|
|
|
แม้ว่าผู้เขียนจะไม่เคยเรียนรด. ก็ไม่ใจ แถมตั้งแต่เข้ามหา'ลัย ก็ไม่เคยตื่นทันเคารพธงชาติกับใครเขา จะมีบ้างก็นานๆ ครั้ง ที่บังเอิญฟลุก จับพลัดจับผลูตื่นได้ ทั้งที่ไม่เคยเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศให้เกรียงไกรอย่างปุ๋ย แต่ใครจะมาด่วนสรุปว่า ผู้เขียนไม่รักชาตินั้นอย่าหมาย ด้วยผู้เขียนไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกที เสียภาษีทุกครั้งที่ได้รับค่าเรื่อง เงินแค่นี้มันจิ๊บจ๊อย ครั้นจะคลายเครียด ก็เลือกที่จะปลื้มกับหนังไทย เพลงไทย หนังสือไทย ไม่มีวันซะหรอกที่จะชอบการ์ตูนอย่างเด็กญี่ นี่แค่เซิร์ปๆ ยังมีอีกเพียบที่แสดงว่า ผู้เขียนไม่ได้รักชาติยิ่งหย่อนกว่าใคร แม้แต่เรื่องที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ ก็มีที่มาใกล้เคียงความรักชาติมากเลย ค่าที่ซี้ปึ้กกับภาษาไทยมาหลายปี ทำให้ได้มีโอกาสเฝ้าดูความเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลง และพัฒนาการของภาษาในระดับหนึ่ง นั่น... ใช้คำน่าเชื่อถืออย่างนักวิชาการก็เป็น ไม่ใช่ขี้ไก่ ย้ำ... เฝ้าดูเท่านั้น มิได้มีเจตนาให้ใช้อ้างอิง ทั้งยังเป็นเพียงบางส่วน ที่เจอะเจอด้วยตัวเอง และเพื่อนฝูงที่หนิทหนมเท่านั้น จึงมิบังอาจกล่าววอ้างหลักภาษา อักษรศาสตร์เล่มใดมายืนยันให้เสียสปีชี่ได้ จากการเฝ้าดูพบว่า ภาษามีวิวัฒนาการน่าสนใจ และเปลี่ยนไปในช่วงเวลาสั้น-ยาวต่างกัน ขึ้นอยู่กับมันสมอง ส่วนคิดของผู้พูดในสังคมนั้น จะสามารถสร้างสรรค์คำต่างๆ ออกมาทันความต้องการของตลาดขณะนั้น ของพรรค์นี้ มันอยู่ที่กึ๋น แน่นอน แหล่งผลิตสำคัญต้องเป็นวัยรุ่น อันนี้ชัวร์ จะเป็นเด็กบู เด็กเฮฟไม่ว่า ชอบเหล่หญิง จริงใจ ชอบช็อบตามห้างหรือไม่ ไม่สน เป็นเยาวชนผู้มีบทบาทสำคัญ ในการกำหนดอนาคตของชาติหรือไม่ เราไม่เน้นอยู่แล้น ที่สำคัญ พวกนี้แหละเป็นผู้ให้กำเนิด ยอมรับ และทำลายภาษาเหล่านี้ไปด้วยพร้อมกัน พูดมาชาติเศษจะบอกว่า กำลังหมายถึง สะ-แลง ภาษาที่มีความหมายโดยนัย เป็นที่เข้าใจเฉพาะกลุ่ม ซึ่งถ้าจะให้เก็ท ควรมีวุฒิภาวะ และสถานภาพทางสังคมไม่ต่างกันนัก ทั้งนี้อาจเป็นเพียงพยางค์ กลุ่มคำ วลี สำนวน หรือประโยคก็ได้ บางครั้งล้มหายตายจากไปในเวลาอันสั้น แก่แล้วแก่เลย เลิกฮิต บางครั้งเกิดแล้วอยู่นานเป็นอมตะก็มี ในที่นี้จะกล่างถึงเฉพาะสะแลงที่เป็นอินเตอร์เท่านั้น ทั้งที่ตายแล้ว และยังอยู่ แต่ที่แน่ๆ ต้องป๊อป (POP) พวกโลโคล (LOCAL) ที่รู้จักเฉพาะราษฎร 2 หมู่บ้านและใกล้เคียง จะไม่เอ่ยถึง เดี๋ยวเด็กผับไม่ใจ จะหาว่าเราไม่เจ๋ง... โดธ่ |
