ฉบับที่ 43 พฤศจิกายน 2533 "เรื่องสั้น-สั้น" เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย



๑.

"ปึง..."

เสียงปิดประตูบ้าน ตามด้วยเสียงเลื่อนประตูรั้วเหล็กหน้าบ้าน ประสานกับสำเนียงรถญี่ปุ่นค่อนข้างมีอายุ ที่สตาร์ทอุ่นเครื่องอยู่สักครู่ แล้วจึงถอยออกจากบ้านไปนั้น ถนัดชัดเสียจนหญิงสาวซึ่งกำลังเร่งจัดการกับตัวเองอยู่ในห้องน้ำบ้านติดกัน ต้องเพิ่มความกระวีกระวาดมากขึ้น

"บ้านพี่ลีเค้าออกกันแล้ว... โอ๊ย สายอีกแล้ววันนี้"

'พี่ลี' เป็นเพื่อนบ้านที่ใช้รั้วและผนังบ้านด้านหนึ่งร่วมกันกับรักจันทร์ ตามปกติทั่วไปของบ้านแบบ 'ทาวน์เฮ้าส์' ที่เมื่อบางคราว บ้านข้างๆ ปิดประตูห้องน้ำดังไปหน่อย อีกบ้านก็อดชะเง้อมองเพื่อดูว่ามีใครเข้ามาในบ้านไม่ได้ หรือบางทีได้ยินเสียงออด ก็ต้องโผล่ออกมาดูพร้อมกันทั้งสามบ้าน ด้วยไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของบ้านตัวเองหรือเปล่า

พี่ลีแต่งงานแล้วและยังไม่มีลูก สามีพี่ลีก็คงอยู่ในรุ่นราวเดียวกัน เพราะรักจันทร์เคยได้ยินพี่ลีเรียกสามีว่า 'พจน์' เฉยๆ ทั้งคู่ทำงานอยู่บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท

นั่นคือ 'พี่ลี' ที่รักจันทร์รู้จักในระยะสองเดือนตั้งแต่เธอย้ายมาเช่าบ้านหลังนี้

 

๒.

"พี่คะ...พี่ โทษนะคะ" รักจันทร์ร้องเรียกเพื่อนบ้านสาวที่กำลังกวาดบ้านอยู่อย่างขะมักเขม้น

"ว่าไงคะ... มีอะไรเหรอคะ" เธอเดินถือไม้กวาดติดมือออกมา

"คือหนูเพิ่งย้ายมาใหม่น่ะค่ะ ขอรบกวนพี่หน่อยนะคะ ไม่ทราบว่าพี่มีกรรไกรตัดหญ้ามั้ยคะ"

"อ๋อ... มีค่ะมี เดี๋ยวพี่ไปดูให้นะ ไม่รู้แฟนพี่เค้าเก็บไว้ไหน... รอเดี๋ยวนะ"

หลังจากหยิบยืมกรรไกรตัดหญ้าคราวแรกนั้น อีกหลายวันทีเดียวกว่ารักจันทร์จะพบโอกาสเหมาะสำหรับการส่งคืน ด้วยโปรแกรมชีวิตที่คลาดกันไป สวนกันมาเสมอๆ อันเป็นธรรมดาของ 'คนเมืองหลวง' อีกนั่นเอง ขนาดอยู่บ้านเดียวกัน นอนเตียงเดียวกันแท้ๆ ยังต้องสื่อสารกันด้วย 'ช็อตโน้ต' แปะที่หน้ากระจก...

 

๓.

"หญ้ามันยาวเร้วเร็วนะพี่ลี เผลอแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ..."

"พอเห็นมันรกๆ ไอ้เราก็ทนไม่ได้ ถึงจะมีสนามหญ้าแค่หยิบมือเดียวนี่ก็เถอะ"

"ก็ยังดีนะคะที่มี จะได้เห็นอะไรเขียวๆ บ้าง อุ๊ย... พี่ลีนั่นต้นอะไรคะ สวยดี เพิ่งเอามาเหรอคะ"

"พจน์เค้าเอามาจากบ้านเพื่อนน่ะค่ะ ต้นอะไรน้า ชื่อฝรั่งๆ พี่ถามเค้าแล้วก็ลืม... เออ จันทร์อ่านข่าวตึกสร้างใหม่ถล่มรึเปล่า อยู่ติดๆ กับออฟฟิศพี่เลยนะ..."

ช่วงเวลาแห่งการไปขอยืมและคืนกรรไกรตัดหญ้า จึงมักจะยืดยาวเสมอด้วยว่าเธอและพี่ลีจะมีเรื่องมาคุยมาถามไถ่กันมากมาย ราวกับต่างคนก็เก็บสะสมเรื่องไว้รอโอกาสนี้โดยเฉพาะ อย่างน้อยก็ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไปนัก ในฐานะที่อยู่ใต้ผืนหลังคาบ้านเดียวกัน

แต่หลายหนหลายครั้งเข้า รักจันทร์ก็รู้สึกเกรงใจเหมือนกัน และตั้งใจว่าวันหยุดที่จะถึงนี้ จะเป็นฤกษ์ดีที่เธอจะได้ซื้อกรรไกรตัดหญ้า มาเป็นสมบัติของตัวเองเสียที จะได้ไม่ต้องไปรบกวนขอยืมพี่ลี ขณะที่เธอกำลังทานข้าวกับสามี กำลังดูทีวีเพลินๆ หรือกำลังวุ่นๆ อยู่ในครัว


๔.

