ฉบับที่ 12 พฤศจิกายน 2530 "นักเขียนรับเชิญ" ดอนเขียน

ดอนเขียน ไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อจริง... แต่เรายินดีที่จะบอกว่า ดอนเขียน เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับปัญญา หรือจรัสพงษ์ เป็นนักเขียนบทละคร นักเล่นละครตัวยง แม้เมื่อจบมาแล้วร่วม 10 ปี อารมณ์ขันเฉียบขาดของเขา ก็ยังแฝงอยู่ในงานเขียนทุกชิ้น ที่ขัดกับอาชีพทหารบกของเขาเสียจริงเลย

ณ เมืองหางโจว ห่างไกลจากตำบลฮัวเกาถังนับร้อยลี้ หนุ่มหน้าอ่อน ในมือถือกระบี่สลักเสลาเป็นรูปมังกรตูดใหญ่ คาบห่อก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้าที่ซื้อฝากคุณแม่ อันเป็นดาบประจำตัวเซียนดาบกตัญญู ปี่แป่กอใบหน้าทารก

เซียนปี่แป่กอก้าวเดินทางมาที่เหลาสุราแห่งนั้น นอกจากเพื่อร่ำสุราให้เมาแล้ว ยังเพื่อการนัดหมายครั้งสำคัญ เซียนจอมดาบลูกกตัญญู นั่งลงยังโต๊ะว่างเปล่า

ทันทีที่ก้นสัมผัสเก้าอี้เหลาสุรา เซียนดาบปี่แป่กอก็รู้สึกขนลุกสองสามที ลมปราณวิ่งจนติ่งหูแดงฉาน ขนจมูกลุกชัน เช่นนั้นจึงรำพึงกับตัวเองว่า

"อา... นี่เรารู้สึกกตัญญูอีกแล้ว"

กล่าวเช่นนั้นแล้วเซียนปี่แป่กอจึงใช้วิชาตัวเบา ดีดกายแหวกอากาศข้ามถนนไปซื้อยาแก้ไอฝากคุณแม่จนเกือบถูกรถชน

"เก๋าเจ้ง... ดีดกายระวังพ่อมึงหน่อยซิวะ... รถชนตายโหงซักวัน" คนขับรถม้าตะโกนด่าตามมา เซียนปี่แป่กอทำใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ซื้อยาแก้ไอเสร็จก็ดีดกายลอยแหวกอากาศกลับมานั่งรอสุรา

"เสี่ยวเอ้อ สุราที่ข้าสั่งทำไมยังไม่มา" เซียนปี่แป่กอทุบโต๊ะตวาดลั่น

"ลื้อยังไม่ได้สั่งอะไรเลย" เสี่ยวเอ้อประจำเหลาสุราเถียงคอเป็นเอ็น

"เจ้าอย่าเถียง ข้าสั่งสุราแล้วเมื่อครู่..." เซียนกตัญญูทุบโต๊ะตวาดดังกว่าเดิม จนเสี่ยวเอ้อคอหายเป็นเอ็น รีบจัดสุราพลางบ่นอุบอิบอยู่ในลำคอ

"ซี้ซั้ว... ยังไม่ได้สั่งแล้วบอกว่าสั่ง... เข้ามาถึงก็เอาแต่เหาะไปเหาะมา..." เสี่ยวเอ้อนั้นแสนรำคาญเหล่าเซียนดาบที่ไม่ทำมาหากิน เดินวางมาดหาเรื่องตีกันไปวันต่อวัน เหล่านี้มานานแล้ว

"ซาลาเปาด้วยนะ... ข้าชอบเสพซาลาเปาแกล้มเหล้า ดูเป็นผู้ใหญ่ดี"

กาลเวลาผ่านไป เซียนกตัญญูเมาซาลาเปาอาละวาด!

เซียนปี่แป่กอนั้นร่ำสุราไปเพียงอึกสองอึกกับซาลาเปาห้าหกลูกเท่านั้น แต่ด้วยคอทารก จึงเมาซาลาเปามิได้สติ อาละวาดไล่เอาขี้มูกป้ายผู้คนเดินผ่านถนน จนผู้คนเมืองหางโจวพากันอพยพไปอยู่เมืองอื่นเป็นการชั่วคราว จนกว่าเซียนปี่แป่กอจะขี้มูกแห้ง

เมื่อฤทธิ์ซาลาเปาจางลงแล้ว เซียนดาบปี่แป่กอลูกกตัญญูก็เดินซวนเซกลับมานั่งยังโต๊ะในเหลาสุราแห่งนั้น

"...อาวซาลาเปา... อึ๊ก... เพิ่มอีก.. อึ๊ก...เร็ว เสี่ยวเอ้อ... ข้าจะเมาให้เละ..เลยอึ๊กก.. คิดถึงแม่โว้ย.."

