น Model เราก็ทำเสร็จแล้ว เอาขึ้นรถเมล์มา ก็ค่อยๆ ถูกคนเบียด ไอ้นั่นบี้ ไอ้นี่หล่น ยับๆ ไป เราก็ค่อยๆ เก็บมาต่อจนรู้สึกว่า จะระเบิดแล้ว ทนไม่ไหว พอมาถึงที่สถาบัน ก็เอาวางกับพื้นแล้วเรียกเพื่อนมาดู ก็กระทืบๆ ให้มันดู แล้วเดินไปบอกอาจารย์ที่ปรึกษาว่า อาจารย์ครับ ผมขอลาออก อาจารย์ก็บอก เออ... จะไปไหนก็ไปเถอะ

  • เลยรอเอ็นทรานซ์อีกปีหรือคะ

    เอ็นฯ อีกปี คราวนี้เลือกสถาปัตย์ จุฬาฯ อันดับหนึ่งเลย ไม่กลัวแล้ว แล้วก็เข้าได้สมใจ ดีใจที่ได้เรียนที่นี่

  • ชีวิตในถาปัดเป็นยังไงบ้างคะ

    ได้เรียนรู้สึกว่า ถูกกับนิสัยธรรมชาติมากเลย แล้วได้เรียนสิ่งที่อยากเรียนด้วยเลยดี เรียนซะ 6 ปีครึ่ง รวมที่เทคโนฯ อีกเป็น 7 ปีครึ่ง นี่ไง พี่ถึงบอกว่าตอนปลายนี่ทดซะเละเลย ตอนเรียนนี่มีทุกเกรดเลย จะเอาอะไรล่ะ ถ้าวิชาไหนสนใจก็จะได้ A นอกนั้นก็มีหมด A B C D F I W

  • ไม่ค่อยได้เรียนกันหรือคะ

    ฮื่อ... ทั้งกลุ่มแหละนะ มีไอ้อั๋น ไอ้จิก ไอ้ตั้ว ไอ้เจี๊ยบ มีเพื่อนอีกสิบกว่าคน มาแล้วก็มานั่งแหมะกันที่โรงอาหาร ไม่ค่อยเรียน ยิ่งวิชา 8 โมงนี่ไม่เคยเห็น บางวิชาเรียนชั่วโมงเดียว เรียนครั้งเดียวแล้วก็เลิกไปเลย เราขยันที่จะทำละครมากกว่า คือเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ก็อยากที่จะทำอะไรสนุกๆ มากกว่า ตอนนั้นทำวงดนตรีลูกทุ่ง แล้วพี่เป็นหัวหน้าวงลูกทุ่งถาปัดอยู่ 2-3 ปี ก็สร้างความฮือฮาได้อีกครั้ง... นิดหน่อย...

  • พี่ดี้ไว้ผมยาวกับเขาด้วยรึเปล่าคะ

    มันก็ยาวด้วยกันทั้งนั้นแหละ ผมยาว สกปรก น้ำท่าไม่ค่อยอาบ โดยเฉพาะไอ้ตั้ว (ศรัญญู วงศ์กระจ่าง) นี่แหละ มีอยู่ครั้งนึง ไปนอนบ้านตั้ว ซึ่งอยู่สุดสายรถเมล์สาย 4 ตลาดพลู ตอนเช้าก็นั่งรถกันมา 7-8 คน ขึ้นต้นสาย นั่งชิดหน้าต่างกันเพียบ ไม่มีใครนั่งคู่เลย เพราะว่าทางที่ผ่านก็ต้องมียายซิ้ม มีอะไรขึ้นมาแล้วขี้เกียจลุก เพราะฉะนั้นเราจึงนั่งชิดหน้าต่างขวาเพียบ... แล้วหลับ หลับมาจนถึงสามย่าน บางคนก็หลับเลยไปถึงคลองเตยบ่อยเลย บางทีนั่งหลับ มีคนท้องโหนมา แทนที่จะลุกให้นั่ง กลับไปนอนพิงท้องเขาอีก ต้องไปปลุกมัน ทุเรศทุรัง เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น

