|

เสียงไซเรนกรีดร้องโหยหวน
วิงวอนของการจราจรที่คับคั่งหัวค่ำนี้ ช่วยเปิดทางให้รถพยาบาลเจ้าของเสียง
ทุกคนในรถดูจะคิดเหมือนกัน คือ เร็ว และนุ่มนวลที่สุด ในรถคันนั้น
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ บอกบาง นอนซมผมสยายอยู่บนเตียง
เหงื่อนิดๆ ผุดขึ้นบนหน้าที่ไม่แสดงความเจ็บปวดใดๆ คงเพราะมือซีดเซียว
ที่ถูกมืออบอุ่นของผุ้เป็นแม่เกาะกุม ถ่ายทอดดวงใจและวิญญาณ
"ถามซิลูก
ถามโน่นถามนี่ ถามอะไรก็ได้ที่อยากถาม"
.............................
ภาพพร้อมเสียงวันเก่าๆ ค่อยๆ เด่นชัดขึ้น
"คุณแม่ขา
คุณแม่ทำอะไรคะ"
"ตัดเสื้อจ้ะ
ตัดให้ใยไงคะ เป็นไง ชอบมั้ย"
"ชอบค่ะ...
สวยจัง โตขึ้นใยจะเป็นช่างตัดเสื้ออย่างคนแม่"
เด็กน้อยมองฝ่าความมืดออกไปนอกหน้าต่างอย่างเชื่อมั่น
"คุณแม่ขา
คุณลุงดวงดาวกับคุณลุงดวงจันทร์ทำไมลอยอยู่บนฟ้าได้คะ"
"ลุงแกคงจะตัวเบาน่ะจ้ะ"
"บนฟ้าสูงๆ
จะหนาวมั้ยคะ"
ใยขยับแขนกอดรัดตัวเองแน่นยิ่งขึ้น
"หนาวสิ
ข้างล่างยังหนาวขนาดนี้ ข้างบนฟ้าก็ยิ่งต้องหนาวใหญ่ ยิ่งสูงยิ่งหนาวไงคะ"
"น่าสงสารคุณลุงดวงดาวกับลุงดวงจันทร์นะคะ
ไม่มีเสื้อผ้าใส่ คงหนาวแย่เลย ดูคุณลุงดวงดาวตรงโน้นสิคะ... สั่นกันใหญ่เลย...
แม่คะ ถ้าใยเย็บเสื้อเก่งๆ ใยจะเย็บให้คุณลุง เหมือนที่คุณแม่เย็บให้ใยนะคะ"
"ดีสิ จะรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
แต่ใยจะเย็บไหวรึ คุณลุงดวงดาวมีออกเยอะแยะหลายดวง"
"ทำไมคุณลุงดวงจันทร์วันนี้ถึงผอมนักล่ะค่ะ"
"แกคงไม่ค่อยชอบทานข้าวอย่างหนูนี่แหละค่ะ"
"แต่...
ผอมๆ ก็ดีนะคะ คุณลุงจะได้ตัวเบาแล้วลอยได้สูงๆ ไงคะ"
วงล้อหยุดหมุนแทบจะเป็นเวลาเดียวกับที่เตียงถูกยกออกจากรถพยาบาล
ไปวางบนรถเข็นพยาบาล ทุกคนดูเร่งรีบไปหมด ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออก
"เออ...
คุณเข้าไปไม่ได้นะคะ กรุณานั่งคอยที่โซฟาเถอะค่ะ"
มือน้อยๆ หลุดจากการเกาะกุม ราวกับจะดึงดวงใจผู้เป็นแม่ติดตามไปด้วย
................................
"ทำไมคุณแม่ทะเลาะกับคุณพ่อคะ"
"เรื่องของผู้ใหญ่
เด็กอย่ายุ่งเลย"
"ทำไมเด็กยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ไม่ได้คะ"
"ออกไปเล่นข้างนอกไป
แม่อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ"
"อยู่คนเดียวแล้วไม่เหงาหรือคะ...
