|

"การปรุงอาหารนั้น
เป็นศาสตร์และศิลป์"
กุ๊กต้น เจ้ายุทธจักรวงการชิม
กุ๊กต้นกระเทยเตี้ยล่ำ ผู้ยิ่งใหญ่และสูงกว่ากระเป๋าเดินทางนิดเดียว กุ๊กต้น
ไม่ต้องนั่งเพื่อเปลี่ยนยางรถยนต์
"ไอ้เตี้ยจอมตะกละ"
นั่นเป็นคำพูดของกุ๊กสมควร ศัตรูคู่อาฆาต เพราะอาชีพเดียวกัน
วันนี้ก็เป็นหนึ่งในหลายครั้ง
ที่กุ๊กต้นจะโชว์ทำอาหารทีเดียวสิบแปดอย่าง ให้คุณแม่บ้านดูที่ห้องบอลล์รูม
โรงแรมนารายณ์ คุณแม่บ้านสนใจมามุงดูกุ๊กต้นทำอาหารโชว์กัน น้ำลายหกเปรอะหัวไหล่กุ๊กต้น
"เอ๊ะอะไรเย็นๆ"
"อุ๊ยตาย...
(ซู๊ด) ... แหม ลืมตัวไปหน่อยค่ะ น้ำลายหก"
"ไม่เป็นไรฮ่ะ
น้ำลายยิ่งยืดมากก็หมายความว่า อาหารของต้นน่ากิน... พอสิฮะ"
แม่บ้านอีกคนน้ำลายหกอีกคนจนแฉะหัวไหล่
กุ๊กต้นตัวเตี้ย กุ๊กต้นจึงไปเอาร่มมากาง
"ที่กุ๊กต้นกำลังจะปรุงสิบเจ็ดสิบแปดอย่างนี้
เรียกรวมๆ ว่า 'อาหารทิพย์ราชวงศ์จุง' .... หอย อ่านคำบรรยายให้คุณแม่บ้านฟังเลยสิตัว"
|
นายหอยลูกศิษย์
เข้ามากระแอมกระไอ โค้งสองที
"กราบเรียนท่านแม่บ้านที่เคารพ"
แล้วปีนขึ้นไปบนที่นั่งแบบที่กรรมการเทนนิสใช้นั่ง
แล้วอ่านอักษร
"ให้อุ่นปลาทูก่อนเอาออกจากเข่ง
แล้วโรยด้วยเกลือสินเธาว์ ขณะเดียวกันให้เอาผักชีมาตีปลาทูแล้วบอกว่า..."
กุ๊กต้นปีนตามขึ้นไปเขกกบาลสามสี่ที
นายหอยร้องไห้จ้า
"ฉันบอกกี่ครั้งแล้ว
ให้อ่านรายการเครื่องปรุงก่อน คุณแม่บ้านได้จ่ายตลาดถูก"
"ครับอาจารย์....
เครื่องปรุง ปลาทูสองถึงสามเข่ง หมูสองกิโล ผักกะเฉด หอยแมลงภู่สามโล
ไก่อ้วนลงพุงใจดีหนึ่งตัว หมูป่าขนจักแร้รำไรหนึ่งตัว..."
คุณหอยอ่านเครื่องปรุงไป
กุ๊กต้นก็เริ่มปรุงอาหารไปพลาง
"ทำไมไก่ต้องใจดีด้วยล่ะจ๊ะ"
แม่บ้านถาม
"ถ้าดุเนื้อจะเหนียวครับ"
หอยตอบแล้วอ่านอักษรต่อ
"วิธีทำ
ให้อุ่นปลาทูก่อน แล้วค่อยเอาผักมาตีปลาทู แล้วพูดกับปลาทูว่า ทีหลังอย่ามาสาย
เอาปลาทูไปยืนคาบไม้บรรทัด วิ่งรองเสาธงชาติ เสร็จแล้วเอาเข้าเตาไมโครเวฟ
ระหว่างนั้นเอาหมูป่ามานั่งเก้าอี้ไฟฟ้า..."