เสี่ยวเอ้อจัดซาลาเปามาอีกห้าหกลูกด้วยกลัวถูกขี้มูกป้าย จึงลนลานกุลีกุจอ

แต่ยังไม่ทันที่ถาดซาลาเปานั้นจะสัมผัสโต๊ะเหลาสุรา ก็ปรากฏมีดสั้นแหวกอากาศเสียบซาลาเปาทั้งหกลูก ลอยกลับเอาไปเก็บในตู้กับข้าว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เจ้าของมีดสั้นทั้งหกนั้น ต้องฉกาจด้วยฝีมือ ถึงขนาดสั่งมีดให้เอาซาลาเปาไปเก็บในตู้กับข้าวนั้นได้

"อ๊ะ.. ท่านผู้ดูแล...!" เซียนกตัญญูใบหน้าทารกอุทาน ผงะตกเก้าอี้เหลาสุรา เมื่อเห็นร่างหนึ่งในชุดแพรไหมสีดำ ยืนตระหง่านอยู่ยังประตูทางเข้าเหลาสุรา บุรุษเจ้าของมีดสั้นเหล่านั้น คลี่พัดออกโบกไหวๆ

"ข้ามาตามเจ้ากลับไป" เสียงของบุรุษดำเยือกเย็นยิ่งนัก

กล่าวเช่นนั้นแล้วบุรุษชุดดำก็ยืนรำพัดสง่าอยู่ที่ปากประตูเหลาสุราเช่นนั้น ผู้คนจะเข้าร้านก็เข้าไม่ได้ เสี่ยวเอ้อจึงตัดสินใจเข้าไปอุ้มบุรุษชุดดำ เข้ามาตั้งให้ยืนสง่าอยู่เสียในร้าน เพื่อผู้คนได้เข้าออกเหลาสุราได้สะดวก

"ทำไมเจ้าถึงต้องหนีโรงเรียน" บุรุษชุดแพรดำกล่าวด้วยเสียงเยือกเย็นในลำคอ แต่แข็งกร้าวอยู่ในกระโดงคาง

"...ข้า... ข้า... อึ๊ก.. ข้าไม่ชอบโรงเรียนประจำ ข้า... ข้าคิดถึงแม่" เซียนกตัญญูปี่แป่กอกล่าวลนลาน

"เจ้าต้องกลับไปกับข้า.. ครูใหญ่เตียงม้อให้ข้ามาตามเจ้ากลับไปยืนหน้าเสาธง กางแขนคาบตู้คำภีร์เป็นการลงโทษ" บุรุษชุดดำกล่าวเสียงแข็งขึ้น แล้วทำลูกกระเดือกสั่นเป็นระยะๆ แสดงว่าเอาจริง

"ข้าไม่ไป... ข้าจะกลับไปหาแม่ ข้าจะกลับไปกตัญญู อยู่โรงเรียนประจำไม่ได้กตัญญูเลย... ข้าเบื่อ" เซียนปี่แป่กอกล่าวขึงขัง

"...ข้าไม่ต้องการฟัง ข้าเป็นผู้ดูแล ข้าต้องเอาเจ้ากลับไปหาอาจารย์ใหญ่ เจ้าจะไปกับข้าโดยดี หรือจะให้ข้าต้องใช้กำลังภายใน" กล่าวจบผู้ดูแลก็ก้าวเข้ามายังเซียนดาบกตัญญู รวดเร็วด้วยวิชาฝ่ามือ 'จับศิษย์หนีโรงเรียนประจำ' ร่างนั้นผลีผลามเข้ามาโดยดี เซียนปี่แป่กอมิทันได้ตั้งตัว ฝ่ามือนั้นคว้าคอเสื้อเซียนปี่แป่กอไว้ได้แล้ว

แต่ด้วยความไว เซียนกตัญญูถอดเสื้อ เล็ดลอดออกจากอุ้งมือนั้น ใช้วิชาตัวเบาดีดกายเปิดหลังคาเหลาสุรา หนีออกไปนอกถนนใหญ่


แต่วิชานั้นดูช่างอ่อนวัยเสียเหลือเกินเมื่อเปรียบกับวิชา 'ลอยตัวจับศิษย์หนีโรงเรียนประจำ' ร่างนั้นดูพริ้วเหมือนลอยลม เพียงแว้บเดียวเท่านั้น บุรุษชุดดำก็ดีดกายออกรูหลังคา ติดตามเซียนดาบกตัญญูไปติดๆ (ถ้าไม่สังเกตให้ดี จะไม่ทันเห็นความเคลื่อนไหวเลย.. เหมือนหายตัวได้) แต่คนในเหลาสุราก็ไม่มีใครสนใจ เพราะวันๆ มีเซียนดาบโน่นนี่มาหาเรื่องตีกันในเหลาสุราอยู่เสมอจนเบื่อ ดังนั้นบุรุษชุดดำจึงต้องดีดกายอยู่สองสามหน จนมีคนชมว่าเก่ง จึงดีดกายผ่านรูหลังคาออกนอกร้านสุรา ไปสกัดกั้นเซียนกตัญญูไว้ได้ ก่อนที่จะหนีกลับไปหามารดา

