![]() |
|
|
ที่ตื่นขึ้นมาตอนนี้ ก็เพราะถูกความเงียบปลุกแท้ๆ ตื่นนอนเพราะมันเงียบเกิน ฟังดูยังไงไม่รู้ แต่ก็เป็นความจริง ตอนลืมตาดูเพดานอยู่นาน เจ้าแมงมุมหน้าเดิมเกาะใยนิ่งเงียบ คงยังไม่ตื่นกระมัง นอกจากเสียงฝนพรำ เหมือนมีใครมาร้องไห้ระริกระรี้.. ไม่ใช่.. ร้องไห้กระซิกๆ อยู่ข้างนอกแล้ว ก็ไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตอื่นอีกเลย ถ้ายังไม่มีใครตื่น ฉันคงตื่นเช้าที่สุดในโลก ฉันตื่นเช้าเกินไปหรือเปล่า ฉันกระซิบถามตัวเองเบาๆ แต่ดูเหมือนคนข้างนอกจะแอบได้ยิน จึงส่งเสียงปนสะอื้นดังมาว่า "จะบ้าเรอะ" เออ..ฉันก็ว่า ฉันคงบ้าไปแล้ว ตั้งแต่ได้ยินเสียงฝนตกเป็นเสียงคนร้องไห้นั่นแหละ อึ๊บ..อึ๊บ ฉันลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจ ซ้ายที ขวาที ที่บิดไปทางซ้ายก่อนเพราะว่าฉันถนัดซ้ายน่ะ เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ แล้วนี่จะฟังเป็นเสียงอะไรดี อย่าดีกว่า เดี๋ยวจะบ้าไปจริงๆ แต่กลับมีคำถามผุด (มาจากไหนไม่รู้เหมือนกัน) ขึ้นมาแทน ใครนะช่างเรียกไอ้การบิดตัวสองสามทีนี่ว่า 'บิดขี้เกียจ' คราวนี้ฉันเพียงแต่นึกถามตัวเองในใจ เพราะกลัวคนข้างนอกจะได้ยิน มันแปลว่า บิดด้วยความขี้เกียจ หรือ บิดขับไล่ความขี้เกียจนะ คงจะเป็นอย่างแรกมากกว่า เพราะในตัวฉัน มันเต็มไปด้วยเจ้าความที่ว่านี่ กว่าครึ่งค่อนตัวทีเดียว ..แต่ถ้าเป็นอย่างหลังละก็ ..สำหรับฉัน เจ้าตัวขี้เกียจนี่คงไล่ยากพิลึกล่ะ ต่อให้บิดจนตายคาเตียงเลยเอ้า.. เปิดประตูออกไประเบียงหลังห้อง อ้า..อรุณสวัสดิ์จ้ะ แม่สาวน้อย ทำไมมาร้องไห้อยู่ตรงนี้ นิ่งเสียเถอะนะ เปล่าหรอก ฉันไม่ได้เจอใครหรอก แต่เป็นเสียงร้องไห้ที่บอกไว้ข้างต้นนั่นแหละ ไหนๆ จะบ้าแล้ว ก็ช่างมันเถอะ ..เล่นต่อดีกว่า สนุกดี ..ฝนนั่นเอง ที่ตกมาตั้งแต่เมื่อคืน.. ป่านนี้ยังไม่ยอมหยุด และทำท่าว่าจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ เสียด้วยสิ ทำให้ทั่วทั้งบริเวณขาวโพลนไปด้วยน้ำที่เจิ่งนอง ขึ้นมาได้ระดับเกือบพอดีข้อเท้ากระมัง นี่ถ้าเชียงใหม่น้ำท่วม กรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไรนะ ไม่อยากจะคิดสงสาร.. ไม่อยากจะคิดสงสาร คนกรุงเทพฯ เลยจริงๆ มองไปที่ภูเขา ว่าจะทักทายเสียหน่อยก็มองไม่เห็น ..