ใกล้วันปิดงบประมาณของบริษัท งานบัญชีที่รักจันทร์รับผิดชอบอยู่ ก็ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นขึ้น บางทีตัวเลขที่ขาดหายไปเพียงสลึงเดียว ก็พาวันเวลาของรักจันทร์หายไปด้วยถึงสองวัน แต่เธอก็ชินเสียแล้วกับการค้นหาตามล่า ตัวเลขเศษสตางค์เจ้าปัญหาพวกนี้ ด้วยเหตุผลที่ต้องยอมจำนนว่ามันเป็น 'งาน' ของเธอ

กับพี่ลีในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ ต่างคนก็ได้แต่ส่งยิ้มสวนกันไปสวนกันมา เพราะไม่ใช่ปกติพฤติกรรมที่ใครคนใดคนหนึ่ง จะเดินเข้าไปคุยถึงในบ้านอีกฝ่าย โดยไม่มีธุระปะปังชักนำ

รักจันทร์รู้สึกถึงบทสนทนาที่ขาดหายไปในระยะหนึ่งเดือนเศษๆ นี้ได้ทุกครั้ง เมื่อหยิบกรรไกรตัดหญ้า ที่เธอเป็นเจ้าของเองออกมา...

"ขยันแต่เช้าเชียวนะคะ" พี่ลีร้องทักที่ข้างรั้ว ในมือมีด้ามไม้กวาดติดมา เหมือนว่ารีบร้อนจนไม่อยากรอให้งานที่กำลังทำ เสร็จสิ้นเสียก่อน

"มิน่าล่ะ... หมู่นี้ไม่เห็นมายืมพี่เลย ซื้อใหม่เหรอคะ"

พี่ลีถามเหมือนจะทักอุปกรณ์ชิ้นใหม่ของรักจันทร์ไปด้วย

"ยืมบ่อยๆ ก็เกรงใจน่ะคะ ความจริงตั้งใจจะซื้อ... จะซื้อตั้งนานแล้วล่ะพี่ แต่ก็จะ... จะอยู่นั่นแล้ว พอดีไปเจอมันเหมาะมือดีเลยเอาเลย"

"แหม... จะเกรงอกเกรงใจอะไรกันขนาดนั้น ยังไงก็คนบ้านติดกัน อันไหนหยิบยืมกันได้ก็ยืมกันไป จะเป็นไรละคะ ของพี่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่เลยนี่นะ... จันทร์เป็นไงบ้าง งานยุ่งเหรอคะ ไม่ค่อยเจอเลยพักนี้..."

บทสนทนาที่เคยเริ่มต้นด้วยเรื่องอะไรก็ได้ ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่กับคำทักถามว่า 'เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า' แล้วจึงค่อยโยงใยสานต่อไปเรื่องอื่นๆ ได้

ความสัมพันธ์ที่แม้จะไม่ลึกซึ้งอะไรสักเท่าไหร่ แต่ก็อุ่นใจและให้ความรู้สึก 'ดีๆ' ระหว่างกัน หากจะประเมินค่าก็คงลำบากไม่แพ้สิ่งอื่นๆ ที่เรามักจะพูดกันว่า 'หาค่ามิได้' นั่นกระมัง

'พี่ลี' ที่รักจันทร์เรียก เธอก็ไม่ได้ติดใจไต่สวนว่ามาจาก 'อารีย์' 'อัจฉรีย์' หรือ 'ลีลาวดี' หรือ 'มาลี' หรือ... อะไรไหนแน่ แต่ก็มีเรื่องราวอื่นมากมาย ที่ต่างฝ่ายหยิบยกมาเป็นสะพาน เพื่อส่งผ่านความรู้สึกดีๆ นั้น

 

๕.

"พี่ลีคะ... พี่ลี จันทร์ขอยืมกรรไกรตัดหญ้าหน่อยค่ะ ของจันทร์ดันเสียซะแล้ว..."

"....................................................................."

อุปกรณ์อันเหมาะมือที่ยังสลัดคราบความใหม่ออกไปไม่ถึงครึ่ง ถูกเก็บไว้ก้นกล่องด้านในสุดของตู้เก็บของหลังโต - - มันถูกลืมทิ้งไว้ในนั้น ทั้งที่ยังใช้การได้ดีอยู่...

 




ณ ริมขอบฟ้า
เทวดานั่งฉี่
หลายคนเร็วรี่
นั่งฉี่บนเมฆ
ฉี่ร่วงจากฟ้า
กลายมาเป็นฝน
ช่วยคนยากจน
เช่นพวกชาวนา
แต่บางทีฉี่มาก
น้ำฝนหลากไหลมา
ท่วมบ้านชาวนา
ยากจนเหมือนเดิม

เหลียง