"แหมช้าๆ
สิจ๊ะพ่อคุณ จะควบไปไหน จดไม่ทันเลย"
"ไม่ต้องจดครับ
เดี๋ยวเราถ่ายเอกสารแจก พร้อมไหปลาร้า" หอยทำหน้าไม่ต้องเป็นห่วง
(ใบหน้าไม่ต้องเป็นห่วงนี้ เป็นใบหน้าของลูกน้อง ใช้ตีหน้าเวลาเจ้านายสั่งงาน
ซึ่งหอยมีใบหน้าโอบอ้อม และดูไม่ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว จึงไม่ต้องทำหน้าไม่ต้องเป็นห่วงมากนัก)
"ไหปลาร้า"
แม่บ้านงง
"อ๋อ
ไหปลาร้าทองฮ่ะ ของที่ระลึกสวยหรู นิยมให้กันในระดับเอกอัครราชฑูต"
"แล้วเอาโรงเรียนไหนดี"
แม่บ้านคนหนึ่งอยู่ๆ ก็ถามอะไรขึ้นมา ไม่มีปี่ขลุ่ย
|
|
นายกุ๊กต้นหน้าเซ่อขึ้นเป็นผื่น
คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ว่าคำถามมันเกี่ยวกับอะไร
"ก็บอกให้ฉันเอาปลาทูมาคาบไม้บรรทัด
วิ่งรอบเสาธง... ฉันก็ถามว่าเอาโรงเรียนที่ไหนให้มันวิ่ง"
"ไม่มีฮ่ะ
ไม่ต้อง..."
"อะไรไม่ต้อง
ก็นี่ ฉันเพิ่งจดมาที่บอกเมื่อกี้... เอาปลาทูมาคาบไม้บรรทัดวิ่งรอบเสาธง
อย่างนี้มันต้องโรงเรียน มีอย่างที่ไหน บอกไม่ใช่ แล้วผักกะเฉดอีก คราวที่แล้วให้เอามาก็ไม่ได้ใช้
อย่าถือว่าเป็นกุ๊กใหญ่แล้วใครๆ ต้องง้อ..."
คุณแม่บ้านเกิดมาเพื่อบ่นคนนั้น หยุดยากเสียแล้ว
กุ๊กให้สัญญาณศิษย์หอย
"อ๋อ...
ดูโน่นครับ นก" กุ๊กหลอกให้คนอื่นดูเพดาน
หอยเตะปลายคางคุณแม่บ้านคนนั้น สลบไปทันที แล้วลากไปทิ้ง
"แล้วเอาเข้าเตาไมโครเวฟ"
หอยปีนขึ้นไปอ่านต่อ "สำหรับเตาไมโครเวฟ ควรเลือกใช้ชนิดที่มีถุงพังผืดน้ำไมโครเวฟ
ห้อยอยู่ข้างๆ ยุบได้และพองได้..."
"อ้า...
ตรงนี้ขอให้กุ๊กต้นอธิบายนิ้ดนึงนะฮะ อนึ่ง เมื่อพูดถึงเตาไ่มโครเวฟชนิดนี้
ต้องระวังให้ดี อย่าเอานิ้วไปถูถุงพังผืดไมโครเวฟ ที่ห้อยอยู่ข้างๆ ซึ่งมีอยู่ทุกเครื่อง
ถุงพังผืดน้ำดีไมโครเวฟนี้ ถ้าไปบีบเล่น เกิดแตกขึ้นมา น้ำไมโครเวฟจะไหลเลอะเทอะ
และแน่นอน เตาจะไม่ทำงาน เรียกสภาวะเช่นนี้ว่า 'เตาวาย' "
"ใช่ค่ะ
ลูกชายอีฉันเคยแอบบีบเล่น เตามันร้องโหยหวนน่าสงสาร"
"เรากลับมาดูที่หมูป่าของเราต่อ
นั่งคอยอยู่นานแล้ว จับหมูป่ามัดติดกับเก้าอี้ไฟฟ้า แล้วคุณแม่บ้านก็สวดส่งวิญญาณ
ไม่ต้องนิมนต์พระมา บางคนนิมนต์พระมานั้นผิด หมูจะไม่ยอมสุก เรียกศัพท์ครัวว่า
"หมูสู้เตา" ถ้าชนะหมูจะไม่สุก..."
