ฉบับที่ 13 ธันวาคม 2530 "นวนิยาย" ดอนเขียน


ความเดิม

เซียนดาบกตัญญูปี่แป่กอ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องมีความกตัญญูต่อบิดามารดา เยี่ยงลูกหมูหัน (ซึ่งนับว่าเป็นสัตว์ที่กตัญญูสูง รองจากเป็ดปักกิ่งหรือซาลาเปา) ได้หนีจากโรงเรียนประจำ ทางโรงเรียน ภายใต้การดูแลของครูใหญ่เตียงม้อ (ครูใหญ่มหาโหด ที่หักนิ้วมือเด็กนักเรียนเอาไปจับฉ่าย เพียงเพราะเด็กอนุบาลนั้น คิดเลขในใจผิด และตดไม่ยอมหยุด) จึงส่ง 'ท่านผู้ดูแล' ออกติดตามเซียนดาบกตัญญู เพื่อนำกลับไปอบรมสั่งสอน ว่ากล่าวตักเตือน ก่อนบีบขมับ แล้วจับเอาดินสอเสียบตูด ขังคุกใต้ดินต่อไป

.......................................................

โรงเรียนประจำนั้นตั้งตระหง่านอยู่ ณ ยอดเขาหินอัคนี แห่งเมืองเหลียงซาน

ว่ากันว่า โรงเรียนประจำแห่งนี้ สอนตามหลักการศึกษาแบบตะวันตก มิได้สอนกำลังภายใน เยี่ยงโรงเรียนวัดเส้าหลิน ที่มีศิษยานุศิษย์นักบู๊ห่มจีวร สัญจรไปทั่วยุทธจักร

ว่ากันว่า โรงเรียนประจำแห่งนี้ สอนเรขาคณิต วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ แลวิทยาการอื่นๆ อันเป็นปฐมภูมิแห่งอารยธรรมตะวันตก นักเรียนทุกคนต้องอยู่กินนอน ในระเบียบของโรงเรียน ตามแบบฉบับฝรั่งตะวันตก


ว่ากันว่า โรงเรียนประจำแห่งนี้ จับเด็กนุ่งกางเกงในทุกคน จนเสียเอกลักษณ์บู๊ลิ้ม

ว่ากันว่า โรงเรียนประจำแห่งนี้ ให้กินแต่ขนมปัง นมเนย ตามแบบแผนฝรั่ง

แต่ที่ว่ากันว่านั้น ยังไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด

เสียงเด็กร้องโหยหวนที่ดังเล็ดลอดออกมาจากรั้วโรงเรียนนั้น อาจเป็นเพราะศิษย์นั้น ถูกอาจารย์ทำโทษยืนกางแขน เพื่อให้เพื่อนบีบขยุม... เพียงเพราะศิษย์ผู้นั้นท่องสูตรคูณติดอ่าง!!!!

"สอง... สองสอง หนึ่ง เป็นสอง... สองสอง สอง สองสองสองเป็นสี่ สี่... สี่สี่สี่"

(ขยุม เป็นอวัยวะหนึ่งที่บีบแล้ว ผู้ถูกบีบจะรู้สึกอึดอัดใจมาก คนจีนชอบแกล้งบีบขยุมกัน)

ครั้งหนึ่ง เด็กชายเมืองไต้เซอะ เรียนอยู่ชั้นป.2 ข.ไข่ คิดเลขไม่เก่ง กำมือไว้ในใจแรงๆ อยู่เสมอ วันหนึ่งโชคร้าย กำมือไว้ในใจพลาด ไปกำถูกขยุมครูประจำชั้นเข้า ครูประจำชั้นลุแก่โทสะ ถึงกับจับเด็กขึงพืด แล้วแคะขี้มูกป้าย แล้วยังจับให้ดมรักแร้ตน จนเด็กถึงวิกลจริต ผู้ปกครองอันได้แก่ชาวเมืองไต้เซอะ เดินทางมา หมายจะเอาลูกลาออกไปรักษาตัวที่บ้าน... แต่ก็ถูกสมุนของผู้ดูแล จับบีบขยุม จนผู้ปกครองวิกลจริตไปเช่นกัน

"โรงเรียนแห่งนี้ มีแต่หลักสูตรที่ไม่มีใครปฏิเสธได้" นั่นคือประกาศิตจากอาจารย์ใหญ่จอมโหด ผู้มีนามว่า เตียงม้อ

