ฉบับที่ 18 กรกฎาคม 2531 "เรื่องสั้นกว่าอะไร" ขุนทอง อสุนี

ขุนทอง อสุนี
เจ้าของฉายานักเขียนกวน teen
มีผลงานประปรายตาม นสพ. สยามรัฐ, มติชน
คราวนี้ส่งเรื่องมากวนถึงสำนักของเรา

ดึกสงัดของค่ำคืน
กาลเวลาที่เลื่อนไหลผ่านไปอย่างสงบ รถราภายนอกยังคงวิ่งผ่านไปเป็นระยะ ฉันนอนไม่หลับ ฉันไม่พยายามสงสัยว่าทำไมนอนไม่หลับ

จิตสำนึกยังคงส่งกระแสความรู้สึกมากมายหลายเรื่องราว มันเป็นคืนวันวิสาขะ วันแห่งศาสนา ฉันทำอะไรเกี่ยวกับกิจกรรมวันนี้บ้าง ไปเวียนเทียน?

ก็เมื่อค่อนบ่ายวันนี้ฝนตกลงมา ย่ำค่ำจะมีใครมีกะใจไปเวียนเทียนได้อีกเล่า นั่งสงบใจอยู่ที่บ้านก็พอมั้ง ในอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ ฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหนบ่อยนัก เพราะในระยะหลังนี่ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ก็เลยต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง กระนั้นเลย วันๆ ก็ยังใช้ไม่ต่ำกว่าร้อย นี่ถ้าออกจากบ้านก็ไม่หนี 2-3 ร้อยอยู่แล้ว อยู่บ้านทุกวันก็เบื่อเหมือนกันนะ ฉันไม่ค่อยได้วางตารางชีวิตเท่าไหร่หรอก พยายามจะทำงานให้มากขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่ขยันก็คงจะต้องอดตายแน่ๆ ชีวิตที่ไม่ค่อยมีเงินนี่เงียบเหงานะ จะหาความสุขทางใจบริสุทธิ์จริงๆ ก็ยากที่มนุษย์จะทำ ต้องหาอะไรมาหลอกหลอนจิตใจ ให้เพลิดเพลินอยู่เรื่อง บางครั้งฉันจึงแหวกสมองตัวเอง เข้าไปท่องเที่ยวในโลกแห่งจินตนาการ

นี่ฉันควรจะทำอะไรกับชีวิตนี้ดีนะ งานซิ ฉันต้องทำงาน งานเท่านั้นที่จะแสดงผลงานของเราออกมา งานเท่านั้นที่จะเป็นผลพวงต่อเนื่องมาสู่เงิน ไม่มีเงินเสียเลย จะถึงนิพพานได้อย่างไรเล่า ก็ถึงเวลาท้องมันร้องหิวขึ้นมา จะเอาหลักธรรมข้อไหนมากำหนด ก็คงหยุดความหิวไปไม่ได้ อย่างน้อยขั้นต่ำสุดของมนุษย์ ก็คือการอยู่รอด พอท้องอิ่มแล้ว ทีนี้จะทำอะไรล่ะ เผาผลาญอาหารที่กินเข้าไปจนเกินพอนั้นหรือเปล่า!

ตอนนี้ท้องฉันก็อิ่มแล้ว จะมีอะไรเป็นกังวลอีกไหมเล่า มันน่าจะพอแล้วน่ะ แต่ทีนี้ใจก็มากังวลอีกว่า แล้วพรุ่งนี้และต่อไปอีกล่ะ เงินกำลังจะหมดแล้ว ต้องรีบขวนขวายหาใหม่ ก็เพราะไม่มีจะเก็บนะซี่ ไอ้รายได้ที่หามามันก็ใช้เดือนชนเดือนซะด้วยซี เกิดมีโอกาสพิเศษขึ้นมา ต้องใช้เงินเพิ่มเติมนี่ต้องทำอย่างไรดี เอ... แต่ว่า ฉันก็ว่า ฉันทำงานหนักพอสมควรนะ แต่อัตราค่าตอบแทนมันไม่ค่อยจะคุ้มเลย ก็ต้องทำงานมากขึ้นซิ หนักขึ้นเป็น 2 เท่า เหนื่อยมากขึ้นอีก เพื่อให้อยู่สบายขึ้นอีกนิดนึง ชีวิตนี้เหนื่อยไม่ใช่เล่นนะ ต้องใช้ความอดทนอย่างมากทีเดียวแหละ

