![]() |
|
|
ออดเป็นผู้ชายที่ผมสวยคนหนึ่ง จะว่าไปแล้ว ออดเป็นผู้ชายที่ผมสวยที่สุดในกลุ่มเพื่อนฝูง และสวยกว่าใครๆ ในครอบครัว ผมออดดำ แต่ไม่ถึงกับสนิท อย่างนั้นจะดูเป็นวิกมากกว่า เส้นผมของออดเล็ก และมีสุขภาพ เหมือนเจ้าหนูจอมพลัง ที่ตัวเล็กแต่แข็งแรง แม้เมื่อไว้ยาว ผมเขาก็ไม่แตกปลาย และออกจะเป็นลอนน้อยๆ พองาม โดยไม่ต้องดัดอย่างสาวสมัยทั่วไป สมัยเด็ก ออดมักจะมีเรื่องกับช่างตัดผมเสมอ ยามเมื่อถูกแม่พาไปที่ร้านตัดผม เขาจะอารมณ์เสียทุกครั้ง ด้วยเวลาที่ต้องนั่งเฉยๆ บนเก้าอี้ตัดผมนั้น มันทรมานสิ้นดี และออดก็มักจะง่วง แล้วก็หลับ ยังผลให้เกิดอาการสัปหงกอยู่เนืองๆ ในเวลาที่ตัดผม แล้วช่างก็ต้องคอยประคองหัวของออดให้ตั้งไว้เฉยๆ หรือบางทีก็ถึงกับดึงเอาหัวไว้ บางคนก็ดึงหัวแรงไปหน่อย ออดเจ็บจนสะดุ้งตื่น พร้อมปล่อยหมัดตรงเข้าที่หน้าของช่าง ได้ผลคือ ออดถูกแม่ตี และช่างเลือดกำเดาไหล ออดเลยไม่ชอบตัดผม และไม่ชอบช่างตัดผมเอามากๆ ออดจำได้หมดว่าใครมือหนัก ไถปัตตาเลี่ยนทียังกับจะขุดเอาหนังหัวออกมา ใครชอบคุยโขมงกับช่างข้างๆ จนน้ำละลายกระเด็นรดหัวออด ใครที่ตัดช้าราวกับว่าจะใช้เวลาทั้งวัน กับหัวเด็กเล็กๆ หัวนี้หัวเดียว แต่ออดก็ต้องตัด เพราะมันเป็นกฎของโรงเรียน ทำให้เขาถูกล้ออยู่บ่อยๆ จากน้องสาวว่า "ไอ้หัวเขียว"
แล้วน้องก็จะเต้นไปรอบๆ อย่างคะนอง ออดฉุนแต่ไม่กล้าปล่อยหมัดตรงใส่น้อง เหมือนอย่างที่ทำกับช่างตัดผม เพราะน้องจะสวนกลับทันที ด้วยเสียงร้องที่แผดจ้า ดัง และท้าทายให้เขาถูกแม่ตียิ่งนัก แม่เป็นหญิงร่างใหญ่อ้วน หน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ อันนี้ฟังจากที่คนอื่นพูดถึงแม่ แต่ออดไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่ว่าจะหน้าตาอย่างไร ออดก็ต้องคบ เพราะลงว่าเป็นแม่เป็นลูกแล้ว ก็ต้องคบกันแต่เกิดนั่นเชียวล่ะ แม่ชอบนุ่งผ้าถุงอย่างไทยๆ และหากเป็นลายดอกฉวัดเฉวียนแล้ว แม่จะชอบมาก บางตัวใส่จนผ้าเปื่อยเห็นเป็นเส้นก็มี แต่แม่ก็ยังใช้จนกว่าจะเหลืออด ค่อยแปรเปลี่ยนมาเป็นผ้าขี้ริ้วในเวลาต่อมา เวลาแม่จูงออดไปส่งโรงเรียนสมัยเด็กๆ แม่จะพูดไปตลอดทาง มีเรื่องให้แม่ได้สั่งสอนเสมอ ออดไม่ฟังล่ะมากกว่า แต่แม่ก็จะไม่สนใจนักหรอก ขอให้ได้พูดแล้วกัน จนเมื่อส่งออดให้กับครูนั่นแล้ว แม่จึงจะหยุด ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายตะโกนไล่หลังอีก 2-3 ประโยค ไม่อย่างนั้น คงเดินกลับบ้านไม่เป็นสุข ออดไม่เหมือนแม่เอาเสียเลย ทั้งรูปร่างหน้าตา และนิสัยที่ออกจะเงียบเฉย เรียบสนิทเสียจนแม่ต้องเคี่ยวเข็ญให้พูดบ้าง
