ฉบับที่ 23 มกราคม 2532 "ดอนเขียน" ดอนเขียน

ได้ขนมมาก็มาตั้งหน้าตั้งตากิน เพราะกลัวหมาตัวนั้นมันจะมาขอกิน

หมาอ้วนกินเก่งตัวนั้นมันเหมือนกระสอบข้าว พุงกาง ขายื่นออกมาจากตัวถังนิดหนึ่งพอให้รู้ว่าเป็นขา ใช้จริงๆ ก็แค่เดินไปขี้ กับไปขอขนมคน

หูมันกางออกมา ปลายหูมันหงิกๆ ตกข้าง ตั้งข้าง หางของมันกุด เห็นเป็นปุ่มติดอยู่ที่ตูด ถ้าปุ่มนั้นขยุกขยิกเมื่อไหร่ นั่นแสดงว่า มันกำลังกระดิกหาง...

กระดิกหางขอขนม

มันชื่อ ไอ้จุ่น ไอ้จุ่นมันกินเหมือนยัดนุ่น กินจนเดินแทบไม่ได้ก็ยังนอนกิน อิ่มมากๆ ก็หลับไป บางทีหลับไปทั้งๆ ที่ของกินยังคาปากอยู่อย่างนั้น ไอ้จุ่นขี้ละเมอ มันจะนอนละเมอให้มือยิกๆ แล้วทำปากขมุบขมิบ แสดงว่า ฝันว่าไปขนมใครกินแล้วได้กินเสียด้วย... ถึงทำปากขมุบขมิบเคี้ยว

แล้วฉันก็ใจอ่อนทุกที ถ้าเห็นมันมานั่งทำปุ่มที่ตูดขยุกขยิก ทำลิ้นห้อย น้ำลายหยดแหมะๆ ก็ต้องแบ่งให้มันกินทุกที ถ้าไม่ให้มันจะเอาตีนมาแปะหัวเข่า ถ้ายังไม่ให้มันจะเอาคางมาวางบนหัวเข่า จนน้ำลายแฉะ ถ้ายังไม่ให้อีก มันมีมาตรการเด็ดขาดคือ มันจะปีนขึ้นมานอนบนตัก ตัวหนักอย่างนั้น ต้องยอมมันทุกที

เฮ้ย มาแล้ว ไอ้จุ่น...

ไม่รู้โผล่มาจากไหน นั่งยิ้มเผล่ กลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ปุ่มที่ตูดขยุกขยิกถี่ยิบ แสดงอาการขอกินอย่างรุนแรง มันเอามือวางบนหัวเข่าฉันก่อนเลย... ขอกินขนมอีกแล้ว ไม่ต้องมาทำหน้าหิว น้ำลายยืดน่าสงสาร คราวนี้ฉันไม่ให้แกกิน

"ขนมเหนียวถุงนี้มันของฉัน และคราวนี้ฉันจะกินของฉันคนเดียว" คงเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ฉันได้กินขนมโดยไม่ต้องแบ่งไอ้จุ่น

หมาที่ชื่อไอ้จุ่นตัวนี้เป็นหมาข้างบ้าน ดีใจที่ไม่ใช่หมาของฉันเอง เพราะมันกินเป็นพายุ กินจุจนเจ้าของบ้านเริ่มรู้สึกตัวว่าจนลงๆ ทีแรกหาสาเหตุไม่เจอ มาดูบิลค่าอาหารหมามากกว่าค่าอาหารคนทั้งบ้านรวมกัน แต่ก่อนเคยไปเที่ยวพัทยาทุกอาทิตย์ หลังๆ นี่ได้แค่บางแสน ตอนหลังเห็นนั่งกินส้มตำสวนลุมบ่อยๆ ทีแรกกะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ตอนนี้เห็นย้ายจากเซนต์คาเบรียลไปโรงเรียนวัด

"ทำเงินมาได้ก็มาซื้อข้าวให้ไอ้จุ่นหมด" เจ้าของไอ้จุ่นบ่น

เจ้าของเคยเอามันไปปล่อยวัด ไอ้จุ่นกินจุจนเจ้าอาวาสต้องลาสิกขาบทหนีไอ้จุ่น เพราะไอ้จุ่นกินจนกิจการวัดขาดทุนโดยไม่ทราบสาเหตุ งานสร้างโบสถ์สร้างศาลาเปรียญต้องระงับ ฝังลูกนิมิตไม่ได้สักที

ในที่สุดเจ้าอาวาสก็เอาไอ้จุ่นมาคืน

"ไม่ให้กินก็สงสารมัน ร้องทั้งคืน พระเณรไม่ต้องจำวัด กินที ข้าวเป็นกระสอบ จัดงานวัดเท่าไหร่ก็ไม่พอมันฟาดข้าว... พูดแล้วอาตมาขนลุก อาตมาขอลาสิกขาบทไปเป็นเซลล์ขาดตะละปัดดีกว่า"