อ๋อ... รู้แล้วทำไมเด็กถึงยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ไม่ได้"
ใยก้มลงอุ้มลูกหมาขนฟูขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
"เพราะผู้ใหญ่เวลามีเรื่องอะไรก็ชอบอยู่คนเดียว
แต่เด็กเวลามีเรื่องอะไรชอบอยู่หลายคน มีเพื่อนเล่นกันสนุกๆ ดีนิ ปุ๊กปิ๊ก
นิ"
ลูกหมาในอกเงยหน้าขึ้นมาเห่าเสียงแหลมขานรับ
"วันนี้ทำไมคุณแม่อารมณ์เสียง่ายจัง"
"หยุดถามโน่นถามนี่ทีได้มั้ย...
รำคาญ"
หนูน้อยซึมลงถนัดใจ แต่พยายามฝืนยิ้มเบิกบานอย่างเดิมอีกครั้ง
"คุณแม่คงจะงอนคุณพ่อ
ที่คุณพ่อไม่เอาใจใช่ม้า... เย็นนี้ให้ใยจัดการเอง... ไป... ปุ๊กปิ๊ก...
ไปหน้าบ้านรอคุณพ่อกัน"
เจ้าขนปุยวิ่งนำหน้าเจ้านายน้อยไปที่สนามหญ้าอย่างร่าเริง
...........................................
"เออ...
ขอโทษนะครับ... คุณเป็นแม่ของเด็กใช่มั้ยครับ"
เสียงของคุณหมอช่วยปลุกให้ตื่นจากภวังค์
"เออ...
ชะ... ใช่ค่ะ"
"คือ...
คือว่าผมว่าคุณเรียกรถพยาบาลช้าไปนะครับ... พิษรู้สึกจะเข้าหัวใจ และคงจะฉีดไปทั่วร่างในไม่ช้า"
อื้อไปหมด ประโยคหลังผู้เป็นแม่รู้สึกจะไม่ได้ยิน
"ผมว่าคุณเข้าไปในห้องดีกว่า
แกอยากพบคุณมากเลย"
..............................................
เสียงแหลมเล็กเห่ากระชั้นไม่หยุด
จนต้องออกมาดู
"คุณแม่ขา
ใยโดนแมงจิ้งเลื้อยกัดค่ะ เจ็บจัง"
รอยจุด 2 จุดที่ข้อเท้าเล็กๆ แต่ทำให้ใบหน้าสดในของเด็กน้อยซีดลงจนน่าตกใจ
"ไม่เป็นไรหรอก
ทายาหม่องเดี๋ยวก็หาย ซนไม่เข้าเรื่องนี่"
แม้อารมณ์ยังจะเสียอยู่ แต่สัมผัสของความเป็นแม่ที่ป้ายยาหม่องลงไป
แผ่วเบาและอบอุ่น กระนั้นก็ไม่ช่วยให้รอยคล้ำจางหายไป
"พ่วง!...
หาย... เจ็บมั้ย"
"ไม่เจ็บแล้วค่ะ"
ใยเอียงคอยิ้ม อยากลุกขึ้นเอาใจแม่
แต่ขาเจ้ากรรมกลับไม่มีแรงเอาเสียเลย
"เอ๊ะ...
ทำไมเจ้าปุ๊กปิ๊กเห่าไม่หยุดนะ"
สนามหญ้าตรงข้างรั้ว ปุ๊กปิ๊กกำลังเห่าไล่กัดกระโดดเข้ากระโดดออกอยู่กับสิ่งหนึ่ง
ใหญ่และยาวเลื้อยไปมา...
.....................................................
สายอะไรต่ออะไรระโยงระยาง จนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า
เด็กตัวเล็กๆ ร่างกายจะมีพื้นที่เหลือพอให้ต่อสายเหล่านั้น
ตาปรือๆ ค่อยๆ เผยอขึ้นมา ทุกตารางใบหน้าไม่แสดงถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้
ริมฝีปากบางที่ค่อยๆ เหยียดยิ้ม ถูกปิดไว้ด้วยกระเปาะเครื่องช่วยหายใจ
แต่ไม่ช่วยให้เสียงเด็กน้อยหลุดรอดออกมาได้แม้แต่พยางค์เดียว...