อ่านเรื่องของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนมากแล้วต้องผ่านการทำงานอย่างหนัก ประเภท โอเว่อร์โหลด มาแล้วทั้งนั้นนะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะประสบความสำเร็จ อีกทั้งจะต้องใช้ความอดทนอย่างมากอึดอีกด้วย แม้กระทั่งการทำงานง่ายๆ อย่างของฉัน ก็ยังมีอุปสรรคด้วยว่า โต๊ะทำงานของฉันมันตั้งอยู่นอกห้อง ที่ริมระเบียง ยามค่ำคืนเขียนหนังสือ ก็ต้องถูกโจมตีด้วยหน่อยพิฆาต กองลาดตระเวนยุง ซึ่งทำความรำคาญให้ฉันไม่น้อย

วันนี้ฉันไปที่ออฟฟิศของเพื่อนมาแล้ว ถือโอกาสนั่งทำงานเสียที่นี่แหละ เนื่องด้วยมีแอร์เย็นสบาย แต่เพื่อนมันไม่ค่อยยอมเปิดหรอก เนื่องด้วยต้องการประหยัดไฟ ก็เลยต้องทนร้อนเอาหน่อย ใช้เปิดพัดลมแทน การที่ฉันไปนั่งที่ออฟฟิศเพื่อนคนนั้น ก็นับเป็นประโยชน์ และความสะดวกหลายประการ เพื่อนฉันมันมักจะค่อนขอดฉันเรื่อยว่า ฉันทำงานไม่ยอมลงทุนเลย ฮิ ฮิ ฉันยิ้มด้วยความปลื้มปิติ ถือเสียว่าเป็นคำชมเชย แล้วฉันก็ถือโอกาสเปิดแอร์เสียเลย เย็นสบายดี ทำให้สมองปลอดโปร่ง คิดอะไรก็ลื่นไหล นับเป็นการนิพพานอย่างหนึ่ง

เออ... ฉันลืมบอกไป เผอิญฉันได้อ่านบทความของ ท่านพุทธทาสภิกขุ เรื่อง 'นิพพาน สำหรับทุกคน' (ลงในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 403 22 พ.ค. 31) ซึ่งฉันเห็นว่าเป็นบทความที่ดีมาก ช่วยชี้หนทางสว่างให้แก่ชีวิต อยากให้ทุกคนได้อ่านกัน เพราะนี่คือหัวใจของศาสนาพุทธ เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ และนำมาใช้เป็นประโยชน์ตอ่ชีวิตประจำวันได้ ถ้าเผอิญท่านไม่ได้อ่าน ฉันก็จะขอนำมาขยายความดังนี้ ท่านพุทธทาสได้กล่าวว่า คำว่านิพพานนี้ แปลว่า เย็น ถ้าในทางธรรมก็ว่า เย็นจากไฟกิเลส ส่วนภาษาชาวบ้านหมายถึง เย็นจากไฟธรรมดา ด้วยเหตุนี้เอง ฉันถึงว่าทำงานในห้องที่เย็นสบาย น่าจะให้ประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่า มิน่า รถแท็กซี่ถึงติดแอร์ แค่เย็นกายมันก้ชวนให้สบายใจไปด้วยแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็น่าจะโทษรัฐบาลที่ส่งเสริมศาสนาพุทธ แต่ไม่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้ไปนิพพาน หรือได้นิพพาน หรือได้นิพพานบ้างในชั่วครั้งชั่วคราว มิอย่างนั้น ท่านก็คงจะสนับสนุนให้บริการรถเมล์เราติดแอร์เสียทุกสายไปนานแล้ว

ส่วนที่น่าสนใจที่สุดคือ หัวข้อที่ว่า การศึกษานิพพานในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น เห็นไฟดับหรือของร้อนเย็นลง ก็มองเห็นความหมายของนิพพาน เมื่ออาบน้ำ กินน้ำแข็ง เมื่อลมโชย ฝนตก ก็กำหนดความหมายของนิพพาน โอ... ถ้าอย่างนั้นวันๆ ฉันก็ได้สัมผัสกับนิพพานนับครั้งไม่ถ้วนนะซี จะเล่าให้ฟังนะ อย่างวันนี้นะ ที่ระเบียงหลังบ้านของฉัน ลมโชยเย็นสบายดีเหลือเกิน อากาศก็ไม่ร้อน ทำให้ฉันสบายกายพอสมควร แถมยังมีฝนตกปรอยๆ ให้เย็นฉ่ำซะอีก เสร็จแล้วท้องฉันก็เริ่มหิว พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่า "ซิฆจฺฉา ปรมาโรคม" (ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง) ดังนั้นฉันจึงไม่รอช้า สั่งให้เด็กไปซื้อ ข้าวหมูแดงหมูกรอบเจ้าอร่อย มาวาบเสียหนึ่งห่อสบายพุงไป นับเป็นนิพพานอย่างหนึ่ง แต่มันก็อยู่ไม่นาน นับเป็นนิพพานชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