ตัวมันอ้วนจนท้องติดดิน เดินไปไหนจะได้ยินพุงลากดินเสียงดังแกรกๆ เจ้าของบ้านทำบ้านหมาให้มันหลังหนึ่ง ตอนเช้ามันออกมากินข้าวได้ พอสายกลับเข้าบ้านไม่ได้ พุงกางติดประตู ต้องนอนรอบ่ายๆ พุงยุบก็เบียดเข้าไปนอนข้างในได้

มีครั้งหนึ่งมันนอนกินข้าวในบ้านหมาของมัน กินจนพุงกางออกจากบ้านไม่ได้ มันเลยเดินไปเดินมาทั้งๆ ที่มีบ้านติดมันไปทั้งหลังอย่างนั้น

เจ้าของก็รักมันเหมือนลูก เห็นว่าจะขอทุนรัฐบาลส่งมันไปเมืองนอก สอบถามปรากฏว่าแกมีเหตุผลของแก

"เราจะส่งไอ้จุ่นไปทำลายเศรษฐกิจฝรั่งมัน ให้ไอ้จุ่นฟาดข้าวในประเทศมันเจ๊งไปเลย ประเทศเราจะได้เป็นนิกส์จริงๆ กันเสียที"

เจ้าของบ้านมีโครงการจะขยายพันธุ์ไอ้จุ่น หมากินล้างกินผลาญ ส่งไปเมืองนอกเพื่อทำลายระบบเศรษฐกิจ เจ้าอาวาสเห็นด้วย

"จากที่อาตมาเห็นมันกินแล้ว อาตมาเห็นว่า โครงการนี้เป็นไปได้ทีเดียว"

ไม่ต้องห่วง... ไอ้จุ่นมันแพร่พันธุ์ของมันเองแล้ว เรื่องนี้ดูมันจะคล่องแคล่วผิดหูผิดตา ไอ้จุ่นที่นั่น ไอ้จุ่นที่นี่ ท่าทางทะมัดทะแมงไม่ขัดเขิน แต่เพราะตัวมันใหญ่ หมาตัวเมียเลยถูกทับแบนแต๊ดแต๋ไปหลายตัว ชาวบ้านมาเห็นคิดว่าหมาถูกรถทับตาย

เผลอแผล็บเดียวไอ้จุ่นมีลูกเต็มซอยไปหมด หน้าตาประเภทไอ้จุ่นทั้งนั้น วิ่งกันยั้วเยี้ยกระจองอแง แล้วก็กินจุเป็นยัดกระสอบเหมือนไอ้จุ่นทุกตัว เจ้านายไอ้จุ่นลองจับส่งไปอเมริกาสองสามตัว เห็นว่า ตอนนี้รัฐที่ส่งไปเริ่มเศรษฐกิจตกต่ำโดยไม่ทราบสาเหตุแล้ว

ไม่ต้องมาให้มือ ฉันไม่ให้แกกินแล้ว... อ้าว

เผลอหน่อยเดียว ไอ้จุ่นคาบขนมเหนียวไปกินสองสามก้อน เรอดังเอิ๊ก แล้วยังเอาตีนมาวางบนตักขอกินอีก ตีนมันใหญ่และหนัก ฉันจำได้ว่า ตอนมันเด็กๆ ตีนมันดูโตกว่าหน้ามันอีก

แกขโมยขนมฉันกินนี่หว่า... ต่อว่าไปมันก็ไม่รู้เรื่อง หรือทำเป็นไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้ ดูสิ กระดิกปุ่มขยุกขยิก

"น้ำลายยืดเชียว... ไอ้หมาตะกละ" ถูกว่าเข้ามันทำหูตก คอตก ฉันเลยเข้าไปกอดมัน อดให้ขนมมันกินอีกไม่ได้ ก็ฉันรักมันมากนะ ถึงแม้มันจะกินจุ

แต่ที่แน่ๆ ฉันไม่เคยโอบมันรอบเลย

มันหูตั้งอีกครั้ง คงเพราะเจ้านายบ้านโน้นเรียกแล้ว คงจะเรียกกินข้าว ฉันเดินไปดูมันที่ริมรั้ว

ตอนที่ไอ้จุ่นง่วนอยู่กับกาละมังข้าวของมัน คุณโกวิทเจ้านายของมันทำคอตกตาเหม่อลอย เขาคงกำลังคิดถึงเงินค่าอาหารไอ้จุ่น

เขาชวนฉันเข้าไปคุยในรั้วบ้าน เรานั่งที่หัวบันได ดูไอ้จุ่นฟาดข้าว

"...จะเอามันไปปล่อยวัดอีก ก็ทำไม่ลง สงสารเจ้าอาวาส... องค์ที่แล้วสึกไปเป็นเซลล์ตาละปัด ก็เห็นว่าขายไม่ดี สู้เป็นเจ้าอาวาสอย่างเดิมไม่ได้... นับว่าไอ้จุ่นทำลายอนาคตว่าที่สมเด็จท่านแท้ๆ" อาโกวิทน้ำตาซึม