| ว่าด้วยคำวิเศษณ์ |
|
1. บอกรูปธรรม
2. บอกคุณภาพ
3. บอกจำนวนหรือแสดงปริมาณ
4. บอกความรู้สึก
5. บอกลักษณะของผู้อื่น
|

| ว่าด้วยกริยา |
|
แสดงออกเพื่อหวังผล :
แสดงความเคลื่อนไหว :
|
| ว่าด้วยอาการ |
'ต่อยหอย ฝอย โม้ โว โอ่ ขี้คุย เมาท์ เผา' เป็นที่สนุกปากก่อนมีอาการ 'งอมพระราม สาหัสสากรรจ์ คางเหลือง ม่อยกระรอก ม่องกระแต ดับ หงิก จบเห่ ตาย เดทสะมอเร่ เพราะเจอโจทก์ หรือโดนเล่น (เอาจริง)' พวกนี้มีไม่มากประเภทนัก แต่ปริมาณกลับทบทวี หากผู้แสดงอาการเหล่านี้ ไม่มีอันเป็นไปก่อนเวลาอันควร เชื่อว่าโลกนี้คงเต็มไปด้วยคำเหล่านี้แหงๆ |
| อุ๊ย ว้าย |
มาถึงคำอุทานแล้ว เป็นตายร้ายดีใช้คำเดียวกันได้หมด 'อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด ตาเถรตกกระได ยายชีตกใต้ถุน คุณพระช่วย แม่หก ...หล่น แหก' คำนี้ระบาดในช่องปากอย่างรวดเร็ว ในหมู่ศิลปินหญิงชั้นแนวหน้า และพวกแอบจิต คำพูดกลุ่มนี้มีน้อย แต่ก็แบ่งงานกันทำทั่วถึง ไม่ปรากฏว่ามีคำไหนถูกลืม |
| ว่าด้วยสำนวนบอกขนาด |
ก่อนนีล อาร์มสตรอง จะนำอพอลโล 11 เหยียบพื้นดวงจันทร์เล็กน้อย ประเทศไทยจะใช้คำว่า 'SHAPE ใหญ่' ทับศัพท์ เมื่อหมายถึงขนาดสะโพก 36 นิ้วขึ้น แทนคำว่า 'สุดเสียงสังข์' แล้วกลายเป็น 'บะละฮึ่ม มั่กกั้ก บานตะไท มโหฬาร' ส่วน 'อะไรจะขนาดนั้น' เป็นคำบอกขนาดด้วยเหมือนกัน แต่มุ่งขัดคอมากกว่า... กันเวอร์ |
| ว่าด้วยมุขล้ำลึก สามวันสำนึก |
|
|
| ว่าด้วยเบ็ดเตล็ด |
พวกนี้จัดให้พวกเกร็ดย่อยฝอยกระจาย ที่ไม่อาจอยู่ในประเภทดังกล่าวข้างต้น จะได้อยู่เป็นที่เป็นทาง มีทั้งแบบได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ เช่น ตอนสุธี เริ่มเป็นตำรวจนั้น ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ไฟแรงทีเดียว รวมทั้ง 'โจทก์ คู่ปรับ แซว ป่วน สุดฤทธิ์สุดเดชเช็ดเลย เริ่ดมาก (แผลงมาจาก 'เลิศมาก') หรือบางคำที่แทบไม่อยากเชื่อว่า วิวัฒนาการมาไกลถึงเพียงนี้ ตัวอย่างสุดท้าย 'เกือก' มาเป็น 'คีบตีน' มาเป็น 'รองเท้า' 'ชู้' มาเป็น 'ชิ้น' มาเป็น 'แฟน' มาเป็น 'เด็ก' ล่าสุดก็ 'หวานใจ' ขณะที่ความหมายใหม่ของ 'ชู้ ชิ้น' ได้เปลี่ยนไปไกลโข |
| ครูวิไลให้มา |
|
|