  • ทำละครด้วยรึเปล่า

    ขยันทำกันนักล่ะไอ้ละครเนี่ย ทำมาตลอดจนเรื่องหลังๆ เปลี่ยนไปทำดนตรีประกอบมากกว่า สมัยนั้นเละๆ ไม่ค่อยเรียน ฝีมือดีกลุ่มนี้ แต่เรียนไม่ดีสักคนเดียว

  • ชื่อดี้นี่เป็นชื่อเล่นจริงๆ เลยหรือคะ

    ไม่... อยู่บ้านชื่อเล็ก ดี้นี่มาจากเทคโนฯ คือเขาจะไม่เอาชื่อเล่นจริงๆ มาเรียกกัน ตั้งชื่อเล่นกันใหม่ โดยตั้งกันที่หน้าประชุมเชียร์ พี่นี่ตัวดำ... เอ้าชื่ออีดี้ อามิน แล้วก็ขึ้นไปพรีเซนท์ตัวเอง ว่าทำไมถึงชื่อ อีดี้ อามิน พอมาจุฬาฯ ก้ออยากจะชื่อเล็กนะ แต่พอเข้ามา โอ้โฮ... เล็กเพียบเลย พอเค้าประชุมเชียร์น้องใหม่ พี่ตา ปัญญา พอเห็นหน้าพี่เขาก็เรียก.. อีดี้ อามิน มานี่ๆ ..พี่ก็เอ๊ะ.. ทำไมเขาใจตรงกันเลยวะ พี่ก็ขึ้นไป แล้วจะเล่นมุขด้วย พอเค้าถามว่าชื่ออะไร ก็บอกชื่อ ดี้ ครับ คนก็เฮ หลังจากนั้นก็ชื่อดี้ตลอด แก้ไม่ได้

  • แต่งเพลงครั้งแรกเมื่อไหร่คะ

    ประมาณตอนอยู่ปี 4 แต่งให้กับหนังเรื่องวัยระเริง ของเปี๊ยก โปสเตอร์ เพลง "ดนตรีในดวงใจ"

  • ทำไมเขาถึงให้มาแต่งล่ะคะ

    เรื่องมันยาว คือที่กลุ่มนี่ตอนเรียนถาปัดแร่ดมาก แล้วพี่ตู้ (จรัสพงษ์ สุรัสวดี) เห็นว่าฝีมือดี ก็ชวนมาทำทีวี ชวนไอ้จิกคนแรก เขียนบทเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ ตอนหลังพี่ก็ตามๆ เข้ามา ประมาณ ปี 3 ปี 4 ตั้งแต่นั้นมาก็รู้จักคนโน้น คนนี้ รู้จักพี่เต๋อ เพลงหนังก็มาจากอาเปี๊ยก ผ่านมาทางพี่เต๋อ ผ่านมาทางไอ้จิก ให้มาเขียนดู มีหลายเพลงก็เลยแบ่งให้พี่เขียน ก็เลยเริ่มมาจากตรงนั้น

  • จากเพลงที่แต่งๆ มานี่ชอบเพลงอะไรมากที่สุด

    ชอบเพลงแรกมากที่สุด ส่วนหลังๆ นี่ แต่งเยอะ ความสนใจมันก็เลยน้อย แต่ก็ชอบแหละ งานที่ออกไปทุกชิ้นก็ชอบหมด แต่ชอบที่สุดคือเพลงแรก เพราะเขียนตั้งใจมาก

  • เวลาแต่งนี่ต้องบอกไหมคะ ว่าแต่งให้ใคร หรือพี่ดี้แต่งทิ้งๆ ไว้

    ไม่แต่งทิ้ง ต้องมี AIM ต้องรู้ว่าใครร้อง ต้องมีเรื่องราว

  • เวลาพี่แต่งเพลงนี่คิดภาพยังไงคะ คิดว่าเป็นตัวเองหรือว่าเป็นคนอื่น

    คิดภาพเป็นหนัง คือสมมุติว่าคนที่จะร้องเป็นนาย ก. ก็นึกภาพนาย ก. เป็นมิวสิควิดีโอ หรือเป็นหนัง แต่บางทีก็มีเหมือนกัน ที่เอาอารมณ์ตัวเอง ว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ส่วนใหญ่จะเหมือนดูหนัง แล้วคล้อยตามไป

