ฉบับที่ 26 เมษายน 2532 "เรื่องสั้น-สั้น" บัวไร


ฉันเกือบงอแงอีก เมื่อถูกคุณแม่ไล่ให้ออกไปห่างๆ จากฟองขาวๆ บนผ้าในกะละมัง ถ้าไม่เห็นมือขึ้นผื่นแดงๆ ของคุณแม่ซะก่อน

"อย่าซน เดี๋ยวกระเด็นเข้าตา"

"มือคุณแม่เป็นอะไรคะ"

"แฟ้บกัดน่ะซิ ถ้าลูกซนก็จะเป็นแบบนี้แหละ ไป เข้าไปเล่นกับคุณพ่อในบ้านไป๊"

ฉันยังไม่ไป คงยืนขอบประตูหลังบ้าน มองดูคุณแม่ค่อยๆ ขยี้เสื้อฉันทีละตัวๆ อย่างไม่รู้เจ็บ ฟองกลมๆ นิ่มๆ ดูไม่มีฟันน้ำนม ไม่น่ากัดเจ็บได้เลย ฉันสงสารคุณแม่จัง

 

"คุณครูขา มีตัวอะไรในโลกนี้ ที่ช่วยคุณแม่ซักผ้าได้มั้ยคะ"

ฉันยกมือเมื่อคุณครูถามว่าใครมีอะไรไม่เข้าใจบ้าง

"มีซิจ๊ะ เครื่องซักผ้าไงล่ะ เค้าจะเรียกเป็นเครื่อง ไม่เรียกเป็นตัว"

คุณครูยิ้มตอบอย่างใจดี ในขณะที่เพื่อนๆ ในห้องมองฉันอย่างทึ่ง คุณครูชมเสมอว่า ฉันชอบสงสัยและถามอะไรผิดเพื่อน

คุณครูยังอธิบายต่อ ถึงรูปร่าง วิธีกลืนผ้าเปื้อน และคายออกมาเมื่อผ้าสะอาด พร้อมกับวาดรูปมันบนกระดานให้ดูด้วย เพื่อนฉันแย่งกันยกมือ ตะโกนกันใหญ่ ว่าที่บ้านมีบ้าง เคยเห็นบ้าง ฉันอิจฉาจัง

 

ฉันเพิ่งรู้ว่า ปากซอยบ้านฉันก็มีไอ้ตัวซักผ้าเหมือนกัน

"คุณน้าขา ขอไอ้ตัวซักผ้าให้หนูตัวนึง"

คุณแม่ยังซักผ้าให้ฉันฟรีๆ เลย ไอ้ตัวซักผ้าแบบนี้ ขอคุณน้าดีๆ พูดเพราะๆ คุณน้าก็คงจะให้ ฉันคิด

"หนูต้องเอาเงินมาให้น้าดูก่อนนะจ๊ะ แล้วน้าถึงจะให้หนู"

คุณน้าจูงมือฉันออกมานอกร้าน ปล่อยฉันเดินเข้าบ้านอย่างงงๆ

 

"คุณแม่ขา ไอ้ตัวเงินนี่มันเป็นยังไงคะ"

คุณแม่ตีแขนฉันเบาๆ เพราะฉันพูดทั้งๆ ที่ข้าวยังอยู่เต็มปาก

"ก็เหรียญเล็กๆ ที่แม่ให้หนูเก็บหมูออมสินทุกวันไงจ๊ะ"

"นั่นเค้าเรียกว่าตังค์นี่คะคุณ..."

ฉันสำลักข้าวก่อนพูดจบ

"นั่นแหละจ้ะ เหรียญสตางค์ เหรียญบาท แบงค์สิบ เค้ารวมเรียกสั้นๆ ว่าเงิน"

คุณแม่ไม่ตีอีก แต่ส่งน้ำให้ดื่ม และเช็ดเศษข้าวที่เลอะปากเลอะจมูกของฉันเบาๆ มือคุณแม่ดูทำอะไรเบาไปหมด... สำหรับฉัน

