ฉบับที่ 30 กันยายน 2532 "ดอนเขียน" ดอนเขียน


ความเดิมตอนที่ 2

สี่จอหงวนยังรู้พลาด นักปราชญ์ย่อมรู้พลั้ง

บัดนี้จอหงวนหนุ่มรู้แล้วว่าตนถูกหลอก ในเหลาสุราแห่งเดิมนั้น จอหงวนหนุ่มจึงลงเมาสี่เท้าด้วยฤทธิ์สุราที่เสพเข้าไปมิได้ยั้ง กระบี่ที่แม่ให้มาป้องกันตนนั้น บัดนี้สูญหายไปสิ้น

"พวกมันล้วนเล่นละคอนหลอกเรา..."

จอหงวนอ้อแอ้กับฟ้าลม มิมีผู้ใดในเหลาสุรานั้นสนใจเด็กคออ่อน เมาสุรา ด้วยเข้าใจว่าหนีมารดาเพราะเพิ่งหย่านม จึงมีแต่จิ้งจกตุ๊กแกเท่านั้น ที่ฟังมัน

ชายทั้งห้าที่เข้ากลุ้มรุมกระบี่พเนจร จนกระบี่พเนจรซวนเซพลาดพลั้ง ถึงกับกระบี่หล่น จอหงวนจึงยื่นกระบี่ตนให้มันด้วยสำนึกบุญคุณ... โง่กว่าเต่าตุ่น โง่กว่าหมีภูเขา... สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นฉากละคอน

"... ไม่มีทั้งนั้น ช่องเขากระทงกระเทย" จอหงวนทุบโต๊ะกระจองอแง

เรื่องทุกอย่างกระบี่พเนจรล้วนเป็นผู้กุขึ้นทั้งสิ้น ร่วมมือกับสมุนนักปลอมกายอีกห้าคน

เรื่องกระเทยเป็นเพียงละคอนฉากหนึ่ง กุขึ้นให้ดูประหนึ่งกระบี่พเนจรได้ช่วยชีวิตจอหงวนอ่อนโลกเป็นบุญเป็นคุณ แล้วมันจึงขอร่วมทางด้วย กับจอหงวนอ่อนโลก... อันมิใช่วิสัยของกระบี่ศิษย์สำนักซัวเล้งผู้นี้เป็นอันขาด

แล้วก็ต่อด้วยละคอนอีกฉากหนึ่ง ในเหลาสุราแห่งนี้เมื่อครู่ยามเพิ่งผ่านไป พวกมันแสร้งทำทะเลาะกัน ชายทั้งห้าก็เข้ากลุ้มตามที่นัดแนะ แล้วกระบี่พเนจรก็ดัดจริตทำกระบี่หลุดมือ ด้วยสำนึกบุญคุณ จอหงวนนั้นแล้วเป็นคนยื่นกระบี่ "สายน้ำฮวงโห" ของตนให้... บัดนี้มันตระหนักแล้วว่า มันได้เสียกระบี่ "สายน้ำฮวงโห" ไปสิ้นแล้ว

ละครทั้งหมดนี้เพื่อกระบี่ "สายน้ำฮวงโห" นี้เพียงเล่มเดียว

"เจ้ามันช่างโง่ มิสมกับสอบจอหงวนได้ที่หนึ่ง... ไอ้พวกคนขี้โกง" จอหงวนครุ่นคิดดังๆ แล้วลุกขึ้นตะโกน

"ไอ้คนขี้โกง ข้าจะฟ้องแม่"

"เมาแล้วหนูน้อยหน้าอ่อน"

จอหงวนเงยหน้าจากโต๊ะสุรา เมื่อพบกับเจ้าของวาจาก็ผงะ

"อ๊ะ ท่านอา" จอหงวนหนุ่มหยุดเมาปลิดทิ้ง

"ท่านปู่ให้ข้ามารับเจ้า เพราะห่วงกลัวสาวๆ ไหหลำหลอกเจ้าเสียตัว" ท่านอาหัวเราะดังคับเหลาสุรา พลางสั่งสุรามาหนึ่งจอก