จะว่าไปแล้ว แม่ก็พยายามทำหน้าที่ของแม่อย่างดีที่สุดแล้ว ตั้งแต่พ่อตายไปนี่ แม่ดูจะมีภาระมากมาย รวมทั้งเลี้ยงลูกอีก 3 คนด้วย ซึ่งแม่จะดูให้ทั่วถึงในทุกๆ เรื่อง รวมทั้งเรื่องผมเผ้าและความสะอาดของร่างกาย "ไปตัดได้แล้ว ครูบอกมา" เป็นสิ่งหนึ่งที่ออดจะทะเลากับแม่เสมอ จนเมื่อโตขึ้นที่โตพอจะไว้รองทรงได้ ออดจึงดีใจมาก และออดก็เห็นว่าตนเองนั้น หล่อเหลาในผมรองทรงนักหนา ดูเท่กว่าทรงนักเรียน ที่เกรียนจนโล่งนั่นแล้ว ที่ร้านข้างๆ ทางเข้าโรงเรียน มีโปสเตอร์นักดนตรีฝรั่งผมยาว แต่งตัวน่าสนุก ออดมักจะไปยืนดู และฝันที่จะเป็นอย่างนั้นบ้าง เขาอยากจะไว้ผมยาวอย่างในรูป คงจะมีสาวๆ มาตอม เพราะดูมะเหลือเกินแล้ว... ออดนึก ที่บ้านใกล้ๆ กัน ก็มีพี่คนหนึ่งที่ผมยาวอย่างนั้น เขาเรียนพวกวาดรูปหรืออะไรนี่แหละ ออดชอบไปยืนดูเขาวาดรูป เขาใช้เวลานาน กับการป้ายสีแต่ละสี บางทีเขาก็เอาเชือกกล้วยมารัดผมไว้ ถ้าอากาศมันร้อน ดูดีเอาเสียจริงๆ ในสายตาของออด
แม่ไปลงทุนค้าขายกับเพื่อน เป็นกิจการเกี่ยวกับการชักลากไม้ ที่ดูจะทำเงินได้พอสมควร สังเกตเอาจากที่แม่เก็บมาคุยให้ฟัง และดูจากที่แม่มีเงินให้เราได้ใช้คล่องมือขึ้น แล้วแม่ก็ปลูกบ้านหลังใหม่ ในที่ๆ ถัดไปอีก 2-3 ซอย ใหญ่กว่าและดูร่ำรวยกว่าเดิม แต่ออดก็ไม่ค่อยสนใจอะไรนัก อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ และออดก็มัวแต่สนใจตัวเองมากกว่า สิ่งที่กำลังเปลี่ยนสภาพเป็นวัยรุ่น แขนขาก็ยาวกว่าเดิมจนเก้งก้าง เสียงก็แปร่ง และดูจะมีมัดกล้ามมากขึ้น รวมทั้งเริ่มเห็นผู้หญิงสวย น่ารักเป็นกับเขาแล้ว ออดเริ่มไว้ผมยาว นั่นกระมังที่ทำให้หน้าออดเปลี่ยนไป ดูยาวและคมสันกว่าหน้าของเด็กชายออด ที่กลม และเยาว์ผิดกับตอนนี้ แม่บ่นกระปอดกระแปดเกี่ยวกับผมของออด แต่ออดก็ดูจะไม่สนใจนัก เขาพอใจกับมันมาก และรักมันกว่าอวัยวะใดๆ ต่อเมื่อโตเป็นหนุ่ม ออดจึงเป็นผู้ชายหุ่นทะมัดทะแมง เพราะเล่นกีฬาและผมก็ยาวสลวยจนใครๆ ทัก เมื่อออดลงแข่งเทนนิสของกรมพละ เขาจึงดูเด่นในฉายานักกีฬาผมสวย ที่ใครๆ ก็อดมองไม่ได้ แล้วออดก็มีแฟน