"ไอ้บ้า"
สิ้นเสียงตวาด ชามก๋วยเตี๋ยวก็ลอยมาโดนกบาลกุ๊กต้นกะเทยแตกกระจาย กุ๊กต้นยืนโงนเงน
ตามมาด้วยเครื่องพวงอีก หัวกุ๊กต้นและน้ำส้มน้ำปลา ซ้ำยังโรยพริกป่นอีก
"ฮะ
ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เสียงหัวเราะของกุ๊กสมควรนั่นเอง แกเป็นคนขว้างมาเอง แล้วก็หัวเราะเอง
เรียกว่าอัฐยายซื้อขนมยาย หัวเราสักพัก ก็ขากรรไกรค้าง
".....
ฮ้า ๆๆๆๆๆ!!!!"
 |
ลูกสมุนสองคนช่วยกันงับปาก
จนขากรรไกรเข้าที่ ฝ่ายกุ๊กต้นนั้น ศิษย์หอยก็เยียวยาจนฟื้นคืนชีพขึ้นมาตาเขียว
วิ่งเข้าไปหากุ๊กสมควรคู่อริ แล้วแกล้งหลอกให้ดูเพดาน ศิษย์หอยก็ลากไอ้ที่นั่งตัดสินเทนนิสมาใกล้ๆ
แล้วปีนขึ้นไปรอเตะกระโดดคาง
"ดูโน่น....
นก"
กุ๊กสมควรรู้ทัน
แกล้งเงยหน้ามองตาม พอหอยเตะ กุ๊กสมควรก็หลบ หอยเลยเตะเอากระโดงคางกุ๊กต้น
ลงไปดิ้นเป็นปลาช่อน
"ฮะ
ๆๆๆ ฮู ๆๆๆ .... ลูกไม้เก่า"
กุ๊กสมควรว่าแล้ว ก็ปีนขึ้นไปเตะปลายคางศิษย์หอย
แม่บ้านทนเห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเช่นนี้ไม่ได้
จึงช่วยกันต่อรอง เงินเดิมพันสูงถึงห้าพันแล้ว
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรียกตำรวจมาจับสองคนไปแล้ว
"หน้าอย่างแกนะเหรอ
ทำบะหมี่แห้งให้อร่อยได้ก็บุญแล้ว"
"ไอ้หอย
เร็ว"
กุ๊กต้นให้ศิษย์หอยด่า
"คือแบบว่า
หน้าอย่างแก... อะไรดีวะ"
ศิษย์หอยเริ่มไม่ถูก เพราะหิว "...เอ้อ
หน้าอย่างแก ทำได้แต่เนื้อกวางตุ้ง"
"...โธ่
ไอ้บ้า ไปชมมันทำไม เนื้อกวางตุ้งทำยากจะตายโหง มานี่ข้าเอง... ไอ้กุ๊กเปรต
ตัวสูงยังกะเปรต"
"ไอ้เตี้ยบูลด็อก
หน้าอย่างแกนะเหรอจะชวนชิม ลิ้นตะเข้อย่างแก ชิมได้ก็แค่ปลาทูกระป๋อง"
"ไอ้ผัดไทยหมาไม่กิน"
"ไอ้ลาดหน้าไม่ใส่เส้น...
ไม่ดี ไอ้ปลาทูลืมเข่ง"
คืนนี้ห้องขัง
สน.เขตนั้น มีรายการอาหารหลายอย่าง ที่ร้อยเวรจดไว้ให้เมียทำให้กิน
|
|