|

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างไม่มีประสิทธิภาพในการตั้งชื่อ
ไม่ว่าจะเป็นชื่อหมา ชื่อแมว ชื่อชะมด ชื่อลูกเพื่อน หรือแม้แต่ข้อเขียนบทนี้
แม้จะหาคำใดใดก็ตามที ก็หาที่สั้นๆ และได้ใจความมิได้ ชื่อของเรียงความนี้
ก็เลยออกจะยาวเกินไปสักนิด และไม่น่าสนใจ ซึ่งถ้าใครจะเปิดผ่านเลย ก็เป็นเรื่องธรรมดา
และผมก็ไม่ง้อด้วยล่ะ เออ!

ความประหลาดใจอย่างใหญ่หลวงได้เกิดขึ้นแก่ผม
เมื่อหลายวันที่ผ่านมา เมื่อมีน้องผู้หญิงเสียงหวาน เหมือนอีโต้เฉาะตาล
โทรศัพท์มาแนะนำตัวเองว่า เป็นน้องจากบางมด อยากจะขอให้ช่วยเขียนอะไรก็ได้
ที่ไม่น่าสนใจ ลงในหนังสืออะไรซักอย่างทำนองนี้ ผมก็เงียบไปชั่วครู่หนึ่ง
เพื่อตรึกตรองดูว่า ประการที่หนึ่ง พ่อผมไปทำลูกสาวไว้ที่บริเวณบางมด ไว้อีกคนหรือไม่
อย่างไร ผมจึงได้มีน้องสาวอีก
แต่หลังจากที่ได้มีการหว่านล้อม
และพูดคุยกันอยู่สักพักทางโทรศัพท์ ก็ได้แจ้งข้อเท็จจริงว่า น้องผู้นั้นเป็นน้องร่วมชาติ
และศึกษาอยู่ที่บริเวณบางมด ซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
และเธอก็มีความยินดีที่จะให้ผมได้เขียนอะไรก็ได้ ที่ไม่เห็นน่าจะให้ใครอ่าน
มาลงในหนังสือฉบับนี้ และผมก็รับข้อเสนอด้วยความเต็มใจ แต่ทว่าในส่วนลึกนั้น
ก็กะไว้ว่าจะเบี้ยว แต่แล้วในที่สุด ก็ต้องยอมแพ้แก่ความดีของน้องผู้นั้น
และได้เขียนมาลงจนได้

คราวนี้ ผมจะว่าถึงเรื่องใกล้ตัวของพวกเรากันเองบ้าง
เริ่มจากว่า ถ้าจะว่ากันไปแล้ว ผมเองก็ถือเป็นรุ่นพี่คนหนึ่ง ร่วมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ
เหมือนกัน แต่เป็นวิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อปีพุทธศักราช 2520 ขณะนั้น
ผมสอบเข้าได้ไปเรียนปีที่หนึ่ง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภววิสัยของผมในระยะนั้น
มีแต่อารมณ์ยินดีและปราโมทย์มาก เนื่องจากได้เป็นชนกลุ่มน้อย ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
จึงได้นำข่าวสารอันน่าพึงพอใจ ไปสู่พ่อและแม่ ซึ่งท่านก็อมยิ้มไว้ในปาก มิได้กล่าวว่าอะไร
นอกจากอวยชัยให้พรอย่างมากมาย ประดุจดังว่าผมจะไปรบ
เมื่อถึงเวลาที่พวกรุ่นพี่จากลาดกระบังเอารถไฟมารับ
ผมก็ลิงโลดใจขึ้นรถไฟไปด้วยนึกสนุกว่า แหม รุ่นพี่นี้ดีจริง ช่างมีความคิดสร้างสรรค์
ลาดกระบังเพียงแค่นี้ ยังต้องนั่งรถไฟ ดังว่าจะไปขอนแก่น หรือหนองคาย นั่นเทียว
คงจะเป็นด้วยอารมณ์ขันของเขากระมัง จนกระทั่ง รถไฟออกจากสถานี และเวลาผ่านไปอย่างเนิ่นนาน
ผมก็เริ่มเล็งเห็นว่า เหตุใดพ่อและแม่ของผม จึงต้องให้พรแก่ผมมากมายอย่างนั้น
และลังเลใจว่า ผมควรจะลิงโลดใจต่อไปหรือไม่ เพราะหลังจากที่ความรู้สึกบอกตัวเองว่า
รถไฟได้ผ่านหนองคาย ขอนแก่น หรือแม้กระทั่ง ไซบีเรียแล้ว รถไฟจึงได้จอดสงบที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
ลาดกระบัง
นับตั้งแต่วันนั้น ประมวลกับที่ผมได้เคยไปเหยียบที่บางมดมาบ้างแล้ว
รวมทั้งพระนครเหนือแล้ว ก็จึงตระหนักว่า คำว่าเทคโนโลยีนั้น ในพจนานุกรมฉบับอคติสถาน
ที่ผมบัญญัติเองนั้น ให้ความหมายว่า "เทคโนโลยี
- ว. ไกล, โคตรไกล, ไกลอะไรอย่างนั้น" จึงพลอยทำให้ผมนึกนิยมยกย่อง
บรรดากระดูกก้นกบและกระดูกเชิงกราน ของนักศึกษาเทคโนฯ ทุกๆ วิทยาเขต ที่สามารถทนทาน
และมีประสิทธิภาพในการรองรับการเดินทางไกล อย่างสม่ำเสมอทุกวี่วัน