  • แล้วรักปอนๆ นี่เอามาจากชีวิตตัวเองนิดๆ รึเปล่า

    ใช่นะ ไม่นิดเลย จังเบอร์เลย แล้วคำนี้เป็นคำที่คิดขึ้นมาเองเลย... รักปอนๆ และเป็นที่ตัวเองตั้งไว้ด้วย คือคนเราจะเอาอะไรกันมากมายล่ะ จะต้องมางอนกัน คบกับแฟนคือให้มาเป็นเพื่อนกันดีกว่า พูดอะไรก็พูด ไม่ชอบอะไรก็บอก มีเหตุผล ไม่ต้องอะไรมากมาย

  • แล้วแต่งเพลงเศร้าๆ นี่ต้องแต่งตอนอกหักมั้ย

    ไม่ได้ แต่งไม่ได้เลย ต้องนานๆ ไปถึงจะแต่งได้ คือเราต้องไม่รู้สึกกับมันจริงจัง แล้วตอนเศร้านี่ โอ๊ยเศร้า ไม่ได้เรื่องหรอก ถ้าตอนหายเศร้า เราจำได้ว่าเราเศร้านะ เป็นยังไง เขียนได้

  • เวลาแต่งเพลงให้ผู้หญิงร้อง อย่างนันทิดา หรือพี่แหวน พี่ดี้แทนความรู้สึกตัวเองเป็นผู้หญิงยังไง

    ก็เอาตรงนั้นแหละ เหมือนกัน

  • เอามาเปรียบกันได้ไหม ผู้หญิงอ่อนหวานกับเพลง

    ไม่ได้เลย พี่ว่าเรื่องผู้หญิงเป็นชีวิตจริง ไม่อยากให้มีอารมณ์อ่อนหวานอะไรมาก อยากให้เป็นเรื่องธรรมดา เป็นชีวิตจริงที่สุด แต่เพลงนี่ต้องออกมาสวย

  • แล้วให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่า

    เพลงมากกว่า แต่ที่จริงมันวัดกันไม่ได้หรอกนะ แต่พี่ให้ดนตรีมากกว่า เพราะพี่ชอบ

  • ให้พี่ดี้พูดถึงแฟนคนแรกหน่อยสิคะ

    อยู่ม.ศ. 4 ชอบผู้หญิง ม.ศ. 5 เขาสวยมาก ตอนนั้นชอบมาก สวย

  • แล้วทำยังไงคะ

    ทำอะไรไม่เป็นหร็อก... เขามองมา เราก็ยิ้มแหยๆ

  • งั้นเขาก็ไม่รู้สิ

    เขาก็ไม่ค่อยรู้ ทีนี้ตอนหลังมีเทศกาลปีใหม่อะไรนี่ ก็ซื้ออะไรไปให้ เขาก็รู้ บางทีก็ไปบ้านเขา เขาอารมณ์ไม่ดีก็บอก ...กลับเหอะ รำคาญ... หน้าแหกสมัยเด็กๆ เลย (หัวเราะ) ก่อนหน้านั้นก็เคยชอบอยู่อีกคนหนึ่ง อยู่ม.ศ. 4 เหมือนกัน ไม่มีใครรู้ มีแต่เพื่อนรู้อยู่คน สองคน เวลาเขานั่งตรงไหน ก็ตามไปนั่งข้างหลัง ขอแค่นี้ ไม่ได้แสดงอะไรมากมาย มีอยู่ครั้งนึงขอยืมสมุดเขาไปจดการบ้าน แล้วเขามีกระดาษทดอะไรไว้ ก็ฉีกออกมาเก็บเอาไว้ แค่นี้ก็ดีใจตายห่า

  • ตอนเรียนจุฬาฯ ชอบสาวคณะไหน

    ที่จริงตอนเรียนเทคโนฯ ก็มีนะ แต่ไม่ค่อยมีอะไรหรอก ชอบเขาก็เลยเทคแคร์ เขาก็บอกเขาไม่ชอบอย่างนี้ เออไม่ชอบก็ไม่ชอบ ก็อกหักนิดหน่อย เข้าจุฬาฯ ก็มีอีก เป็นเพื่อนในคณะ ปีเดียวกัน ชอบแต่ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาชอบเพื่อนเราอีกคนนึงอยู่ เห็นเขาเศร้าๆ เราก็สงสาร จนกระทั่งไปนั่งที่ป้ายรถเมล์ เขาคุยถึงผู้ชายคนที่เขาชอบ เราก็ต้องทนนั่งฟังด้วยอาการสงบเสงี่ยม กลายเป็นที่ปรึกษาไปเลย