จะมีหญิงงามเยี่ยงใด จะมีเพชรนิลหินสุกใส จะมีทองกองโตแค่ไหน จะมีกี่ไหน้ำปลา จะมีตุ๊กๆ สักกี่คัน จะมีทองรูปพรรณท่วมเกษา จงเอาแต่เพียงกระบี่มา!!! แล้วบอกลาแม้เพชรงาม... เม็ดเท่าควาย

 

ตุ๊กๆ ก็ไม่เอาเพราะเราขี่ไม่เป็น น้ำปลาไม่เห็นมันจะเกี่ยวตรงไหน หญิงงามยุ่งมาก... ก็เหนื่อยกาย กระบี่นี่แหละของตาย เราฟันเป็น

ทีนี้จะได้ครองตำแหน่งจ้าวยุทธจักร เดิมคนชอบทัก เอ๊ะทำไมกระบี่เหม็น สกปรกมอมแมมดูเหลือเดน ไม่สมเป็นขุนกระบี่ "สิบแปดลี้พเนจร"

 

บัดนี้ได้ครองกระบี่ "สายน้ำฮวงโห" สุดจะโก้ เดินคอแข็ง เหมือนตกหมอน ฟันไปสิบตายเป็นร้อย... อ๊ะนั่น ขุนกระบี่พเนจร นอนตกหมอนทุกวัน ครั่นคร้ามใจ

 

ด้วยบัดนี้มันได้ครอบครองกระบี่ "สายน้ำฮวงโห" แล้ว กระบี่พเนจรจึงฮึกเหิมอังกะลุง ออกท้าทายประลองกระบี่กับจ้าวยุทธจักร ไม่เลือกใบหน้า เหนื่อยเข้าก็รีดไถกินบะหมี่ปูเสฉวน จนถึงเต้าฮวยร้อนเย็นล้วนไม่จ่ายเงิน ทิ้งให้เหล่าพ่อค้าหาบเร่น้ำตาตกใน ไร้ซึ่งจรรยาบรรณยุทธจักร

แต่ก็ไม่มีผู้ใดอยากขัดขวางแลหาเรื่อง ด้วยยุทธจักรบัดนี้ไม่เหมือนบัดโน้น เงินทองต่างฝืดเคืองด้วยค่าครองชีพ จอมยุทธลือนามก็ล้วนแก่ตัวลง ลูกหลานก็เข้าเรียนวิชาการปรับตัวทันสมัย เยี่ยงจอหงวนหนุ่ม จึงน้อยนักที่จะมีจอมยุทธแต่งกายหรูหรา เดินวางมาดสง่า ดูคอแข็งเหมือนนอนตกหมอน ออกพเนจรเที่ยวสำแดงฤทธิ์กระบี่ เพราะต่างหันไปประกอบอาชีพ ค้าขายบ้าง เข้ารับราชการ ตอบแทนคุณแผ่นดินบ้าง

 

วันหนึ่ง

กระบี่พเนจร พเนจรวางมาดไปจนถึงชายเมืองเฉินโหว พร้อมสมุนนักต้มตุ๋นของมันทั้งห้า พบจอมยุทธกำลังเดินทางไปค้าขาย ก็ชักกระบี่เข้าขวาง แล้วท้าทายจอมยุทธผู้นั้น ทั้งกระทบกระแทกด่าบุพการี จนจอมยุทธหน้ามืดลืมธุระ ชักกระบี่สู้กัน

สักพักจอมยุทธนั้นคลายโทสะก็สำนึกได้ว่ามีธุระต่างเมือง เรื่องเจรจาขายส่งบะหมี่สำเร็จรูป จึงทำเป็นพ่ายแพ้ วิ่งหนีไป ให้กระบี่พเนจรหลงภูมิใจว่ามันเก่ง หารู้ไม่ว่าเป็นเยี่ยงนี้กันทุกคน ด้วยเหล่าจอมยุทธเหล่านี้ ต่างมีธุรกิจหาเงินเลี้ยงตัวทั้งสิ้น

เมื่อเตะตูดส่งจอมยุทธนักค้าขายไปแล้ว มันจึงถลาเข้าเมืองเพื่อกินฟรีปาท่องโก๋ตามนิสัย... เมื่อเป็นจอมกระบี่สายน้ำฮวงโหวแล้ว ใครจะกล้าคิดเงิน

พ่อค้าปาท่องโก๋ผู้นั้นมิได้สนใจทวงเงิน กลับเพ่งมองกระบี่เล่มนั้น พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นยิ่งนัก

