|
|
|
*
สุดยอดแห่งความใฝ่ฝันของนักฟุตบอลในเมืองไทย นอกจากการติดทีมชาติก็คือ ขอให้ได้ลงแข่งที่สนามศุภชลาศัยกับเขาสักครั้ง
นักดูฟุตบอลมีระดับก็เช่นกัน ถ้ายังไม่เคยเข้าสนามศุภฯ ก็คงจะไปคุยกับใครเขาได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก...
ถ้าแฟนๆ ไปยาลใหญ่อยากจะลิ้มลองรสชาติการดูฟุตบอลที่สนามศุภฯ สักนัด ว่าจะมันส์ในอารมณ์ขนาดไหน
ลองทำตามไอเดียของคุณจิตสามัญ ใจสำนึกสกุล ที่เขียนมาดูนี่สิครับ - - กอง
บก.
|
|
ถ้าเป็นฟุตบอลแม็ทช์เล็กๆ ก็ไม่มีอะไรมาก ถ้าเป็นแม็ทช์ใหญ่ๆ เช่น ระดับถ้วยใบใหญ่ภายในประเทศ (สังเกตความสำคัญของถ้วยนะ ไม่ใช่ขนาด) ควรต้องมีการเตรียมตัวและความพร้อมพอควร ก่อนอื่นต้องกะปริมาณคนดูที่สมัครใจจะไปแย่งกันเข้าสนามก่อน ว่ามีแนวโน้มทำให้เป็นปลากระป๋องได้หรือไม่ ถ้ามีแนวโน้ม ควรไปสนามแต่เนิ่นๆ นับเป็นการทำลายนิสัยอู้ไปในตัว ถ้าไปไม่ได้ ใครจะคิดทำสนับไหล่ ต้นแขน ติดไปก็ตามสะดวก ประโยชน์ของมันคือ จะป้องกันการเบียด กระแทก เสียดสี และสารพัดกระทบกระทั่งกับฝูงชน โดยเฉพาะช่วยเดินเข้าประตูขึ้นสู่อัฒจันทร์ คุณๆ ทั้งหลายจะเป็นต่อในกิจกรรมที่จะเกิด ถึงแม้ว่าสนามศุภฯ จะมีหลายประตู แต่ประเทศเรากำลังเน้นนโยบายประหยัด เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่สนามเลยสนอง โดยการประหยัดประตูทางเข้าด้วย การเปิดเพียงไม่กี่ประตู เบียดกันเต็มที่เมื่อไหร่ ค่อยเปิดประตูใหม่ ยอดจริงๆ ให้ตายเถอะ
กระดาษหนังสือพิมพ์ ติดเอาไปด้วย ไม่จำเป็นต้องเอาไว้คลุมร่างไร้วิญญาณ เพราะสนามบอลไม่ใช่สนามรบ และประเทศไทยเราไม่นิยม เหมือนอย่างประเทศแถบยุโรปและอเมริกาใต้ ที่ให้ติดมาก็เพื่อเอาไว้รองนั่ง เพราะพื้นปูนที่ตากแดดร้อนทั้งวัน มันคงไม่เหมาะกับก้นสวยๆ ของคุณๆ และก้นบางคนเหมาะกับไม้เรียวมากกว่า ถ้าหนีเรียนไปดู นอกจากนี้ ยังเอาไว้กันแดด กันฝน ที่แห่กันมาอย่างไม่รู้ตัว เหมือนจะขอดูบอลด้วย เสียนิสัยจริง บัตรก็ไม่เสีย แล้วยังหาเรื่องเดือดร้อนมาฝากอีก ถ้าคุณอยู่ทางด้านอัฒจันทร์มีหลังคาก็โอ.เค. ไม่ต้องก็ได้ นอกจากกลัวกางเกงตัวสวยจะเปื้อน ยาดม วาเป็กซ์ ยาสูดแก้วิงเวียน ควรติดไป คุณต้องใช้ดม ถ้าเจอควันบุหรี่จากคนรอบข้าง เสียใจด้วยนะ ไม่มีป้ายห้ามสูบบุหรี่ในสนามบอลนี่ครับ การเลือกที่นั่ง ดูทัศนวิสัยที่ดี พิจารณาจากตัวคุณเองนั่นแหละ หวังว่าคุณคงไม่ไปถามคนข้างๆ นะ ข้อควรนำมาพิจารณาประกอบได้แก่ บรรดากองเชียร์ข้างๆ ถ้ามีประเภทโหวกเหวก โวยวาย มองดูแล้วค่อนข้าง "มีแวว" แววอันธพาลนะครับ คุณควรจะห่างๆ ไว้เป็นดี ที่สำคัญ "การเคลื่อนไหวตัว" ถ้าใกล้ตัวมีเหตุอะไร ตุ้บ ตั้บ กันละก็ ทิ้งนิสัยไทยมุงซะ แล้วใช้หลักเคลื่อนไหวตัว ไปในทิศทางตรงกันข้ามได้เลย อย่าช้า แต่ประเด็นนี้มีน้อย ไม่เหมือนกับชมคอนเสิร์ต ศิลปินบางคน บางคณะ ที่โชคร้าย มีแฟนเพลงเลวๆ ควรรู้รายละเอียดในเรื่องฟุตบอล เกมการเล่น นักกีฬา และอื่นๆ ของฟุตบอลพอสมควร ทำไมเหรอ? นอกจากทำให้คุณดูสนุกแล้ว ยังเอาไว้พูดคุยได้ในกรณีลูกออก ลูกยิงข้ามคาน ผู้เล่นเล่นไม่ดี หรือขนาดไม่ได้เรื่อง ฯลฯ ไม่ใช่พูดเฉยๆ แต่ควรวิจารณ์ชนิด "สับ" เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม เช่น "โธ่เว้ย... ทำไมไม่โยนเข้ากลาง" "ยิงอย่างนี้ ตัดเท้าทิ้งเถอะวะ" "เอาเข้าไป เลี้ยงอยู่ได้ มาเอาตังค์ซื้อบอลกลับไปเลี้ยงที่บ้านให้พอใจ" "จะบ้าเหรอ (เลี้ยง) แหกเข้าไปได้ยังไง ไอ้โง่" ฯลฯ ทุกครั้งที่พูด ให้สมมติตัวเองเป็นนักฟุตบอล ระดับน้องๆ มาราโดน่า ยังไงยังงั้น ข้อควรระวัง จะโดนแซวจากด้านหลัง "ทำไมไม่ลงไปเล่นเสียเอง" (จ๋อย) ฉะนั้น ควรเอาเพื่อนไปด้วยสักคน เอาไว้ฟังเราวิจารณ์ และเอาไว้จ๋อยร่วมกัน JOY TOGETHER นับ 1 ถึง 10 ให้แม่น อย่านับข้าม ใช้เมื่อเวลานักบอลบาดเจ็บ ล้มหมอนนอนสนาม บรรดาชนต่างๆ จะเริ่มนับ 1-10 เป็นการเร่ง และประชดว่าอู้ รู้ดีจริ๊ง แฟนบอลไทย ส่วนมากมักจะทำเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในหมู่ผู้ดูมากกว่า ฝึกหูให้คุ้นกับคำหยาบคาย คำหยาบคายยอดฮิตในสนามฟุตบอลมีเยอะแยะ เช่น "ทุเรศ" "แ ง..." "กวน...ทีน" ฯลฯ โดยเฉพาะคำว่า "เหี้...." เป็นคำที่แฟนบอลชื่นชมนิยมมาก ใช้บ๊อยบ่อย โดยใช้ทุกครั้งที่ทีมตนเองไม่ชอบ เล่นตุกติก เล่นแรง แฟนๆ ก็จะตะโกนชื่อทีมนั้น และลงท้ายด้วยคำว่า "เหี้...." ตัวอย่างนี้มีบ่อย จำไว้ คือ "ชื่อทีม (ลากเสียงยาววววว) เหี้... (ลงเสียงหนัก แต่สั้น)" ช่างสะใจแฟนบอลดีแท้ แต่อย่าไปทำหรือส่งเสริมเสียเองนะครับ มันไม่ดีหรอก เตรียมตาไว้ชมความถ่อย ถ้าเกมไม่สบอารมณ์โก๋ต่างๆ ที่สถิตอยู่บนอัฒจันทร์ ถุงพลาสติก ถุงน้ำแข็ง ลูกชิ้นปิ้ง ขวดน้ำอัดลม ดุหน่อย ก็ส่วนใดของเก้าอี้ จะถูกขว้างมันลงไปในสนาม ไอ้การเขียนไปรษณียบัตร จดหมายไปติชมตามสโมสน หนังสือกีฬา หนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นๆ ไม่ทำกันหรอก เล่นอย่างนี้มันชั่วชาติดี พักครึ่ง พูดให้ติดปาก "ขอทางหน่อยครับ (ค่ะ)" "ขอโทษครับ (ค่ะ)" พร้อมๆ กับย่องเบาๆ กระเดิบๆ แหวกทางเดินเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว แล้วอย่าเพิ่งทิ้งเสียล่ะ ต้องเอาไว้ใช้เมื่อกลับมาที่เดิมอีก
มิมีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา (คนอื่นใช้ได้ ผมก็ใช้ได้) ฟุตบอลก็เช่นเดียวกัน คุณไม่ต้องตาลีตาเหลือกกลับบ้าน ควรจะใจเย็นๆ ไม่ใช่ซิ จำเป็นต้องใจเย็นๆ ต่างหาก เดินสบายๆ ไม่ต้องรีบ แม้ความจริงคุณจะรีบก็ตามเถอะ (ถ้ารีบ ควรกลับก่อนแต่เนิ่นๆ ครับ ต้องแน่ใจว่าเกมไม่มีอะไรให้ติดตามอีก) ไหนๆ มาถึงเพียงนี้แล้ว ใจเย็นๆ ครับใจเย็นๆ ใช้ได้ทั้งในและนอกสนาม คือ ขณะเดินออกจากสนาม หรือขึ้นรถเมล์ ไม่ต้องแย่งครับ สบายๆ ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ มีสิทธิ์แบนได้ทุกขั้นตอนของการกลับบ้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพร่างกายคุณ คิดดู แรมโบ้ยังไม่อยากเสี่ยงเลย ศิลปะและมรรยาทฯ นี้ สามารถใช้ได้กับกีฬาประเภทอื่นบางประการ ประยุกต์เอาครับ รู้จักคัดเลือก เช่นเดียวกับกีฬา ต้องรู้จักคัดเลือก แยกแยะสิ่งแยะๆ ที่มีให้แยก กีฬามีสิ่งดีงามอยู่ในตัวมันเอง ทั้งผู้เล่น ผู้ชม เพียงแต่คุณต้องรู้จัก ธาตุแท้ ของกีฬา อยากให้พวกคุณเล่น หรือชม ก็ได้ คุณจะรู้ว่า "สิ่งดีดี" ในกีฬามีมากครับ |
|