  • แล้วหลังจากนั้นล่ะ

    จากนั้นเป็นเด็กอักษร เราไปเล่นละครที่อักษร ก็ไปกันทั้งกลุ่มนี่แหละ เผอิญเราเป็นคนชอบเล่นกีต้าร์ เราก็เล่น ก็มีคนมานั่งฟัง ก็มีคนนั้นอยู่ด้วย เขาเอาใจเก่ง เราเป็นเด็กบ้านนอก ไม่เคยมีใครมาเอาใจเรามากมาย มีแต่เราพยายามเอาใจ เขาก็เอาใจเรา อยากทานน้ำไหม เอาน้ำมาให้ ก็ดูดแก้วเดียวกัน มาคอยดูแล เล็บไม่ตัดนี่ เปื้อนอะไร แล้วก็มานั่งข้างๆ เรา เราก็เสร็จซิ เสร็จเลยเรา... แพ้ (หัวเราะ) ทีนี้เขาไม่ต้องเอาใจเราแล้ว เราทำทุกอย่าง ถ้าวันเกิดก็เขียนรูปให้ จนกระทั่งเขาบอกไม่มีอะไรนะ ไม่ได้ชอบ อะไรอย่างนั้น

  • ก็เลยเลิกกันไปเลยหรือ

    ไม่ ยังผูกพันกันอยู่มากๆ ทุกครั้งที่เขาทะเลาะกับแฟนเขา ก็มาเล่าให้เราฟัง เขาถือเราเป็นคนพิเศษคนนึง วันเกิดเรา ปีใหม่ ก็ยังมาหา เขาก็ดีต่อเรามาตลอด เป็นห่วงเป็นใย เป็นเพื่อนที่แสนดีกับเรามาก

  • พี่ดี้ชอบผู้หญิงตรงไหนคะ

    ไม่มีปรัชญาหรอก ใกล้ๆ ก็ชอบนะ ตอนคนนี้ก็เคยไปชอบคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่ได้ชอบจริงจัง

  • ผู้หญิงที่ชอบมาหลายๆ คนนี่ เหมือนกันบ้างไหม

    ไม่เหมือนกัน มีความประทับใจเท่านั้นเอง ช่วงนั้นชอบผู้หญิงด้วยความประทับใจอย่างเดียว ซึ่งตอนนั้นก็ผิด รู้ว่ารักคนด้วยการประทับใจนั้น ไม่ถูกต้อง หลักความจริงแล้วเขาก็คือคน ประทับใจคือการแสดงให้ประทับใจเท่านั้นเอง

  • แล้วผู้หญิงที่ชอบตอนนี้เป็นยังไงคะ

    ต้องเหมือนผ้าที่ถูกลมแล้วพลิ้ว งามได้แต่ไปตามลม ไม่กระด้าง สรุปไม่ได้นะ คือเป็นคนง่ายๆ ไม่ซีเรียส

  • เจอรึยัง?

    เจอแล้ว ไม่นึกว่าจะเจอด้วย เป็นผู้หญิงคนล่าสุด คือเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้ประทับใจเลย ในระยะต้นที่ผ่านๆ มา เห็นจะประทับใจ แต่พอคนนี้ผ่านเข้ามาเจอกัน รู้จักกันธรรมดา ถ้าคนที่ประทับใจมากๆ นี่อยู่ด้วยกัน จะมีความรู้สึกอึดอัดแล้ว จะคุยด้วยนี่ ต้องคอยกลัวเขาเบื่อ ต้องหาเรื่องมาคุย กับคนนี้ไม่เป็นนะ จะไปไหนก็ได้ เป็นคนที่ง่ายๆ พูดง่ายๆ คนที่จะมาเป็นเมียเราภายหน้า ถ้าเป็นตรงนี้ได้อย่างมีความสุข มันจะเป็นสิ่งที่ดีแค่ไหน