ราตรีนั้นดูเหนื่อยหน่ายยิ่งนัก

สำหรับเด็กนักเรียนประจำที่ต้องนุ่งกางเกงใน

สำหรับเด็กนักเรียนประจำ ที่จากปาท่องโก๋บ้านเกิดมานับร้อยนับพันลี้ เพียงเพื่อมาอยู่ในที่อันประหนึ่งคุก บิดามารดานั้นมิอาจล่วงรู้ได้ ว่าโรงเรียนนำสมัยที่ตนหวังให้อุ้มชูบุตรตน ให้ปัญญาเติบโตเยี่ยงฝรั่งผิวขาวนั้น แท้ที่จริงแล้ว มันคือคุก

คุกที่ไม่มีแม้แต่ปาท่องโก๋ให้กิน

ราตรีนั้นดูเหนื่อยหน่ายยิ่งนัก

ยังแต่บุรุษหนึ่งในชุดดำ สะพานกระบี่รัดกุม สวมรอยราตรีปีนป่าย ลัดเลาะไปตามสันหลังคาโรงเรียนประจำ เพื่อค้นหาจุดหมายของตน กิริยามันนั้น คล่องแคล่วดั่งมิใช่มนุษย์... การเคลื่อนไหวมันนั้นเงียบกริบ ราวจิ้งจกตุ๊กแก อาจได้รับการฝึกฝนวิชาปีนป่ายหลังคา จากสำนักบู๊ลิ้มใดบู๊ลิ้มหนึ่ง

คล่องแคล่วเกินไป บุรุษลึกลับพลัดตกหลังคาลงมานอนจุก คลางหงิงอยู่ในใจ แล้วรวบรวมกำลังภายใน ดีดกายขึ้นปีนป่ายสันหลังคา หาจุดหมายของตนต่อไป

"ทำไมเราถึงต้องปีนไปตามหลังคาด้วย... ข้าไม่เข้าใจตนเองเลย" มันรำพึงกับตนเอง

"นั่นสิ เหยียบหลังข้าตั้งสองสามทีแล้ว ทำไมไม่เดินข้างล่างวะ" ตุ๊กแกตัวหนึ่งกล่าวตามหลังบุรุษชุดดำ ที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว ไปตามสันหลังคาอาคารนอนนักเรียน ของโรงเรียนประจำแห่งนั้น

"มันกำลังหาสิ่งใดอยู่นะ... มิรู้จักหลับจักนอน" ตุ๊กแกตัวนั้นรำพึง ก่อนหลับตาข่มใจหลับลงไปกับราตรีกาล

ในที่สุดบุรุษลึกลับผู้นั้นก็พบเป้าหมายของตน

ภายในโรงนอนนักเรียนประจำแห่งนั้น เด็กนักเรียนต่างนอนหลับไหล ด้วยแหกปากท่องสูตรคูณจนเหนื่อยอ่อนในยามกลางวัน เว้นเสียแต่เด็กน้อยผู้หนึ่ง นอนลืมตาเบิกโพลง มองฝ้าหลังคา

เด็กน้อยเป็นกังวลการบ้านไม่เสร็จ หรือปวดท้องฉี่ หรืออยากกินซาลาเปาจนไข้ขึ้น... มิใช่เลย เด็กน้อยนั้นรอคอยการมาของผู้ใด

เสียงกรับยามดังบ่งบอกเวลาเที่ยงยาม

บุรุษชุดดำก็เปิดฝ้าหลังคา แล้วโยนตัวลงมาข้างเด็กน้อยผู้นั้น

ร่างบุรุษชุดดำลอยลงมานั่งอยู่ข้างฟูกเด็กน้อย โดยมิปรากฏสุ้มเสียงให้เด็กอื่นๆ ตื่นจากนิทราเลย

"นายน้อย ข้ามารับนายน้อยกลับบ้าน"

"สองสอง สองสอง หนึ่ง ปะ ปะ เป็นสะสอง..." เด็กติดอ่างผู้นั้นยังท่องสูตรคูณไม่ยอมหยุด ด้วยถูกครูให้เพื่อนบีบขยุมจนประสาทหลอน มองบุรุษชุดดำพลางทบทวน

แต่ก่อนที่เด็กติดอ่างจะกล่าวอันใด บุรุษชุดดำก็ยกตีนขึ้นปิดปากเด็กน้อยจนนิ่งไป แล้วกระชากเด็กน้อยติดอุ้งมือ ดีดจากออกรูหลังคาที่ตนเปิดทะลวงลงมา ออกไปสู่อากาศหนาวเหน็บยามราตรี

