![]() |
|
|
'หลังสงครามโลกครั้งที่
2
ถ้าเสียงแบบนี้แว่วออกมาจากลำโพงวิทยุ คนทั่วไปจะเรียกอย่างถนัดปากว่า 'สปอตวิทยุ' ซึ่งก็เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์วิธีหนึ่ง โดยอาศัยวิทยุกระจายเสียงเป็นสื่อนั่นเอง "วิทยุ เป็นสื่อสารมวลชนที่เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด" อาจารย์ผู้สอนวิชาสื่อสารมวลชนของแทบทุกสถาบัน มักจะไม่ลืมเผยประโยคอันเป็นเคล็ดวิชาพื้นฐานนี้ ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 พร้อมทั้งให้เหตุผล และยกตัวอย่างที่อาจารย์ไม่เคยคิดจะเปลี่ยน "เธอเห็นมั้ย เด็กที่เลี้ยงควายตามท้องนา ก็สามารถหาวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเล็กๆ ไว้ฟังบนหลังควายได้"
เมื่อเป็นดังนี้ โฆษณาวิทยุจึงเป็นสื่อโฆษณาที่เข้าถึงเราท่านได้ทั่วถึง และถี่จนแทบไม่รู้สึกตัว (ถ้าเป็นคนขี้ไม่รู้สึกตัว) ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาห้างสรรพสินค้า เครื่องอุปโภค บริโภค พวกน้ำมันพืช น้ำมันหอย โฆษณาเทป โฆษณาคนหายที่บ้านให้อภัยแล้ว... ในแวดวงยุทธจักรนักคิด ก็ให้ความสำคัญกับการทำสปอดวิทยุไม่แพ้การโฆษณาทางสื่ออื่น... บางท่านให้ความเห็นว่า โฆษณาวิทยุถือเป็นโฆษณาปราบเซียน บางคนที่ถนัดก็ว่าทำง้าย ง่ายแสนง่าย ในขณะที่บางคนคิดหนังโฆษณาเก่งๆ ก็อาจจะใบ้แดก (ขอโทษ) กับสปอตวิทยุได้ โดยสรุปแล้ว ข้าพเจ้ายังเห็นว่า การทำสปอตโฆษณา(วิทยุ) ถือเป็นการทำโฆษณาในขั้นเบสิก เบสิกให้นักคิดไต่ระดับไปสู่การคิด 'หนัง' และเชื่อว่าการทำสปอตวิทยุนั้น ง่ายกว่าการทำหนัง... ทว่าทำให้เสร็จหรือให้พอใช้ได้น่ะง่าย แต่จะทำให้ดีมันยาก ซึ่งอาจจะยากกว่าจะทำหนัง (โฆษณา) ให้ดี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยากตั้งแต่หลักการของการทำสปอตวิทยุ ที่ไม่เคยมีหลักการอยู่... ดังนี้เราจึงต้องควานหาหลักการในความไม่มีหลักการ
ธรรมชาติของสปอตวิทยุ คือเราจะได้ยินแต่เสียง ไม่สามารถมองเห็นภาพได้ ไม่ว่าท่านจะใช้เทคนิคอะไร หรือบ้านอยู่ใกล้สถานีวิทยุแค่ไหน ดังนั้นหลักหรือหัวใจข้อสำคัญในการทำสปอตวิทยุก็คือ 'สูเจ้าจงใช้คำที่ทำให้ผู้ฟัง ฟังเสียงนั้นทางหู แล้วก่อกำเนิดภาพในหัวให้ได้' และเสียงนั้นควรเป็นเสียงที่น่าฟัง... สะดุดหู ตรึงให้ผู้ฟังรู้สึกสนใจเสียงของท่านตลอดทั้งสปอต ไม่เลื่อนสถานีไปหาสิ่งที่ดีกว่าในชีวิต หรือปิดเสียเพื่อไปวีนนอกบ้าน จาก 'หลัก' หรือ 'หัวใจ' ที่ว่า เหล่านักคิดมีกลยุทธมากมาย ในการดึงท่านไปสู่จุดนั้น ซึ่งข้าพเจ้าจะขอเล่าถึงบางส่วนของวิธีคิด ที่นิยมใช้กันในประเทศ ในปัจจุบัน...
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้กับสินค้าประเภทของกินได้ เช่นอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม อาจเป็นเสียงเปิดขวดโซดาแล้วเสียงซ่าพรายฟองสิงห์ หรือเสียงน้ำเป๊ปซี่ไหลผ่านลำคอดังเอื้อกๆ ตัวอย่าง "เจียว... เจียวเข้าไปจนเหลืองอร่ามน่ากิน" แล้วมีเสียงประกอบ กะทะ ตะหลิว น้ำมันในกะทะเดือด...