  • พี่ดี้เป็นคนง่ายๆ หรือคะ

    เป็นคนที่ไม่ค่อยมีระเบียบกฎเกณฑ์ ตัวเองอยากทำอะไรก็ทำ อาจจะผิดพลาดไปก็ช่างมัน ไม่เคยเก็บอะไรมาคิด คืออยู่อย่างง่ายๆ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้

  • อย่างพี่นี่เรียกว่าเป็นคนเจ้าชู้รึเปล่า

    ไม่ เพื่อนชอบว่าตรงนี้นะ ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตเยอะ หลายคน เขาไม่ชอบพี่จะให้ทำยังไงล่ะ ก็ต้องไปมีคนอื่น ไม่ใช่ว่าต้องไปมีสิ เจอคนอื่นก็สามารถชอบได้ แต่พี่ไม่เคยชอบผู้หญิงทีเดียวสองคนนะ ถ้าคนนี้ก็คนนี้ทีเดียวไปเลย พูดง่ายๆ คนปัจจุบันถือว่าเป็นแฟนคนแรกเลย

  • พี่ดี้ว่าผู้หญิงเดี๋ยวนี้เป็นยังไงบ้าง

    เดี๋ยวนี้รู้หมดแล้ว ผู้ชายพูดคำหยาบอะไรงี้รู้หมด ผู้ชายทำเป็นพูดมีเลศนัย ผู้หญิงก็รู้ ผู้หญิงเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว ผู้ชายก็ให้เกียรติมากขึ้นด้วย คือจะไม่ค่อยมีแล้ว ที่ผู้หญิงจะมาเดินตามผู้ชายต๊อกๆ แต่ก็ไม่ได้ไปสองคนเท่ากันหรอกนะ ยังไงก็ตาม พี่ว่าใครรู้เรื่องไหนมาก ก็ให้คนนั้นเป็นคนตัดสินใจดีกว่า

  • แล้วเรื่องสิทธิสตรีล่ะคะ

    การเรียกร้องสิทธิสตรี เป็นเรื่องของคนที่ไม่มีสิทธิ์ ผู้หญิงที่มาเรียกร้อง แสดงว่าไม่มีสิทธิ์

  • เห็นด้วยมั้ยคะ

    เห็นด้วยมั้ย ไม่รู้ล่ะ แต่คนที่เรียกร้อง แสดงว่าเป็นคนไม่มีสิทธิ์ แสดงว่าลดตัวเองลงไป สู้อยู่นิ่งๆ ไม่เรียกร้อง ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วคนอื่นก็จะเห็นเองแหละ...

'พี่ดี้' จบบทสัมภาษณ์ของเราในเรื่องที่เกี่ยวกับเพลงและผู้หญิง (ที่เขาคุ้นเคยทั้ง 2 อย่าง) อ่านถึงบรรทัดนี้ คุณว่า 'คนกันเอง' ของเราคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง... น่าสนใจขึ้นบ้างไหม

^ กลับด้านบน ^



ไกรภพ จันทร์ดี

ชื่อนี้คงไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า 'กบ ไมโคร' คงจะรู้จักกันมากว่า กบเป็นคนร้องเพลง 'รักปอนๆ' ของพี่ดี้ จนวัยรุ่นตอนนี้ เป็นโรครักปอนๆ กันหมดแล้ว

"ผมเห็นพี่ดี้เป็นผู้ชายที่น่ารักคนนึง เป็นคนตรงไปตรงมา มักจะพูดอะไรตรงๆ ถึงจะไม่ใช่คนหวาน แต่ก็จริงใจดี

'รักปอนๆ' นี่ผมว่า พี่ดี้เค้าอาจแต่งโดยคิดถึงตัวเค้าเองมั้ง แล้วผมร้อง ผมก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยเหมือนกัน (หัวเราะ) แฟนพี่ดี้ ผมว่าน่าจะเป็นผู้หญิงเรียบๆ ไม่ปอนๆ นะ ธรรมดาๆ เที่ยวเธคบ้างเล็กน้อย พอสนุกๆ ไม่บ่อย และต้องเป็นคนที่ สานต่อความคิดของพี่ดี้ได้