ฉันโชคดีที่มีคุณแม่ไม่โง่ สอนให้ฉันรู้จักเก็บเหรียญตังค์ไว้ในลูกหมูออมสิน ไม่เหมือนนิคม ที่เก็บตังค์ไว้ในรูจมูกตัวเองจนชักดิ้น แล้วก็หลับไป ไม่ตื่นอีกเลย คุณลุงหมอบอกว่า นิคมกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว ฉันเข้าใจว่าทำไม ขนาดเมื่อกี้ฉันสำลักข้าวเม็ดนิดเดียว ฉันยังอยากนอนหลับเลย... ให้ฉันโตและรู้ว่าทำยังไงก่อนนะ ฉันจะจุมพิตเธอ อย่างกับเจ้าชายจุมพิตเจ้าหญิงในนิทานเชียว

"เจ้าลูกเกด ฉันขอโทษนะ... ฉันรักแก แต่ฉันก็รักมือคุณแม่มากเหมือนกัน"

ลูกหมูออมสินยิ้ม ไม่ว่าอะไร มันคงเข้าใจ

คืนนั้น ฉันร้องไห้ทั้งคืน จนตอนเช้าคุณแม่นึกว่าฉันฉี่รดหมอน

 

วันนี้ทั้งวัน ฉันเด่นที่สุดในห้องเรียน ฉันเที่ยวชี้สอนครูสอนเพื่อนๆ ว่า อันนี้นะเรียกเงิน ไม่ต้องเรียกเหรียญตังค์ อย่างที่เข้าใจผิดอีกแล้ว ฉันภูมิใจ

รถโรงเรียนไปแล้ว ทิ้งฉันยืนอยู่หน้าร้านคุณน้าตรงปากซอย มือฉันล้วงกระเป๋ากำเงินแน่น นึกถึงฉันจะจูงไอ้ตัวซักผ้ายังไงไหวคนเดียว มันเชื่องรึเปล่าไม่รู้

"คุณน้าขา ขอไอ้ตัวซักผ้าให้หนูตัวนึง"

คุณน้ายิ้มเหมือนเมื่อวาน แต่เป็นยิ้มเย็นๆ กว่า

"หนูต้องเอาเงินมาก่อนนะจ๊ะ แล้วน้าถึงจะให้หนู"

ฉันแบให้ดูเงินเต็มมือ คุณน้าตะลึงนิดนึง ฉันรู้เงินมันมากเกินนิ้วมือฉัน ฉันได้อย่างนี้ใครเห็นก็ต้องตกใจ

"สิบสองบาท เหรอจ๊ะ..."

คุณน้านับเงินเสร็จก็หัวเราะ แล้วก็จูงฉันออกมานอกร้าน ปล่อยให้ฉันวิ่งกลับบ้านคนเดียว ไม่ให้ฉันจูงไอ้ตัวซักผ้าออกมาด้วย

 

ถึงบ้าน ฉันไปหยิบลูกหมูหัวแตก วิ่งร้องไห้ไปหาคุณแม่ในครัว

"คุณแม่ขา..."

ฉันชูเงินกับเจ้าลูกเกดให้คุณแม่ดู คุณแม่กอดฉันเหมือนรู้เรื่องทั้งหมด อกคุณแม่อบอุ่น ไม่เย็นเหมือนยิ้มคุณน้า

"คุณน้าหลอกหนู"

ฉันวางของในมือลง แล้วกอดคุณแม่บ้าง

คุณแม่ลูบหัวฉันนุ่มๆ ฉันจับมือคุณแม่มาลูบบ้าง เพราะเอื้อมไม่ถึงหัวคุณแม่

มือคุณแม่แดงเป็นผื่นเจ็บๆ คุณแม่มองฉัน

ฉันกัดคุณแม่ไปหนึ่งคำ

แหวะ น้ำตาฉันว่าเค็มแล้วนะ มือคุณแม่เค็มกว่า

อกคุณแม่อบอุ่น ไม่เย็นเหมือนยิ้มคุณน้า





โอ...
จะบอกเธออย่างไรดี
เธอสวย
และเปรี้ยวเสียจริง
จนฉันรู้สึกปวดกราม
ร้อนวูบไปทั้งตัว
เหมือนจะขาดใจตาย
น้ำลายสอ
ฉันบอกเธอตรงๆ ก็ได้
มะม่วงห้าบาท
ฝรั่งดองสองบาท
มะขามอีกสามบาท
แถมหน่อยนะ
ฉันขาประจำนะฮ้า...

ศศิประภา