ฉบับที่ 36 มีนาคม 2533 "งานมืองานหัว" บินหลา สันกาลาคีรี

คุณๆ ที่เคยดูละครเวทีของสำนักศิษย์สะดือ คงจำเด็กผู้หญิงที่ชื่อแป้มได้

สำหรับผู้ที่ไม่เคยดู ผมอยากให้คุณได้รู้จักเธอ เด็กหญิงกะโปโล ผิวดำมัน รูปร่างล่ำบึ้ก เสียงแหบแห้งคนนี้ เธอมีบทบาทสำคัญในงานมืองานหัวของเรา

หลังจากละครเวี "บริษัทกำจัดฝัน" ลาโรงไปแล้ว แป้มก็ตกงาน เธอทำตัวเหงาเกินปรกติถึงสิบเท่า ร้อนถึงอุดม แต้พานิช หรือโน้ต ฝ่ายศิลป์ของไปยาลใหญ่ ต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือ โดยแกล้งๆ เอางานปะกระดาษ (เปเปอร์มาเชต์) ที่ทำไว้สารพัดแบบ เดินอวดเฉียดไปเฉียดมา เล่นเอาแป้มเห็นแล้วลืมเหงาไปถนัด

โน้ตเล่าว่า แม้ว่าชื่อเปเปอร์มาเชต์จะฟังออกเป็นฝรั่งเศสอยู่มาก แต่เขาเชื่อว่าคนไทยได้ทำศิลปะแขนงนี้ กันมานานแล้ว โดยอยู่ในรูปหมูออมสิน อย่างของป้าดา (รุจิดา ดะวิบูลย์ งานมืองานหัว ไปยาลใหญ่ ฉบับที่ 31) แต่คงเป็นเพราะยึดมั่นในรูปของหมูออมสินมากไป จนไม่ทำรูปอื่นๆ เลย

"มันเป็นงานสำหรับผ่อนคลายจริงๆ แป้มเองเค้าก็ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าจะทำได้ ผมเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ มีกระดาษ กาว และลวดสำหรับขึ้นโครง ใช้สีพลาสติกสีขาวทารองพื้น และแต่งด้วยสีโปสเตอร์" โน้ตคุยน้ำเสียงภูมิใจ

ก่อนที่แป้มจะเรียนจบหลักสูตร โน้ตก็ได้ลูกศิษย์ใหม่อีกคน คือสาวน้อย "รักษิตา" เธอทดลองทำไม่กี่ครั้ง ก็คลั่งไคล้จนจับจิต ด้วยเหตุผลที่ว่า "มีทีเด็ดตรงที่ถ้าทำไปแล้วมันไม่ตรงกับที่คิดไว้ ก็เปลี่ยนเป้าหมายได้ อย่างตัวแรกที่ทำ ตั้งใจจะปะให้เป็นรูปหมู แต่พอขึ้นโครงไปแล้วมันเหมือนควาย จึงทำเป็นควายเสียเลย"

"งานอย่างนี้ทำให้ใคร เขาก็ชอบ เพราะดูออกว่ามันผ่านกระบวนการ และความประณีตทางความคิดอย่างไรบ้าง ผมว่ามันเป็นความสุขที่ต้นทุนต่ำ และเป็นงานศิลปะที่คนระดับรัฐมนตรี ไม่มีโอกาสสัมผัสได้ง่ายๆ"

น้ำเสียงของโน้ตทรนง เหมือนนายกชาติชาย ขณะให้สัมภาษณ์ออกทีวี ยังไงยังงั้น