ชื่อ 'ดี้' นี่น่าจะมาจาก 'บอดี้' นะ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ผมว่าน่าจะมาจากบอดี้นี่แหละ ดีที่สุด ชื่ออื่นนี่น่าจะให้ชื่อ 'ใส' มาจาก 'หัวใส' ไม่ว่าจะเป็นหัวจริง หรือความคิด ใสหมด"


 


ภูษิต ไล้ทอง

หนึ่งในสมาชิกศิลปินอารมณ์ดี ฟังเขาพูดถึงหัวหน้าวงของเขาเอง

"พี่รู้จักกับพี่ดี้มานานแล้ว 7 ปีแล้ว แต่ว่ามาสนิทกันซัก 11 เดือนได้ ตอนอยู่ เฉลียง ดี้เป็นผู้ชายที่... ดำ (น้ำเสียงหนักแน่นมาก) แล้วก็ค่อนข้างฉลาด และเป็นบ้านนอกดี ดี้เป็นคนที่มีเสน่ห์นะ มักจะพูดคำคม ติดตลก ทำให้คนใกล้เคียงมีความสุขได้ เป็นคนที่มุขตลกไม่มีหมด อย่างอารมณ์ดีๆ เนี่ย ดี้ก็จะร้องเพลง ...มีเพียงหาดทราย สายลมและเขาทราย... (พี่แต๋งฮำเพลงให้ฟัง พอสังเขป) คือเค้าเป็นคนไม่ซีเรียส ทำอะไรสบายๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องงานนี่ จะตั้งใจทำนะ

ดี้เป็นคนรักคนง่าย แต่ก็ไม่เชิงใจง่ายนะ เพราะว่ามักจะรักจริงๆ จนบางทีก็โดนต้มตุ๋น คือผู้หญิงนี่ ไม่รู้ว่ารักตอบรึเปล่า ดี้มักจะคิดว่า ตัวเองไม่มีเสน่ห์ ผิวดำ รูปไม่หล่อ อะไรอย่างนี้ แต่จริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น พี่ว่าพี่ดี้เป็นคนมีเสน่ห์มาก

เพลงที่พี่ดี้แต่งนี่ ชอบเพลงที่แต่งให้นันทิดานะ เพลง 'ฟัายังมองเรา' เพลงอื่นๆ ก็ชอบนะ แต่ไม่อยากชมมาก เดี๋ยวมันจะเหลิง

ที่จริงมันไม่น่าชื่อดี้นะ น่าจะชื่อไอ้ถึก ดูเป็นไทยดี ดี้นี่มันดูเป็นฝรั่งไป ส่วนชื่อจริงนี่ น่าจะชื่อถนอม หรือไม่ก็ประสงค์ จะสมตัวมากกว่า ชื่อนิติพงษ์นี่ ดูหล่อไป

ดี้เป็นคนขี้เหนียวนะ... ขี้เหนียวความประหยัด!? คือไม่ค่อยประหยัด มักตัดความรำคาญด้วยเงิน เป็นคนใจดี อันนี้สังเกตเห็นบ่อยนะ"


 


นันทิดา แก้วบัวสาย

นักร้องสาว เสียงสวย เจ้าของเพลงเพราะ... บอกหน่อยได้ไหม... บอกถึงพี่ดี้มาว่า...

"พี่ดี้เป็นผู้ชายที่เก่ง ใจดี เท่าที่เคยรู้จักกันมา ตั้งแต่ชุด นันทิดา 27 พี่ดี้นี่ช่วยพี่มาตลอดเลย เอ้อ.. ที่จริงก็รุ่นเดียวกันแหละนะ แต่เรียกพี่ดี้มาตลอด ก็เลยพี่ดี้... พี่ดี้ตามเค้ามา