ไม่รู้ว่าไปหลบฝนอยู่ที่ไหน (เอาเข้าไป) ก็วันฟ้ารั่วอย่างนี้ คงไม่มีใครอยากออกไปเปียกฝนหรอก เมื่ออรุณสวัสดิ์กับฝนเสร็จ ก็กลับเข้ามาในห้องใหม่ เปิดวิทยุ ฟังเพลงเพราะๆ ดีกว่า มันน่าฟังกว่าเสียงร้องไห้เป็นไหนๆ เก็บมุ้งเก็บหมอนเสร็จก็ไปอาบน้ำ แปรงฟัน ทำกิจวัตร ให้เบาเนื้อเบาตัว แล้วก็มาประแป้งแต่งตัวให้หอมๆ แหม.. มันชื่นใจดีจัง พอเสร็จแล้ว ทีนี้ก็ยืนหันรีหันขวางมันกลางห้องนั่นล่ะ.. จะทำอะไรดี.. ทำอะไรดี เดินไปเปลี่ยนเทป แล้วกลับมาเอาหวีไปเก็บที่กระจก.. ชะโงกดูเงาตัวเองที่กระจกหนึ่งที อ๊ะ.. ไม่เลวนี่.. อีกที.. อึ้ม ใช้ได้ ใช้ได้ (ถ้าทำอีกทีนี่บ้าเลย) เดินไป เดินมา ลั๊นลันลา โว้ย.. คนเราทำไมถึงได้ว่างงานกันขนาดนี้ ..ประเทศไทยเอ๋ย.. จะว่าไปแล้ว ฉันคงว่างเสียจนคนว่างงานทั้งหมดในประเทศนี่อายเลยเชียว.. ทั้งๆ ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่แท้ๆ แต่อย่าบอกให้ทำการบ้านอ่านหนังสือนะ นั่นน่ะ มันนอกประเด็น เดินไปเดินมาก็ชักหิว.. นี่มันก็ปาเข้าไปน้องๆ เที่ยงแล้ว ต้มน้ำกินกาแฟดีกว่า ระหว่างที่รอน้ำเดือด ก็นั่งฝันถึงกาแฟร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฉุยไปพลางๆ แหมอากาศเย็นอย่างนี้.. กาแฟร้อนๆ สักถ้วยคงสุขพิลึกล่ะ ว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปกระเย้อกระแหย่งหยิบขวดกาแฟบนหลังตู้ จะด้วยความเซอะเบ๊อะ ของมนุษย์โลกที่ ไม่มีอะไรจะทำคนหนึ่ง หรืออะไรก็สุดจะเดา ที่มองไม่เห็นแก้วบางใสแแจ๋วแหววที่วางอยู่บนขวดกาแฟอีกที พอดึงขวดกาแฟ แก้วใบนั้นก็ลอยละลิ่วลงสู่พื้นอย่างทันอกทันใจ ดีเหลือเกิน อารามตกใจ (โง่) ดันปล่อยขวดกาแฟหันมาคว้าแก้วเพราะ(โง่) คิดว่าจะคว้าทัน เพล้ง..เพล้ง.. เสียงแก้วแตกกับเสียงขวดแตกดังอย่างกับจะแข่งกันว่า ใครจะแตกได้เสียงแหลม บาดหัวใจของฉันได้เจ็บปวดมากกว่ากัน เท่านั้นยังไม่พอ กระป๋องคอฟฟี่เมทที่โงนเงนได้ที่ก็ตามลงมาติดๆ โพละ ฝากระป๋องที่ปิดไว้หลวมๆโดยฝีมือของมนุษย์โลกที่นอกจากจะไม่มีอะไรทำแล้วยังมักง่ายคนหนึ่ง หลุดกลิ้งออกไป ฉันได้แต่ยืน เศษแก้วกระจายปนกับผงกาแฟและคอฟฟี่เมท ที่ทำหน้าที่คอฟฟี่เมทอย่างสมชื่อสมตัว คือ COFFEE อยู่ไหน ต้องตามไปเป็น MATE อยู่ที่นั่น เดี๋ยวนั้น..ฮึ มันน่าสะใจและสมใจที่มี 'อะไร' ทำในวันว่างวันนี้แล้ว เพราะกว่าจะได้จัดการกับ 'อะไร' นี่เสร็จ คงกินเวลาไม่น้อยเลย ขณะที่กำลังยืนทำตาปริบๆ
อยู่นั้น ฉันได้ยินเสียงคนข้างนอกหัวเราะเยาะ ดังแว่วมา สมน้ำหน้า..สมน้ำหน้า... |
นำเรื่องเบาๆ ของตัวเองมาเล่าได้อย่างมีชีวิตชีวา คำว่าแหวกม่านขี้ตา กับวิธีพรรณนาถึงการบิดขี้เกียจ บ่งบอกว่า 'เพลงดาบฯ' จะเป็นนักเขียนติดอันดับในไม่ช้า ถ้ายังเขียนต่อ - บก. |
| |
|