วันเวลาผ่านไป ผมก็ได้ปรับตัวและหัวใจ
รวมทั้งกระดูกเชิงกราน กับระยะทางเหล่านั้น และก็ได้ศึกษาวิธีการเดินทางไกล
และการยังชีพได้อย่างรวดเร็ว และคล่องแคล่ว ได้ทราบว่า การเดินทางโดยรถไฟนั้น
จำต้องตื่นเช้าเกินไป ซึ่งเป็นการทำลายสุขภาพ อย่างยิ่งของผม และได้ทราบว่า
ผมสามารถที่จะรักษาสุขภาพของผมได้ โดยวิธีที่ดีกว่านั้น เช่น นั่งรถประจำทาง
สายอ่อนนุช - ประเวศ ซึ่งมีวิ่งตลอดเวลา และรอคอยผมอยู่เสมอไม่มีสร่างซา
ผิดกับรถไฟที่ยโส ไม่เคยรอผมเลย และต่อจากนั้น ก็ต้องนั่งเรือพายเล็กๆ ข้ามฟากคลองไปสู่สถาบันฯ
ซึ่งคุณป้าคนพายเรือ เธอก็จะมีขนมถ้วยอร่อยๆ ไว้บริการ ก่อนที่ผมจะข้ามฟาก
และถ้าหากผมตะกละพอ นั่นคือวิธีหนึ่ง
อีกวิธีหนึ่ง เป็นวิธีที่ผมใช้บ่อยที่สุด
เพราะง่ายที่สุด สะดวกที่สุด และหน้าด้านที่สุด ก็คือ ยืนรอตรงปากถนนพัฒนาการ
คลองตัน ซึ่งจะมีรถยนต์ของบรรดารุ่นพี่ ขับผ่านมาเป็นระยะๆ ซึ่งเพียงแต่ผมทำหน้าให้รุ่นพี่จำได้ว่า
"อ้อ... นี่แหละเป็นรุ่นน้อง ที่คงไปไม่ทันรถไฟ น่าเห็นใจ รับไว้สักหน่อยก็คงจะเป็นบุญ"
ซึ่งระยะต่อมา รุ่นพี่เหล่านั้นก็ได้บุญจากผมกันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยกันไป
และก็ยังมีบางคนกังขาว่า เหตุใดผมจึงไม่ทันรถไฟได้ทุกวัน เหมือนกับเกิดมา
เพื่อที่จะไปไม่ทันรถไฟก็ไม่ปาน... และนี่ก็คืออีกวิธีหนึ่ง

สี่ซ้าห้าเดือนต่อมา
ผมก็เริ่มชินกับสถานที่และระยะทาง ผมก็มีเหตุการณ์ส่วนตัว ที่ทำให้ไม่ต้องเดินทางไปไกลอย่างนั้นอีก
เรื่องมีอยู่ว่า
จากเหตุของการเดินทางไกลนี่เอง
ทำให้งานฝีมือที่ผมบรรจงสร้างขึ้นมาตลอดหลายคืน เพื่อจะนำส่งอาจารย์ ให้ได้คะแนนมานั้น
ก็ถูกทำลายโดยไม่ตั้งใจ บนรถประจำทาง ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ที่ไม่สนใจว่า
ในมือของผมจะถือสิ่งที่น่าทะนุถนอมเพียงใด แน่นอน... งานชิ้นนั้นวายป่วงไป
แน่นอน... ไม่มีงานส่ง แน่นอน... ไม่มีคะแนน... และแน่นอน ผมลาออกก่อนที่จะให้เขาเสือกไส
นั่นคือ บทสุดท้ายของการเดินทางไกลสู่สถาบัน
ผมคิดว่าควรจะจบบทความนี้โดยเร็วที่สุด
ก่อนที่ชีพจรในมือจะแตกฟอง น่าประหลาดใจ ที่ทำไมผมตะบี้ตะบัน เขียนเรื่องลาดกระบัง
ให้ชาวบางมดอ่าน ก็มันไม่รู้จะเอาอย่างไรนี่ เพราะผมรู้จักบางมดก็เพียงเป็นประเภทของส้ม
และเป็นวิทยาเขตหนึ่ง ของสถาบันเทคโนโลยีฯ เท่านั้น
แต่สิ่งที่ผมว่าผมรู้ นั่นคือ การที่ได้เป็นผู้รู้ทางด้านเทคโนโลยีนั้นเป็นโอกาสที่ดี
และ เป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศที่พัฒนาแล้ว พัฒนาอีก อย่างประเทศไทยเป็นอันมาก
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ถ้าน้องทุกท่านที่บางมดนี่ ทำหน้าที่ที่ถนัดได้อย่างเต็มที่แล้ว
ทุกๆ คนจะมีความดีงาม และความก้าวหน้าอยู่ในตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครอวยพรเลย
ขอบคุณมากๆ สำหรับน้องๆ
ที่ให้โอกาสผมได้เขียนเรียงความอีกครั้ง หลังจากได้เขียนเรื่อง "วิธีทำรัฐประหารอย่างง่ายๆ
ด้วยตนเอง" ไปตั้งแต่เมื่อตอน ป. 7
|