"เจ้านี่ตาถึงนี่ สมควรเกรงกลัวข้าได้หรือยัง" กระบี่พเนจรกล่าว

"เจ้าคงได้มาจากจอหงวนรูปหล่อเหมือนข้า" พ่อค้าปาท่องโก๋ทิ้งแป้งลงบนโต๊ะแป้งดังปุ แล้วย่างสามขุมเข้าหากระบี่พเนจร

"เจ้าคงมิได้ทำร้ายจอหงวนผู้นั้น" ผู้เฒ่าที่นั่งสูบยาอยู่เบื้องหลัง กล่าวถามขึ้น เสียงนั้นดูเยือกเย็นยิ่งใหญ่กว่า

กระบี่พเนจรชักกระบี่ออกฟาดฟันด้วยความเคยชิน พ่อค้าปาท่องโก๋จึงเอาปาท่องโก๋ตีกกหูจนมันชาไปครึ่งซีก ดูง่ายดายทั้งท่วงท่าอาการ

เมื่อปาท่องโก๋ฟาดกกหูอีกสองสามครั้ง กระบี่พเนจรก็จำชื่อเตี่ยมันมิได้เสียแล้ว ลูกสมุนนักปลอมกาย ก็รีบปลอมเป็นกระเทย วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปเสียสิ้น

เหตุใดมันจึงมิอาจปัดป้องท่วงท่าฟาดปาท่องโก๋ของพ่อค้าปาท่องโก๋ผู้นั้นได้ แม้มันจะมีกระบี่ "สายน้ำฮวงโห" ฟาดฟันออกไปก็ไร้ผล

"ขอบใจที่เอากระบี่มาคืนข้า" ผู้เฒ่าดัดกายออกมา ฟาดฝ่ามือมาถูกที่ใดไม่ปรากฏ กระบี่พเนจรถึงกับแน่นิ่งไป ทิ้งกระบี่ให้ติดมือผู้เฒ่าไป เหมือนสุนัขกลับสู่อ้อมอกเจ้าของ

ถ้ามันฟื้นขึ้นได้ถามผู้คนละแวกนั้น ก็จะรู้ว่าผู้เฒ่าผู้นั้นคือ ปรมาจารย์แห่งซัวเถา เจ้าตำรับวิชา เปลวมันพระยายม... เจ้าของกระบี่ สายน้ำฮวงโห เล่มนั้นเอง และพ่อค้าปาท่องโก๋ผู้นั้นก็คือจอมยุทธมังกรขาว บุตรชายของปรมาจารย์แห่งซัวเถา ผู้ลายุทธจักรหันมาดิบดี ขายปาท่องโก๋จนร่ำรวย

กระบี่พเนจรฟื้นขึ้นมาตระหนักได้ทันทีว่า เหล่าจอมยุทธในยุทธจักรล้วนเปลี่ยนแนวทางการดำรงชีพ จากเจ้าสำนักวางมาดคอแข็ง ประหนึ่งตกหมอน ต่างหันมาประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนเองและลูกหลาน ที่ต่างมุ่งออกหาวิชา เรียนจอหงวนมาพัฒนาประเทศจีน ให้ยิ่งใหญ่ต่อไป

มันจึงเดินทางกลับไปทำไร่ถั่วลันเตา ณ บ้านเกิดของมัน

 

แล้วจอหงวนหนุ่มก็กลับถึงบ้านด้วยอาการเซื่องซึม ด้วยสำนึกผิดที่ทำกระบี่ท่านปู่หาย แต่ก็กลายเป็นระเริงดีใจ เมื่อรู้ว่าทุกอย่างจบลงด้วยดี

มันเอาสมุดพกมาอวดมารดาว่าได้ที่หนึ่งจอหงวน

คืนนั้นเสียง "ท่านปู่" ของจอหงวนหนุ่ม หัวเราะดังลั่นบ้าน ดูมีความสุขยิ่งนัก


^ กลับด้านบน ^


สายลมเอื่อยเอื่อย... ผ่านไป
สบายใจ...
นั่งมองน้ำไหลระริน
สายน้ำจากดวงตาไหลปริ่ม
นั่งริมหน้าต่าง
ฝุ่นเข้าตา

ขวัญ สงสุวรรณ