ฉบับที่ 32 พฤศจิกายน 2532 "เรื่องสั้น-สั้น" เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย

ก้อนเมฆที่อุ้มน้ำฝนไว้จนหนักอึ้งลอยต่ำ ปุยสีเทาเข้มนั้นพองตัวป่อง คล้ายแก้มตุ่ยๆ ที่อมน้ำไว้จนเต็ม และพร้อมที่จะบ้วนออกมาได้ทุกเมื่อ

นอกจากเส้นสีสว่างวูบวาบที่บางเส้นลากยาว จนเหมือนจะแบ่งเส้นเขตแดนให้ท้องฟ้าทั้งสองฟากแล้ว มันยังอวดศักดา ด้วยเสียงคำรามฮึ่มฮั่มน่าเกรงขาม บางครั้ง เมื่อขีดเส้นสีสว่างวาบได้ความยาวเต็มที่เมื่อใด มันก็จะแผดเสียงตวาดเกรี้ยวกราดเอาเสียทีหนึ่ง... ไม่รู้เหมือนกันว่าโกรธแค้นอะไรกับโลกใบนี้นัก - - ฝนหลงฤดู - -

ทุ่งนั่งนึกค่อนธรรมชาติมาตั้งแต่ฝนเริ่มตั้งเค้าโน่นแล้ว โดยอาศัยข้อมูลที่เคยสังเกตสังกามาหลายหน

"ยิ่งไม่ค่อยมีลมอย่างนี้ ภายในห้านาทีถ้าไม่ตก ไอ้ทุ่งให้เหยียบครับ..." ทุ่งออกปากท้าพนันด้วยชินปาก มากกว่าจะคิดเป็นจริงเป็นจัง เพราะถ้าฝนเกิดไม่ตกลงมา ภายในห้านาทีอย่างที่ทำนายไว้ น่ากลัวว่าไอ้ทุ่งคงต้องเหยียบตัวเอง ไม่ก็ไปเคาะเรียกข้างๆ ห้อง วานช่วยเหยียบให้ ด้วยยามนี้จะเหลียวหาใครก็ไม่มี... นอกจากตัวเอง

"ซู่..." เสียงฝนเทลงมาเหมือนสุดอั้นไว้ได้แล้ว ทุ่งรอดเงื้อมตีนของเพื่อนข้างห้องได้หวุดหวิด

"นั่นปะไร ถ้าอยู่กรมอุตุฯ ก็รุ่งไปแล้ว บักทุ่งเอ๋ย"

มันพุ่งไปยังระเบียงหลังห้องในทันที

"ฝนตกนี่มันก็ดีอยู่หรอก... ชาวนาก็จะได้ทำนา ต้นไม้ก็เขียวชุ่มฉ่ำสดใส อะไรๆ ก็ดีไปหมด... เสี๊ย..ย อย่างเดียว..." ไอ้หนุ่มบ่นงึมงำ จนเม็ดฝนบางลงไปนิดนึง

"แม่ง... ตากกางเกงในไม่แห้ง" มันรีบดึงผ้าชิ้นเล็กๆ ที่ตากไว้เกือบครึ่งราวลงอย่างรวดเร็ว

.........................................

เสร็จสิ้นการจัดการกับกางเกงใน เพื่อให้มันแห้งได้โดยไม่ต้องนั่งเฝ้า... ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่านาฬิกาปลุกในท้อง ที่ตั้งเวลาไว้ ณ โมงยามแห่งความเคยชิน เริ่มส่งเสียงโครกคราก

ทุ่งเด็ดปีกแมลงขี้เกียจที่ชอบมาไต่ตอมเนื้อตัว ทุกคราวทุกบ่อยตามโอกาสอำนวยไปสองตัว แล้วหันไปคว้าหม้อข้าว ตวงข้าวสารกรอกลงไป

"ไข่เค็มก็มี กลัวอะไร..."

เสียงเดี่ยวเปียโนจากเครื่องเล่นเทปรุ่น "MODEL พอฟังได้ NO. SF-FM 15" ส่งคลื่นพิรี้พิไร ราวจะกล่อมนาฬิกาปลุกในท้อง ให้บรรเทาความรุนแรงลงบ้าง

"หนึ่งชั่วหม้อข้าวเดือด" - - "นานเป็นศตวรรษเชียวนะมึง" ชายหนุ่มอดค่อนแคะตามนิสัยไม่ได้ กระทั่งหม้อข้าวหม้อแกงก็เถอะ เขาจำใจกลายเป็นฆาตกรฆ่าเวลา โดยใช้ไม้กวาดเป็นอาวุธ เมื่อตัดสินใจกวาดบ้านรอ

ทุ่งรำคาญเศษไม้กวาดที่กวาดไปร่วงไป บางครั้งก็ไปติดอยู่ตามขาโต๊ะ เก้าอี้ ใต้ตู้ เตียง ต้องตามกวาดกันอีกหลายรอบ แทนที่จะเป็นฝ่ายทำความสะอาด กลับกลายเป็นว่า ต้องตามเก็บกวาดตัวเองเสียเองอีก

"บางที มันอาจจะเป็นขยะที่ปลอมตัวเป็นไม้กวาดมาก็ได้" ทุ่งยื่นญัตติไม่ไว้วางใจอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ในใจ

ฆาตกรหนุ่มทำงานสำเร็จ และได้ข้าวต้มร้อนๆ กับไข่เค็มเป็นรางวัล ทุ่งเอนหลังลงพร้อมๆ กับหยิบหนังสือขนาดเหมาะมือ ของนักเขียนคนโปรดที่คั่นค้างไว้ขึ้นมา - - ตัวหนังสือ เต้นเร่า ทำท่ายั่วยวน ชวนอ่านสุดชีวิต มันเป็นโลกส่วนตัวของเขา ที่บ่อยครั้ง เอาไว้เล่นซ่อนหากับความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงรอบตัว และปล่อยให้แมลงขี้เกียจไต่ตอมเล่นอย่างไม่หวงเนื้อหวงตัว

ฝนหยุดตกไปนานแล้ว ฟ้าเปิดให้แสงแดดจ้าส่องลงมาหน้าตาเฉย เหมือนว่าไม่เคยมีเมฆฝนมาตั้งเค้าอหังการ์อยู่เมื่อครู่ - - เคียวโค้งรุ้ง แลคล้ายทางด่วนพิเศษเจ็ดเลน ไว้ขนส่งความฝันจากปลายด้านหนึ่ง... สู่ปลายทางอีกด้านหนึ่ง

หน้าหนังสือที่เหลือ ยังคงคั่งค้าง เพราะคนอ่านเผลอหลับงีบไปไม่รู้ตัว... ฟ้ามืดเริ่มจุดเทียนสว่างขึ้นทางทิศเหนือ วับแวมไล่เรื่อยทั่วผืนแผ่นสีดำ จนไม่อาจนับจำนวนได้

คืนนี้... คงเป็นวันเกิดของฟ้ากระมัง ถึงได้จุดเทียนมากมายอย่างนี้ ทุ่งคงตื่นขึ้นมาร้องเพลงอวยพรทัน เพราะกว่าเจ้าภาพจะเป่าเทียนให้ดับหมด... คงเช้าพอดี

 




เธอเหงาหรือเปล่า... ฉันเหงา
เธอเศร้าหรือเปล่า... ฉันเศร้า
เธออยู่คนเดียวหรือเปล่า... ถ้าใช่
ยกมือขึ้น แล้วอย่าส่งเสียงดัง

โจรยามวิกาล