เธอเป็นผู้หญิงน่ารัก ตัวเล็กบาง แต่คล่องแคล่ว สิ่งที่ไปกันได้นอกจากนิสัยแล้ว ก็เห็นจะเป็นผมที่ยาวไม่แพ้กัน แต่ของเธอเป็นสีน้ำตาลและหยิกกว่า เมื่อเดินเคียงกันไป จึงเห็นภาพของคน 2 คน ผมยาวกลางหลังทั้งคู่ เป็นภาพของหนุ่มสาวสมัยใหม่ในยุคนั้นโดยแท้ ออดเริ่มพูดคุยมากขึ้นกว่าตอนเด็ก เขาพูดเรื่อยๆ ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย และมักจะเหน็บแนมคนเอาเจ็บๆ ได้ ถ้าไม่พอใจ แต่ที่ยังเหมือนเดิม ก็คือกับแม่ ที่น้อยยังไงก็อย่างนั้น เมื่อออดเข้ามหาวิทยาลัยได้ แม่ก็ยังถามอยู่ว่า "ครูดุไหม... เพื่อนเป็นยังไงบ้าง" และออดก็ยังตอบว่า "ก็งั้นๆ น่ะฮะ" แม่พยายามเข้ามาควบคุมการไว้ผมของออด แม่ว่ามันน่าเกลียด ยังกับพวกฮิปปี้ พาไปไหนด้วยก็อายเค้า ซึ่งอันนี้ตรงข้ามกับแฟนออด ที่ดูเท่เสียเหลือเกินแล้ว ที่ได้เดินเคียงคู่ไปกับผู้ชายนักกีฬา ผมยาวสลวยอย่างออด เธอต้องใจเขาครั้งแรกก็เมื่อไปเที่ยวหัวหินกันครั้งโน้น เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนที่ไปด้วยกัน ภาพของชายหนุ่มผมยาว ที่โดนลมทะเลตีจนปลิวไสว ละกับลำคอและแผ่นหลังไปมา ทำให้เธอสนใจไม่น้อย และเมื่อคบกัน ทั้งสองก็คิดว่าไปด้วยกันได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นแฟน "อ้อยที่ไม่หวาน" เขาชอบเรียกเธออย่างนี้ ทั้งที่ชื่อของเธอจริงๆ คืออ้อย ด้วยเธอดูคล่องแคล้ว ทะมัดทะแมง จนเกินอาการอ่อนหวาน นี่ถ้าเธอไม่ไว้ผมยาวอย่างนี้ เธอคงแลดูเป็นผู้ชายได้ทีเดียว ออดเคยพาอ้อยไปที่บ้าน เพื่อที่จะพบว่าแม่ไม่ค่อยชอบแฟนเขานัก แม่ไม่ได้พูดเองหรอก แต่สายตาแม่บอก แม่เป็นคนเก็บความรู้สึกไม่เก่ง อ้อยก็ดูจะอ่านออก และบอกว่าอย่าพาไปบ่อยนักเลยนะ... ถ้าแม่ออดไม่ชอบ ออดยักไหล่อย่างไม่สนใจ พร้อมกับรวบผมไว้ในมือ แล้วชูให้สูงขึ้นจากต้นคอ
ออดชวน เขานึกถึงช่วงวันหยุดที่เขาไม่ต้องทำงานพิเศษที่นอกเหนือจากการเรียน เป็นการหารายได้พิเศษอย่างหนึ่ง ที่เขาไม่ต้องกวนเงินแม่บ่อยนัก "ออดไม่ทำงานกับพี่วิทย์เหรอ" เธอหมายถึงงานอันนั้น... ทำเสื้อขาย "พักก่อน ร้อนจะตาย ไปทะเลกันเถอะ" แม่โวยวายอีกแล้ว ไม่อยากให้ออดไปเสียเลย บอกว่ามีธุระที่จะให้ออดทำ แต่ออดก็ไม่สนใจ เมื่อแม่ห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เขาไม่ลงรอยกับแม่อยู่บ่อยๆ นับแต่เรื่องเล็กๆ อย่างผม ไปจนถึงชีวิต