บุรุษชุดดำโถมเข้าคว้าข้อมือเซียนปี่แป่กอที่กำลังโกยแน่บ แล้วตวาดว่า "เจ้านี่ดื้อด้าน... โอ๊ะ" ยังมิทันสิ้นสุดทำตวาด บุรุษชุดดำก็ถูกวิชาฝ่ามือ 'อรหันต์หนีสมภาร' ของเซียนดาบกตัญญูโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว บุรุษชุดดำก็ผงะถอยไปสองก้าว จึงเหยียบขี้หมาพอดี

"ปัทโธ่... ขี้ไว้สวยๆ .. เหยียบซะได้.." หมาเซาเซาเจ้าของขี้บ่นอุบ

เมื่อบุรุษชุดดำเช็ดขี้หมาเสร็จแล้วก็ชักกระบี่!

เป็นครั้งแรกที่เซียนกตัญญูได้แลเห็นกระบี่ออกจากฝักผู้ดูแล!

กระบี่นั้นงดงามนัก เป็นกระบี่สองคม คมหนึ่งบ่งบอกระยะเป็นเซนติเมตร อีกคมหนึ่งมีอักษรบอกระยะเป็นนิ้ว

"กระบี่อะไร เหมือนไม้บรรทัดเลยว่ะ" ชาวบ้านที่ว่างงานมายืนมุง กระซิบบอกกัน

"ก็ผู้ดูแลท่านเป็นครูอยู่โรงเรียนประจำ.. ต้องใช้ไม้บรรทัดอยู่แล้ว ก็เลยให้ทำกระบี่ให้เป็นไม้บรรทัดเสียเลย ไม่ต้องพกทีสองอันสามอัน" ชาวบ้านผู้หนึ่งให้ความเห็น แลแสดงว่าตนรู้เรื่องโรงเรียนนี้ดี


ยังไม่ทันที่เซียนดาบกตัญญูจะขนลุกที่ได้เห็นดาบของผู้ดูแลเสร็จ ผู้ดูแลก็โถมเข้ามา รวดเร็วยิ่งนัก ด้วยวิชาเหนือวิชา กระบี่ไม้บรรทัดก็วาดมายังหัวของเซียนกตัญญู

เซียนกตัญญูหดหัวหลบ แล้วดีดกายหนีขึ้นไปอยู่บนอกไก่หลังคาโรงเตี๊ยม

"ท่านผู้ดูแล... ท่านไม่ทำหนักข้อไปหน่อยหรือ" เซียนปี่แป่กอกล่าวเสียงสั่นเทา

"เจ้าหนีโรงเรียนประจำมาได้ ก็ใช้วิชาที่ได้ร่ำเรียนมา ต่อต้านสกัดกั้นเพลงดาบข้าให้ได้หมดก็แล้วกัน จึงจะถือว่าเจ้าสมควรไปได้... มิฉะนั้นก็กลับไปกับข้า..." บุรุษชุดดำกล่าวจบ ก็ดีดกายลอยขึ้นหลังคาโรงเตี๊ยม คว้าข้อมือเซียนดาบกตัญญูไว้ได้

"เสร็จข้าล่ะ... เจ้าต้องยืนหน้าเสาธงสามวันแปดวัน โอ๊ะ" ยังมิทันพูดจบ ผู้ดูแลก็ถูกขี้มูกป้ายผ้าแพรเป็นคราบ บุรุษชุดดำมัวแต่เช็ดขี้มูก จึงถูกเซียนดาบกตัญญูถีบตกหลังคา ลงมาทับกองขี้มาแบนเละเทะ

"ปัทโธ่ ขี้ไว้สวยๆ เอาอีกแล้ว..." หมาตัวเดิมนั้นบ่นอีก สำหรับอุจจาระที่มันได้อุตส่าห์อึไว้ให้สวยงาม ก้อนสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดภาระกิจของวันนี้

"หยุดนะ..." ผู้ดูแลตวาดหมาอ้วนตัวนั้น

"หมาอะไร วันๆ เอาแต่ขี้" กล่าวเช่นนั้นแล้ว ผู้ดูแลก็ลุกขึ้นมองหาเซียนดาบหนีโรงเรียนประจำ

แต่ไม่ปรากฏเซียนดาบลูกกตัญญูให้เห็นในปริมณฑลอีกต่อไปแล้ว

(มีต่อ)


^ กลับด้านบน ^


เธอจ๋า... เธออยู่แสนไกล
อยากฝากใจถึงเธอ
ฉันรำพึงพร่ำเพ้อ
เพียงอยากให้เธอ.. กลับมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ

'เขียดระเริง'