|
|
|
"เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน" คนส่วนใหญ่ในโลกล้วนเคยพูดวลีนี้กันแล้วทั้งนั้น
การผัดวันประกันพรุ่ง ถือเป็นนิสัยเสียขั้นพื้นฐานที่เกิดได้กับทุกคน เป็นเหมือนเชื้อโรคไวไฟ ที่คอยจ้องจะเกาะติดชีวิตเราอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญคือ ไม่ทันให้เรารู้ตัวเสียด้วยซ้ำ คนไหนภูมิต้านทานน้อย ก็จะถูกมันแทรกซึมเข้าไปถึงข้างใน ในบางคน ถูกปะปนไปกับฮีโมโกลบินในเลือด ในบางคน อาจถูกแทรกอยู่กับแคลเซียมในกระดูก นิสัยเสียๆ อย่างนี้ ถ้าปล่อยไว้ไม่พยายามกำจัดตัดมัน นานวันเข้าก็มีสิทธิ์เป็นเอดส์ทางอารมณ์ได้ไม่ยาก การไม่ยอมตัดสินใจลงมือทำอะไรในทันทีที่ทำได้นั้น ทำให้เราต้องวิตกกังวลกับมันอยู่ตลอดเวลาที่เรา "ยื้อ" เอาไว้ แถมยังโทษใครเขาก็ไม่ได้อีก ... นอกจากตัวเราเอง การรอปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นมากับชีวิต มันก็ไร้หวังพอๆ กับรอถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งนั่นแหละ |
| ไปไหนก็ไปเถอะ... คุณบุญเฉย |
|
ความเฉื่อยชาเป็นบ่อเกิดแห่งการผัดวันประกันพรุ่ง การผัดวันประกันพรุ่งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงความเบื่อหน่าย... แล้วชีวิตจะเหลืออะไรละเนี่ย นักปราชญ์ท่านหนึ่งบอกไว้ว่า คนที่คอยเบื่อไอ้โน่น เบื่อไอ้นี่อยู่ตลอดเวลานั้น น่าสงสารมากกว่าคนที่พูด หรือทำอะไรน่าเบื่อหน่ายเองเสียอีก หยุดขับเคลื่อนชีวิตด้วยแรงเฉื่อย แล้วดึงเอาพลังงานจากขุมพลังในตัว (ที่บางคนก็ไม่รู้ว่ามี) ออกมาใช้แทน อย่ารอด้วยความหวัง (ลมๆ แล้งๆ) ว่าอะไรๆ มันจะดีขึ้นเอง เรื่องราวทั้งหลายไม่อาจคลี่คลายไปได้ด้วยตัวของมันเอง... เราจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง กับมันในทันทีต่างหาก คนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่รู้ถึงพลังแห่งตน ไม่รู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้มากมาย หากจะทำเต็มกลังจริงๆ จึงไม่พยายามที่จะทำอะไร ให้มากขึ้นกว่าที่เคยทำ ดังนิทานเรื่องนี้
เป้าหมายในชีวิต ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราลงมือเสียที เอาง่ายๆ เลย... ลองเทียบประวัติของตัวเอง กับใครสักคน ที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิต ในด้านที่เราสนใจ เป็นคนที่เราเฝ้ามอง และใฝ่ฝันอยากเป็นแบบเขาบ้าง อยากทำงานอย่างที่เขาทำ... ลองเปรียบเทียบดูว่า ตอนเขาคนนั้นอายุ 15 เขาทำอะไร แล้วเรากำลังทำอะไร ตอนเขาอายุ 20 เขาไปถึงไหน แล้วเราอยู่ตรงไหน... รู้แล้ว ก็จะได้ไม่ต้องเลื่อนลอยอยู่นานนัก ถ้าคุณคำลังคิดจะไปเยี่ยมญาติ หรือเพื่อนสักคนในตอนนี้ละก็... ยกหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วหมุนไปเช็คดูซิว่าเขาอยู่ และว่างพอจะให้เยี่ยมหรือเปล่า หรืออาจจะนัดวันไปพบเลยทันที เพื่อป้องกันการผัดวันฯ เพราะว่ามี "นัด" คอยบังคับอยู่ แต่ถ้ายังผัดวันฯ ทั้งที่นัดหรือรับปากคนอื่นไว้แล้วละก็ เราก็จะตกอยู่ในสภาพที่เขาเรียกว่า "เสียคน" เพราะคำพูดสัญญาเลื่อนลอย เชื่อถือไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องเสียหายร้ายแรงด้วยแล้ว... "เสียหมา" - - ก็เรียก ขับไล่ความเฉื่อยชา แล้วเอาความกระตือรือร้นเข้าว่า เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเถอะ... คุณบุญเฉย |
| หลอกตัวเอง... บรื๋อส์ |
|