แม่ทำหน้าเบื่อหน่าย แต่ออดก็ไม่สนใจ "ผมจะไป" แล้วออดก็ไปจริงๆ ขึ้นรถทัวร์ที่เอกมัยกับอ้อย 2 คน ใครก็ดูหนุ่มสาวผมยาวในชุดยีนส์ กับเป้ใบไม่ใหญ่นักอย่างน่าอิจฉา ออดเอากีตาร์ไปด้วย เขา 2 คน จึงดูเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางจริงๆ ออดลืมทุกอย่างไว้ข้างหลัง ลืมแม่... เขานึกถึงแต่ความสนุกข้างหน้าที่รออยู่กับอ้อย ในรถผู้โดยสารไม่เต็ม แต่ก็เกือบเต็ม มีคนที่ดูจะเป็นคู่รักกับอยู่ 3-4 คู่ แต่ใครจะดูดีและน่าอิจฉาเหมือนเขากับอ้อยไม่มีแล้ว ถ้าไม่เชยก็แก่เกินไป จะสนุกเต็มที่อย่างนี้ได้ ฝนตกลงมาอย่างไม่มีเค้า แอร์ในรถยิ่งเย็นจนต้องกระชับตัวให้แน่น อ้อยนั่งเบียดอยู่กับเขา และทำท่าจะหลับมิหลับแหล่ รถสวนไปมาแทบจะมองไม่เห็น มีแต่แสงไฟที่สาดวาบมาเท่านั้น เมื่อมีรถสวนขึ้นมา คนขับจึงหักหลบ แล้วรถทั้งคันก็เอียงวูบ คว่ำลงข้างทาง
แม่รู้ข่าวเอาตอนเย็น มีตำรวจโทรไปบอกที่บ้าน แม่เกือบเป็นลมไปทันทีที่รู้ข่าว "อยู่ที่ไหนคะ" ตำรวจคนนั้นเอ่ยชื่อโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แม่รีบร้อนออกจากบ้าน โดยไม่ทันได้สั่งความอะไรกับใครมากนัก น้องของออดอีก 2 คนยังไม่กลับบ้าน แม่จึงออกไปคนเดียว ในชุดผ้าถุงที่แม่ชอบใส่นั่นแหละ ลืมแม้แต่พระที่แม่ถอดเอาไว้ที่หัวเตียง ถ้าแม่ไม่รีบร้อนเกินไป หรือถ้าไม่มีคนวิ่งตัดหน้ารถ อุบัติเหตุนี้คงจะไม่เกิดขึ้น ผู้คนมุงดูกันเต็มไปหมด รถตำรวจเปิดไฟสัญญาณแวบๆ รถพยาบาลมาถึงแล้ว แต่แม่ก็ตายไปเสียก่อน ออดหัวแตกและแขนเดาะ ในขณะที่อ้อยไม่เป็นอะไรนัก นอกจากขัดยอกตามตัว ออดซึมไปถนัดใจ เขานึกถึงแม่ ศพของแม่ตั้งอยู่ที่วัดเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เขาจะออกจากโรงพยาบาลเสียอีก ญาติพี่น้องแม่มากันเต็ม บางคนก็เข้ามาว่าออด ที่ทำให้แม่ต้องตาย ออดไม่พูดอะไรสักคำ เขามองหน้าแม่ในรูปนิ่ง แม่แต่ตอนนี้หน้าแม่ก็ยังดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่เลย เขาปัดผมไปข้างหลัง ตอนที่ก้มลงกราบแม่ และเขาก็ตัดสินใจทิ้งผมที่ใครๆ ชมว่าสวยนั่น ไม่เพียงแต่ตัดให้สั้น แต่เขาโกนมันทิ้งทั้งหัว เพื่อที่จะบวชให้แม่ เป็นสิ่งสุดท้าย ที่เขาให้กับแม่ของเขา หวังว่าแม่คงจะไม่ว่าเขาประชดกับคำที่แม่เคยพร่ำบอก "ตัดผมเสียทีสิลูก... ดูไม่ได้เลย" |
![]()
|