นิยมใช้กับสปอต Promotion คือประเภทมีของแถม ลดแลกแจกสะบั้นตามห้างสรรพสินค้า เสียงที่ใช้ในสปอตประเภทนี้อาจเป็น เสียงประกอบ (Sound Effect) เสียงดนตรี เสียงเพลง เสียงคนพูด ปัจจุบันสปอตประเภทนี้เป็นที่นิยม และผู้ที่ 'ขายเสียง' อ่านสปอตได้ดีเห็นจะเป็นพวก 'ซูโม่' เช่นกัน
ให้เขารู้สึกว่า เขากำลังฟังการสนทนาอยู่ ให้เขาคล้อยตามด้วยความรู้สึกของเขาเอง ไม่ใช่บอก (ยัดเยียด) เขาว่าสินค้านี้ดีอย่างนี้ ดีอย่างนั้น... ก็ตัวอย่างอีกแหละที่รัก (เสียงประกอบ : เสียงลมพัดแรง ท้องฟ้าแดงก่ำ ใบไม้ไหวลู่เอนอ่อนตามพายุ... ขอโอเว่อร์หน่อย)
คือนำคนที่เป็นที่รู้จัก หรือวงดนตรีชื่อดังมาอ่านสปอตหรือมาร้องเพลง เช่น ยาสีฟันคอลเกตใช้เด็กๆ วงนกแลมาร้อง และเอาเนื้อร้องของวงนกแล มาแปลงให้เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า ประเภทที่ยกเอาเพลงหรือข้อความในหนังโฆษณามาให้ฟังกันเลยก็มี สปอตประเภทนี้จะเป็นโฆษณาต่อเนื่อง ที่ตามออกมาหลังจากโฆษณาทีวี และคนทำก็ต้องเชื่อมั่นว่า เพลงหรือข้อความนั้นๆ 'ป๊อป' เช่นการยกข้อความของโฆษณา AT&T (เสียงซูโม่ตู้) มาใช้กับสปอตวิทยุ, เพลง "พวกเรามีชีวิตทันสมัย เราวางใจนมสด ยูเอชที... มาแข็งแรงเติบโตกันสิ ดื่มยูเอชทีกันเป็นประจำ" ของนมสดยูเอชที, หรือเพลง "ฉันดั่งความหวังของคนทั้งโลก..." ของโค้ก เป็นต้น
แบบถ้าไม่ต้องคิดมากก็ใช้สูตรนี้เลย เลือกเอารายการที่ดังๆ หน่อย อย่างภาษาไทยวันละคำ มาตามนัด ตามไปดู ท้าพิสูจน์ ถ้าจะให้ดีก็ใช้เสียง เศรษฐา ญานี หรือไตรภพอ่านไปเลย ตัวอย่าง โฆษณาที่ใช้การใช้คำดำเนินเรื่อง
ก็เป็นแบบนี้ ซึ่งถ้าผู้ฟังได้ฟังสปอตแบบนี้จริงๆ และได้ฟังมากๆ ก็อาจถึงแก่การ 'อ้วก' ได้ เมื่อได้ผ่านตัวอย่างกันมาจนหูชาแล้ว ก็มาถึงสปอตโฆษณาที่เราจะได้ทดลองลงมือทำกันอย่างจริงจัง สปอตวิทยุนั้น เขานิยมกำหนดความยาวของสปอตเป็น 15 วินาที และ 30 วินาที ซึ่งก็เป็นระยะเวลาพอดีกับที่หูท่านสะดวกฟัง และฝ่ายบัญชีสะดวกคิดเงิน แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องเรียนรู้กันอีกอย่าง เกี่ยวกับเสียงในสปอตวิทยุ (ซึ่งควรจะบอกเสียตั้งแต่ต้นแล้ว พ่อพนมทวนเล็ก)
จะมีอยู่ด้วยกัน 3 เสียงเท่านั้น 1. เสียงคนอ่านสปอต (Voice) ไม่ต้องอธิบาย... จะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก คนแก่ ก็ว่าไป 2. เสียงประกอบ (Sound Effect) เช่นเสียงตอกตะปู เด็กเล่นสนุกสนาน ฟ้าร้องฟ้าไม่ร้อง เมียน้อยตบเมียหลวง 3 ฉาด อะไรแบบนี้ 3. เสียงดนตรี จะแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ ดนตรีมีเนื้อร้อง (Jingle) เช่น "ฉันดั่งความหวังของคนทั้งโลก..." และ ดนตรีแบบไม่มีเนื้อร้อง ซึ่งส่วนมากใช้เป็นแบ็คกราวน์ หรือเป็นเสียงประกอบเพื่อให้สปอตสมบูรณ์ หรือได้บรรยากาศที่ โอ... น่าฟังมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกสปอตจะต้องมีเสียงเหล่านี้ครบถ้วน... กฎ 2 ข้อที่ข้าพเจ้าคิดว่านักโฆษณาเขาคำนึงถึงคือ แปลกใหม่ พอใจตัวเอง และเป็นที่พอใจของลูกค้า (เจ้าของสินค้า, คนจ้าง) ... ลูกค้าต้องการอะไรก็ต้องฟังอยู่แล้ว เพราะเป็นคนจ่ายเงินนี่ อย่างสปอตที่จะทดลองทำเป็น 'โฆษณาหนังสือไปยาลใหญ่' ซึ่งบรรณาธิการต้องการ 'ความบ้าในความคลาสสิก' ข้าพเจ้าก็ต้องตอบสนอง เท่าที่สมองจะคิดได้(เท่านั้น) ... ดังต่อไปนี้
งวดนี้ติดจะออกทางวิชาการหน่อย หวังว่าท่านคงให้อภัย 'พนมทวนเล็ก' เพราะต้องเอาเรื่องเกี่ยวกับเสียงๆ มาเขียนให้อ่าน ยากพอดู... แล้วอย่าลืมติดตามฟังสปอตไปยาลใหญ่กันล่ะ ทางสถานีวิทยุอะไรบ้างไม่บอกใครดีกว่า... ให้หากันเล่น!! |
|