บางคนมีแผนการโครงการจะทำโน่นทำนี่ เป็นหมื่นๆ อย่าง แล้วเที่ยวบอกใครต่อใครถึงแผนการเลิศหรูมากมาย แต่ไม่ลงมือทำสักที หรือทำก็ทำพอเป็นพิธี ไม่ได้ดีอย่งที่สาธยายเป็นวิมานในอวกาศไว้ ระวัง... สังคมจะตราหน้า ฟ้าดินจะประณามหยามเหยียด เพราะความเหลาะแหละ เพ้อเจ้อ อันน่าเบื่อหน่ายพวกนั้น บางครั้งเราก็หลอกตัวเองเพื่อความสบายใจชั่วครู่ชั่วยาม การผัดวันฯ ทำให้เรามีเวลาในการกระทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ (เสียดิบดี) นั้น... น้อยลง พอทำเข้าจริงๆ เกิดข้อบกพร่องขึ้นมา ก็จะอ้างว่ามีเวลาทำน้อยเกินไป ทั้งที่จริงๆ มีเวลามากเกินพอเสียอีก... กิ๋ว กิ๋ว น่าไม่อาย ในเมื่อยังตามเมื่อวานนี้ไม่ทัน แล้วยังหลีกเลี่ยงวันนี้อีก ลองตรองดูเถิดหนา... ว่าสถานการณ์มันจะเป็นเช่นไร |
| วันนั้น... เพียงแต่วันนั้น |
|
ถ้าคิดจะกวาดบ้าน ก็ลุกไปหยิบไม้กวาดมาเลยเชียว... เดี๋ยวนี้ แล้วลงมือกวาด เอาใจลงจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ เสร็จแล้วค่อยไปซักผ้า ให้เสร็จเป็นอย่างๆ ไป เราจะพบว่า บางครั้งสิ่งที่เราถ่วงเวลาไว้ ไม่ยอมทำเสียทีนั้น ความจริงแล้วมันไม่จำเป็นต้องดองไว้เลย... เราไม่จำเป็นต้องทนกับบ้านรกๆ ตลอดทั้งอาทิตย์ ไม่ต้องเป็นห่วงกังวลว่าจะไม่มีเสื้อผ้าใส่ จงนั่งลง ตั้งสมาธิ แล้วลงมือทำในสิ่งที่ดองไว้นานเต็มทีแล้ว แทนที่จะใช้เวลาให้หมดไปกับความกังวลโดยเปล่าประโยชน์
"สมาธิ คือเคล็ดลับของความสำเร็จในด้านการเมือง สงคราม การค้า และกิจการทุกอย่าง ที่มนุษย์เป็นผู้จัด" ...อีเมอร์สันเขียนไว้ เหตุหนึ่งแห่งการผัดวันประกันพรุ่ง คคือ ไม่มีสมาธิพอ เพราะฉะนั้นจงทำทุกสิ่ง ที่จะสามารถปิดกันตัวเอง ให้พ้นจากสิ่งกวนใจให้ได้ หากต้องการทำการบ้านให้เสร็จโดยเร็ว ก็จงลุกไปปิดทีวี วิดีโอ วิทยุก่อน คิดดูนะ ถ้าการบ้านเสร็จ เสาร์-อาทิตย์ ก็จะได้พักผ่อน ไปดูหนังดูละคร ดูคอนเสิร์ต หรือจะนอนหายใจเล่นก็ได้ เห็นมั้ย... วันหยุดน่ะ หอมหวานแค่ไหน - - นั่นคือตัวอย่าง ผลตอบแทนความสำเร็จ ที่จะเป็นเครื่องกระตุ้น จูงใจ ปลุกเร้า ผลักดันเราได้ทางหนึ่ง หลายๆ คน รอโอกาสในการที่จะทำอะไรสักอย่าง เช่น จะอดบุหรี่ในวันเกิด รอถึงวันพระแล้วจะล้างรถ ฯลฯ การให้ความสำคัญ กับโอกาสพิเศษเหล่านี้ มีผลทางด้านจิตใจ ก็ถือเป็นแรงบันดาลใจหนึ่ง ที่จะช่วยกระตุ้นให้เราลงมือ แต่ถ้าถึงเวลาจริงๆ ก็ยังทำไม่ได้ ยังปล่อยให้วันเกิดผ่านไป โดยไม่มีวี่แววว่าจะอดบุหรี่ได้ ก็อย่าเสียเวลารอจนถึงวันเกิดปีหน้าเลย คิดดูดีๆ แล้ว วันไหนๆ ก็มีเพียงวันเดียวในชีวิตเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 7 มกรา 2529 หรือ 14 พฤศจิกา 2531 ซึ่งอาจไม่ใช่วันสำคัญทางศาสนา หรือวันประกาศสงครามแต่อย่างใดเลย แต่มันก็เป็นวันที่คุณสามารถอดบุหรี่ได้ ล้างห้องน้ำได้ เริ่มเขียนต้นฉบับได้เหมือนกัน อาจช่วยบังคับตัวเองอีกทางหนึ่ง ด้วยการกำหนด หรือจัดช่วงเวลาที่แน่นอน สำหรับการทำงานนั้นๆ จะเป็นวันเสาร์บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น หรือวันอังคารสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน อะไรก็ว่าไป - - เออหนอ... แค่จะชนะใจตัวเอง ยังยากขนาดนี้... ประสาอะไรกับใจคนอื่น อุ๊ย นอกเรื่อง... ลืมตัวจนได้ ดูสิ ถามตัวเองบ่อยๆ ว่าเวลาที่ผ่านไป... ผ่านไปเนี่ย เรากำลังทำอะไรอยู่ เราใช้เวลาอย่างมีสติหรือเปล่า อย่าชะล่าใจว่าตัวเองจะตายช้า ไม่มีใครรับประกันได้แน่นอนว่า คุณจะมีวันพรุ่งนี้... คนส่วนมากที่ยังไม่อยากตาย ก็เพราะยังไม่ได้ทำ ในสิ่งที่อยากทำ และตั้งใจไว้ทั้งนั้นแหละ (อาจฟังดูดุดันไปบ้าง แต่จริง ยังไงก็ขอยืนยัน ด้วยน้ำเสียงซีเรียสที่สุดในชีวิต - - มหาเฉื่อย) สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ฟังเพลง "อย่ามัวฝัน" ของคุณ ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ...
อย่ามัวฝัน เวลานั้นไม่คอยท่า |
|