เสียงไอ้จุ่นเลียกาละมังดังโก๊งเก๊งๆ แสดงว่ากาละมังเกลี้ยงข้าวแล้ว เจ้านายมันสะดุ้งสุดตัว รีบวิ่งไปแอบหลังโอ่ง

"แผลบเดียวเท่านั้นเห็นไหม มันกินหมดกาละมังแล้ว... อย่าบอกมันนะว่า ผมอยู่ตรงนี้" เขากระซิบมาจากหลังโอ่ง

จริงด้วย ไอ้จุ่นเลียกาละมังจนเงาขึ้นแล้วกระดิกหางมองหาเจ้านายมัน คงจะขอกินอีกกาละมัง ไอ้จุ่นมองไม่เห็นคุณโกวิท มันจึงวิ่งพุงโย้ไปดูหลังบ้าน

"เห็นไหมคุณ... วันนึงสามสี่กาละมัง... (เบะ)... ผมจะทำยังไงกับชีวิตผมดี หมาอะไรกินจุจัง... นี่ลูกมันที่ส่งไปอเมริกา เห็นเขาว่าจะเอามันไปปล่อยดวงจันทร์แล้วนี่... น่าจะเอาไอ้จุ่นไปด้วยนะ โฮๆๆ"

คุณโกวิทนั่งลงร้องไห้โฮข้างๆ ฉันจนไอ้จุ่นได้ยิน วิ่งตุ้มตะตุ้มตุ้ยมาจากข้างหลังบ้าน พอถึงก็โดดเกาะเลียหัวหูขอข้างอีกกาละมัง เจ้านายมันก็ว่าง่าย ลุกไปคลุกข้าวกับเนื้อ อาหารอันโอชะให้กับมัน

มันก็ไม่รู้เกี่ยวอะไรหรือเปล่ากับแขกขายถั่วใจดีคนนี้

อาบังคนนี้แกขายถั่ว ยกโต๊ะจีนไว้บนหัว เร่ขายถั่วตามตรอกซอกซอย พอถึงทำเลเหมาะก็วางโต๊ะถั่วร้องเพลงอินเดีย ยักคอไปทางซ้ายที ทางขวาสองทีเศษๆ เพื่อเรียกคน แต่คนแรกที่มาไม่ใช่คน แต่เป็นหมาที่ชื่อ ไอ้จุ่น

อาบังคนนี้คงเพิ่งเคยมาในซอยนี้ ยังไม่รู้กิตติศัพท์ไอ้จุ่น ความใจดีเลยให้ไอ้จุ่นกินถั่ว ยังไม่ทันชักมือกลับไปเลย ไอ้จุ่นให้มือขอถั่วอีก

"อีนี่หมาหรือถังน้ำมันกันแน่... ตั้งแต่จ๋านเกิดมาเป็นชาวอินเดีย ยังไม่เคยเห็นหมาอ้วนเท่านี้มาก่อน... น่ารักเหลือเกิน อีนี่ขอเก่งเสียด้วยนะนาย หมาหน้ามู่ทู้... เอ้า... อีนี่กินได้กินปาย" อาบังเห็นยังไม่มีคนมาซื้อถั่ว ก็ให้หมากินไปเรื่อยๆ

สักพักชักผิดสังเกตว่า ไอ้หมาตัวนี้กินไม่หยุด ขอกินติดต่อกันจนไม่ขาดระยะ

"เอ อีนี่ไม่มีคนมาซื้อถั่วจ๋านเลย มีแต่หมาอ้วนตัวนี้เท่านั้น... จ๋านว่าจ๋านไปซอยอื่นดีกว่า" ว่าแล้วอาบังขายถั่วก็แบกโต๊ะถั่วขึ้นเทินหัว ทำท่าจะเดินหนี ไอ้จุ่นรู้ทันกระโดดเกาะเอว คราวนี้อาบังล้มทั้งยืน โต๊ะถั่วตกพื้น ถั่วกระจาย เป็นลาภปากไอ้จุ่น

แต่เรื่องมันไม่ได้จบแต่เพียงเท่านี้

คืนนั้นไอ้จุ่นนอนตด... ปู้ดป้าดๆ ดังสนั่นทั้งคืน ชาวบ้านได้ยินนึกว่าใครจุดพลุงานบวช

แรงลมตดดันมันจนหลุดออกมาข้างนอกบ้านหมาของมัน



^ กลับด้านบน ^


เธอบอกรัก รักฉันนิรันดร
รักเหมือนหมอน แนบจิตเสน่หา
รักเหมือนนิสิตรักใบปริญญา
แถมชมว่า
หุ่นฉันเหมือนสรพงศ์

กล้วยไข่ใส่นม