ทีนี้ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจว่า ถ้าจะให้นิพพานถาวรเลยนี่จะได้ไหม คงจะยากนัก เพราะต้องละวางกิเลสหมดทุกอย่าง หรือหวังเพียงนิพพานเต็มๆ สักวันนี่ ก็คงยาก เพราะท้องมันหิวตามกำหนดเวลาทุกวัน ถ้าทำตัวสบายๆ ทุกวัน ไม่ทำงานหาเงินเลยก็จะตายห่! ไม่มีจะกิน ทีนี้จะแย่เลย อย่างที่ฉันบอกตั้งแต่ทีแรกนะว่า ถ้าไม่มีเงินเสียเลยจะถึงนิพพานได้ไหม? แม้แต่พระพุทธองค์เองก็ยังทรงตรัสว่า ทิฬทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก (ความจนเป็นทุกข์ในโลก) ก็นั่นแหละหนาแม้ความจนก็ยังขัดขวางทางนิพพาน

ฉันทำตัวสบายๆ นั่งเขียนงานไปจนจบ จึงลุกไปปิดแอร์ ด้วยว่าเกรงใจเจ้าของออฟฟิศ กลัวว่ามันจะมานั่งปวดหัวตอนจ่ายบิลค่าไฟ มาคิดดูแล้ว ความสุขทางด้านกามบริโภคนี่ไม่มีเลยที่จะได้มาโดยไม่ต้องสูญเสียอะไรไป อย่างเช่นตอนที่ฉันนั่งแท็กซี่มาหาเพื่อนนี่ก็เสียไปแล้ว 60 บาท ถ้าฉันจะนั่งรถเมล์มามันก็แค่ 2-3 บาทเท่านั้น แต่อย่างว่าละนะ นั่งรถเมล์มันช้าและร้อน ถ้านั่งมาร้อนๆ ฉันก็คงไม่นิพพาน และอาจจะเกิดอาการพาลอารมณ์เสียเอาได้ง่ายๆ ฉันว่าคนเรายังไงๆ ก็คงหนีไม่พ้นการทำงานหรอกนะ มีอะไรทำเสียบ้าง จิตจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ได้เพ่งสมาธิไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วทำมันไป ทำมันไปเรื่อยๆ ด้วยใจรักและผูกพัน สิ่งที่ออกมานั้นก็คงจะดีมีคุณค่าและมีประโยชน์บ้าง

ฉันเที่ยวเดินกำหนังสือที่มีบทความของท่านพุทธทาสนั้นไปป่าวประกาศต่อเพื่อนฝูงว่า ชั้นพบทางนิพพานแล้ว แต่ดูพวกมันไม่ค่อยจะสนใจหรือกระตือรือร้นเท่าไหร่เลย ไม่แม้แต่จะถามด้วยความสงสัย นายหมูอ้วนยศร้อยเอกนั่น นั่งดูประวัติความเป็นมาของมิสยูนิเวิร์สคนใหม่อย่างสนใจ ฉันว่าดูยังไงๆ ก็ไม่สวย โลกเดี๋ยวนี้แหยะๆ ชอบกล ทั้งหมดที่เป็นไปนี่เพื่อเกมส์การค้าหรือไม่ ฉันยังสงสัย แต่ไม่อยากใส่ใจ ท่าทางเพื่อนของฉันมันก็คงถึงนิพพานแบบอ่อนๆ เมื่อได้ดูผู้หญิงใส่ชุดอาบน้ำเดินไปเดินมา ฉันไม่เข้าใจว่า เขาประกวดนางงามกันเพื่ออะไรนะ จะประกวดเอาไปขายสบู่ หรือเอาไปทำนายกรัฐมนตรี ถึงต้องการคนฉลาดและมีอุดมคติสูงส่งปานนั้น ถ้าความสวยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ก็ควรจะเรียกว่า ประกวดผู้หญิงเหมาะสมสำหรับธุรกิจความงาม จะเหมาะกว่า อะไรก็ช่างเหอะ ฉันว่าฉันควรจะไปได้แล้ว เสาร์ อาทิตย์นี้ว่าจะไปประกาศขายนิพพานที่สวนจตุจักรเสียหน่อย

ฉันจะประกาศขายนิพพานในราคาบาทเดียว ไม่ต้องกินเจก็นิพพานได้ กินไอติมไงจ๊ะ






พระอภัยเป่าปี่
ฤๅษีโซโล
มณโฑตีขิม
นางพิมตีกลอง
พระลักษณ์เป่าทรัมเปต
จะเด็ดตีฆ้อง
บุเรงนองร้องนำ
อำพลขนเครื่อง
ระเด่นเล่นเปียนโน
โรมิโอทำเขื่อง
คนดูไม่รู้เรื่อง
สติเฟื่องกันทั้งโรง

สระอิ