พี่ดี้เป็นคนร่าเริง สนุกสนานนะ แต่ว่าแต่งเพลงโรแมนติคได้ดีมากเลย ตอนที่แต่งเพลงนี่ ก็มักจะมาเจอกัน มาคุยกัน สัพเพเหระไปเรื่อย จับประเด็นไม่ได้ พี่มีอะไรก็มาเล่าให้เค้าฟัง แล้วพี่ดี้เค้าก็เอาพวกเนี้ย ไปแต่งเป็นเพลงเอง เท่าที่พี่ดี้แต่งให้นี่ชอบ "ฟ้ายังมองเรา" มากที่สุดเลย ชอบมาก ความหมายมันดีน่ะจ้ะ

รู้จักพี่ดี้มาก็มีความรู้สึกว่า เรามีเพื่อน มีพี่ ที่ดีคนนึง ในฐานะที่เรารู้จักเค้าว่า เค้าเป็นคนแต่งเพลง เป็นคนผ่านให้ผู้ฟังได้รู้จักเรา อยากจะบอกว่า ศิลปินผู้นี้... ขอเรียกว่าศิลปินเลยนะ... ศิลปินผู้นี้ เป็นศิลปินที่ยอดเยี่ยม อยากให้ศิลปินผู้นี้ อยู่เป็นคนข้างเคียงเรานานๆ"


 


สมชาย (โค้ก) เปรมประภาพงศ์

เพื่อนรักเพื่อนเกลอ ตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่นอยู่ถาปัด จุฬาฯ

"ดี้เค้าเป็นที่รักของเพื่อนๆ นะ คอยห้ามเพื่อนๆ กินเหล้า แต่พอตอนปีสองนี่ เป็นคนชวนเพื่อนๆ กินเหล้า (หัวเราะ) แล้วก็เรียนเก่ง แต่ไม่ค่อยแสดงออก ฝีมือดี วาดรูปเก่ง วาดรูปได้เหมือนกว่าตัวจริง ชอบวาดรูปผู้หญิงที่ตัวเองชอบ

ถ้านึกถึงดี้เนี่ยนะ ก็จะคิดถึงเพลง เค้าเป็นคนที่มีดนตรีในหัวใจเลยนะ ถ้ามีเค้า เวลาไปเที่ยวที่ไหนนี่ จะต้องสนุก เค้าจะเป็นคนเล่นกีตาร์ แล้วก็จะเล่นเพลง Yesterday เพลงนี้จะเซียนมากเลย เพลงของดี้นี่ ส่วนมากพี่เค้าจะเอามา จากตัวเค้าเองนะ เค้าคิดอะไร ก็บอกออกไปอย่างนั้น แต่ว่าจะเรียบเรียงได้ดี สำนวนง่ายๆ เพลงเค้า พี่ชอบเพลง สองเรา... สองเราไงล่ะ ก็เพลงไปไหนก็ไปกันสองคน ที่พี่เจี๊ยบร้องน่ะ... (ถูกท้วงว่า ชื่อเพลง ถ้าโลกนี้มีเราเพียงสองคน ต่างหาก) เออ... นั่นแหละ สองคนไงล่ะ พี่ชอบนะ (ก็ยังผิดอีกนั่นแหละ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ต่างหาก แต่ไม่กล้าท้วงอีก)

ผู้หญิงของดี้ น่าจะอายุน้อยกว่าเค้านะ เป็นผู้หญิงที่ไม่เรื่องมาก คุยกับเค้าได้รู้เรื่อง ไม่ต้องพูดอะไรกันมากก็ได้นะ อาจจะนั่งกันเฉยๆ ไม่ต้องพูดก็ได้ แต่อยู่แล้วไม่รู้สึกอึดอัด สบายๆ

ตอนเรียนเคยไปเที่ยวกัน เล่นกีตาร์ ดี้เค้านั่งบนขอบเก้าอี้ แล้วหัวทิ่มลงไป หัวแตกด้วยนะ แต่ก็กลัวเสียฟอร์ม เล่นต่อ เพื่อนๆ เลยเรียก 'หัวถลอก เสือขบ' "



^ กลับด้านบน ^




ฉันได้แต่แอบเธอ...
หลบเธอ... ซ่อนเธอ...
...ได้แต่อยากให้เธอรู้... ฉันอยู่ตรงนี้
แต่ไม่อยากให้เธอเจอ
ฉันจะรอเวลา... เฝ้ารอให้เธอมา
...จะได้แปะเธอ...

สฤทัยฯ