มันอุ้มเด็กน้อยวิ่งไต่สันหลังคา มุ่งหลบหนีออกนอกโรงเรียนประจำ

มันมิได้รู้ตัวเลยว่า จุดจบของมันอยู่เพียงเอื้อม

บุรุษชุดดำเห็นจะต้องทิ้งวิญญาณอยู่กินนอน ณ โรงเรียนประจำแห่งนี้เป็นแน่

มีดเล่มหนึ่งปลิวแหวกอากาศ ปักเข้าที่แขนของบุรุษชุดดำ จนเด็กติดอ่างในอ้อมแขนหลุดหล่นจากหลังคา ลงไปนอนหลังแอ่น โอดโอยท่องสูตรคูณอยู่เบื้องล่าง

"วิญญาณเจ้าคงต้องอยู่เรียนหนังสือที่นี่เป็นแน่" เสียงพูดนั้นเยือกเย็น ประหนึ่งผู้พูดยืนปัสสาวะอยู่ในห้องสุขาเช่นนั้น ยังมิทันที่บุรุษชุดดำจะกล่าวอันใด เจ้าของเสียงก็ดีดกายขึ้นมาบนสันหลังคา ยืนประจันหน้าผู้บุกรุกยามราตรี

ร่างนั้นอยู่ในอาภรณ์สีขาว ตัดเย็บดูแปลกตา มิได้เหมือนอาภรณ์ของชาวจีนทั่วไป มือข้างหนึ่งถือหนังสือภูมิศาสตร์

"ข้าไม่เรียน ข้าเกลียดวิชาการฝีมือ..." บุรุษชุดดำกล่าวเสร็จ จึงกระชากมีดออกจากแขน แล้วขว้างคืนสู่อกเจ้าของมีดเล่มนั้น หมายสังหารให้หมดธุระ แต่เจ้าของมีดนั้น งัดเอาหมูสามชั้นขึ้นมารับคมมีดนั้นไว้อย่างง่ายดาย

"อ๊ะ... เจ้าไปเอาหมูสามชั้นมาจากไหน... น่ากินจัง" ผู้บุกรุกเมื่อได้เห็นวิชา "หมูสามชั้นรับมีดอรหันต์" เข้าก็ถึงกับถอยไปสามก้าว เหยียบหลังตุ๊กแกตัวนั้นเข้าพอดี

"โอ๊ย... เอากูอีกแล้ว" ตุ๊กแกตื่นขึ้นมาร้องแทบไม่ทัน คราวนี้มันเห็นคนตีกันต่อหน้า

วิชาฝ่ามือของทั้งสองฝ่ายมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผู้บุกรุกดูจะเยาว์กว่าด้วยวิชาฝ่ามือ เมื่อผ่านไปหลายเพลง มันจึงชักกระบี่ออก หมายจบชีวิตคู่ต่อสู้ เพื่อรีบพานายน้อยของมันกลับไปกินปาท่องโก๋ให้ทันรุ่ง

บุรุษในชุดนอนฝรั่งสีขาวนั้น หาได้ตอบโต้ไม่ เพียงเปิดสมุดภูมิศาสตร์ออก ผู้บุกรุกชุดดำก็ถึงกับตรึงอยู่กับภาพในสมุดเล่มนั้น ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า กระบี่ในมือถึงกับหลุดมือ ตาของมันจับจ้องภาพในสมุดภูมิศาสตร์นั้นมิได้วอกแวก

ภาพนั้นเป็นภาพหญิงเปลือยในท่วงท่าต่างๆ งดงาม เย้ายวนใจยิ่งนัก

"อะไรกันนี่ เกิดมาไม่เคยพบเห็น" ผู้บุกรุกในชุดดำเหมือนถูกมนต์สะกดให้เดินเข้ามาเพ่งพินิจภาพนั้นในระยะใกล้

"ดีจัง.. มีอีกไหม" ผู้บุกรุกกล่าวเบาๆ

(มีต่อ)


^ กลับด้านบน ^


ท้องฟ้าสดใส
แสงแดด... สาดส่อง
ดอกไม้เบ่งบาน
ผีเสื้อ... บินว่อนไปมา
แล้วก็ตกลงมาตาย

'ยาแดง'