'คุณแม่มานั่งใกล้ๆ
ใยหน่อยสิคะ'
สายตาเท่านั้นที่ทำหน้าที่สายใย
จากดวงจิตของเด็กน้อยและผู้เป็นแม่
'แม่อยู่นี่แล้ว'
มือบางๆ ถูกเกาะกุมอีกครั้ง
'ถามซิลูก คุยซิลูก
คุยอะไรก็ได้'
ก้อนน้ำตาถูกกลืนลงไปอย่างลำบากยากเย็น
เพื่อไม่ให้ลูกเห็น ถึงกระนั้นก็ยังมีเล็ดลอดไหลออกมาเป็นสายทางยาวจนได้
'คุณแม่อย่าร้องไห้ซิคะ
ใยไม่ได้เป็นอะไรซักกะหน่อย'
'เจ็บมั้ยจ้ะ
ไหนขอแม่ดูหน่อย พ่วง... หาย... พ่วงง...ง....'
บาดแผลแผ่รอยคล้ำเป็นวงสีดำสนิท
จนแทบไม่รู้เลยว่า จุดกำเนิดมาจากจุดเขี้ยวเล็กๆ 2 จุด
'นั่นแน่... คุณพ่อมาแล้ว'
ผู้มาใหม่ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างแผ่วเบา
ราวกับกลัวว่าถ้าพื้นห้องสะเทือนแม้เพียงนิด เขาก็จะไม่ยกโทษให้ตัวเอง
'วันนี้คุณแม่งอนคุณพ่ออีก
รู้มั้ยคะ... เพราะคุณพ่อไม่ยอมเอาใจนี่... ใยเลยบอกจะจัดการคุณพ่อให้'
'เมื่อตอนเย็นนะ...
ใยกะไว้ว่า... พอคุณพ่อเข้ามานะ... ใยจะกระโดดขี่คอคุณพ่อแล้วให้เจ้าปุ๊กปิ๊กไล่กัด...
ตอนนี้ใยก็ยังอยากขี่คออยู่... แต่ใยไม่มีแรง... พรุ่งนี้หมอบอกใยก็กลับบ้านได้แล้ว...
ตอนกลับ... พ่อต้องมารับใย... และให้ใยขี่คอตลอดทางเลยนะคะ...'
ผู้เป็นพ่อบีบฝ่าเท้าเย็บเฉียบของลูกน้อยเบาๆ
ย้ำไปย้ำมา
'แต่คืนนี้ คุณลุงดวงดาวจะมารับ...ใย...
ไปเที่ยวบนฟ้า ... ใ... ย... ขออนุญาต... คุณ... พ่...อ... คุณ... แ........ม่.......'
คิ้วคู่น้อยค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน
'คุณ... พ่อ...
คุณแม่ขา... ใ... ย.... อึด... อัดจัง...'
หมอที่ยืนใกล้ๆ สบสายตาอ้อนวอนของผู้เป็นพ่อแล้วส่ายหน้า
'ทำไม... มัน...
มืดจังล่ะคะ... รึว่าไฟดับ... ใช่ๆ... คุณแม่คะ ลุงเค้าใจดี... คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วยใยหรอก...
แล้วคืนนี้คุณแม่... อย่างอนคุณพ่ออีกล่ะ... เดี๋ยวใยอดมีน้องเล็กๆ ...
น้า...'
ไม่ต้องกล้ำกลืนอีกแล้ว น้ำตาผู้เป็นแม่
ปล่อยให้มันไหล ไหลให้มันหมด หมดไม่เหลือให้ไหลอีกต่อไป
'คุณลุงคะ...
ใยพร้อมแล้วค่ะ... เออ... คุณแม่คะ... ถ้าคุณลุงดวงจันทร์... มาหา...
บอกว่าใยไปเที่ยวกับคุณลุงดวงดาวนะ... แล้วคุณแม่อย่าลืมเลี้ยงข้าวคุณลุงดวงจันทร์ด้วย
เอา... เอา... ให้อ้วนตัวกลมเลยนะคะ...'
หัวคิ้วของเด็กน้อยคลายปมออกจากกัน
ดวงตาปิดพริ้ม ใบหน้าลูกใยแย้มยิ้มเต็มที่
ยิ้มจนหมดไม่เหลือเผื่อไว้ยิ้มให้แม่ครั้งต่อไป
หลับเถิดดวงใจดวงน้อย
หลับสู่ดินแดนฝัน
เจ็บปวดเพียงใดลืมทิ้งมัน แล้วฝันไปในโลกงาม
"คุณลุงดวงดาว
ฝากลูกใยด้วยนะคะ"
|