ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2530 "ลูกอีช่างคิด" วัชรนันท์

ตอนแรกว่าจะเขียน 71 วิธีในการขายชาติ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชนไทย ได้หาทางป้องกัน หรือไม่ประพฤติปฏิบัติกิจการใด ที่ส่อไปทางขายชาติ แต่กลัวหนังสือจะถูกปิดเสียก่อน ด้วยหาว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอกมันขายโพรง

ก็เลยคิดว่ามาเขียนเรื่องที่ไกลตัวแต่ใกล้ใจหน่อยดีกว่า นั่นคือ วิธีอพยพให้ได้ผล ที่ว่าไกลตัว เพราะบ้านเมืองเรายังไม่ระส่ำระสาย ถึงขนาดจะต้องมีการอพยพ แต่ที่ว่าใกล้ใจ ก็ด้วยว่าพี่น้องประเทศเพื่อนบ้านของเรา ต่างก็อพยพกันให้เห็นตำตาตำใจ เหมือนจะเตือนไทยว่า ระวังตัวไว้เถิดหนา อย่างนั้นแหละ

เมื่อเป็นอย่างนี้ เรามาหาทางเตรียมตัวกันไว้ก่อนดีกว่า เผื่อว่าจะต้องอพยพกันจริงๆ จะได้สบาย ไม่ลำบากอย่างที่คนอื่นเขาเจอกัน

เตรียมเครื่องแต่งกายให้พร้อม

มีผ้าคลี่เอนกประสงค์ ใช้ห้อยเป็นผ้าพันคอก็แลดูเก๋ไก๋ เวลาอพยพไปในที่ฝุ่นมาก ก็คลี่ดึงขึ้นมาปิดจมูก กันฝุ่นได้ หรือคลี่เลยมาปิดทั้งหน้าเวลานอน หรือดึงรั้งขึ้นมาคลุมบนหัว เป็นหมวกกันแดดก็ได้

มีสายสะพายเยาวชน สำหรับคนที่มีเด็กเล็กเป็นภาระ ควรมีสายสะพายห้อยติดตัวไว้ด้วย สำหรับห้อยเด็กๆ ติดกับตัว จะได้ไม่ต้องอุ้ม มันเมื่อย ถ้ามีเด็กหลายคน ให้ใช้ สายสะพายแบบครอบครัว  ห้อยเด็กได้ทีรอบเอว

ควรมีกระเป๋าเยอะๆ จะได้ไว้เก็บสิ่งของจำเป็น เช่น ยารักษาโรค อาหาร เม็ดก๋วยจี๊ บุหรี่ หมากพลู ตู้เย็น และกระติกน้ำแข็ง

เนื้อผ้าควรบางเบา แต่ทน เพื่อความคล่องตัวในการเดิน หากเป็นผ้าหนักและหนา จะทำให้อพยพได้ช้าๆ แนะนำให้เป็นผ้าพวก ใยสังเคราะห์   จะได้ไม่ขาดง่าย และถ้าให้ดีควรเป็น ใยสังเคราะห์แสง เวลาเดินกลางแดด จะได้สังเคราะห์อาหารไปในตัว

ควรมีสีสันสดใส อาทิ สีเหลือง แดง ส้ม เขียวสด สีโอรส บานเย็น หรือสีอะไรก็ได้ที่ไม่ใ่ช่สีมอซอซึมๆ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่สดใส คึกคัก มีพลังในการอพยพ อาจจะจัดให้เดินเป็นหมวดสี แบบกีฬาสีด้วยก็ได้

รองเท้าต้องเป็นพื้นหนา เพราะเดินมาก จะได้ไม่สึกเร็ว ควรปรับสภาพรองเท้าได้ตามภาวะอันควร เช่น แผ่นปิดด้านบน พลิกกลับลงมาเป็นตีนเป็ด เผื่อลุยน้ำได้ พื้นข้างใต้ มีที่ติดล้อ เผื่อปรับเป็นรองเท้าสเก็ต แล่นในทางเรียบได้

เมื่อเครื่องแต่งกายพร้อมแล้ว ก็มาถึงวิธีการเดิน และส่วนประกอบการเดิน ที่จะทำให้การอพยพเป็นไปอย่างราบรื่น สนุกสนาน และได้ผลดี

เดินแถวเรียงหนึ่ง

ทำให้แลดูเป็นระเบียบเรียบร้อย มีวินัยดี อย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นฝึกระเบียบวินัยของคนในชาติกันใหม่ จะได้ไม่ต้องอพยพกันอีกในโอกาสต่อไป แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ เราไม่รู้ว่าข้างหน้าที่เดินไปจะมีอะไรบ้าง ถ้าเดินแบบดาหน้ากันเป็นกลุ่ม เกิดมีอุบัติเหตุขึ้นมา ก็ตายหมู่กันเสียเท่านั้น เป็นการสูญเสียพลเมืองของชาติไปโดยไม่จำเป็น ซึ่งถ้าอยู่สู้ศัตรู ไม่ยอมอพยพแล้วตาย ก็จะมีเกียรติกว่า

หาเพลงปลุกใจ

เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่การอพยพ ทั้งยังทำให้ไม่เศร้าซึม และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกด้วย เพลงที่ใช้ควรเป็นเพลงที่เกี่ยวกับการเดิน หรือการเคลื่อนที่ เช่น เพลงเดิน ของหนุ่มเสก เพลง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง ของร็อคเคสตร้า

ก้าวเท้ายาวได้ประโยชน์

การเดินควรก้าวแต่ละก้าวให้ยาวไว้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มระยะทางในแต่ละก้าวแล้ว ยังลดการสึกหรอของรองเท้าได้อีกด้วย

เสริมงานอดิเรก

การอพยพต้องใช้เวลานานพอดู ก็ของตาย... เล่นเดินข้ามประเทศนี่นะ เพราะฉะนั้นควรเตรียมงานอดิเรกทำ ระหว่างการอพยพด้วย จะฆ่าเวลาได้ดี เช่น อ่านหนังสือ ถักนิตติ้ง ปักปลอกหมอน เขียนกลอนเปล่า หรืออาจจะเลยไปเป็นอาชีพก็ได้ เช่น รับจ้างสระผม ขัดรองเท้า นวดแผนโบราณ เป็นการหารายได้ เตรียมตั้งตัวในประเทศใหม่ได้เหมือนกัน

จัดกิจกรรมส่งเสริมการอพยพ

เพื่อความเพลิดเพลินและส่งเสริมระยะทางในการเดินไปในตัว ให้จัดเป็นการละเล่น เช่น รีๆ ข้าวสาร ทำให้คนรีบมุดผ่านประตูไปไวๆ ตั้งเต ทำให้ผู้อพยพต้องกระโดด อพยพเร็วดี หรือ จัดวิ่งแข่ง 100 ม. เป็นระยะๆ เป็นต้น

เฮง หลี งอ
ผู้นำอพยพ ชาวเขมร วัย 41 ปี

โอย... ลำบากมากครับ คนเยอะๆ นี่ควบคุมยาก คนเรายิ่งเดินมากยิ่งหูตึง เพราะมันเหนื่อย บอกอะไรก็ไม่ค่อยฟัง บางคนชอบเด่น ชอบแตกแถว ไอ้เราก็กลัวจะหลง ต้องคอยต้อนให้เข้ากลุ่ม พวกนี้น่าหมั่นไส้... น่าหมั่นไส้ตั้งแต่ก่อนเมืองแตกแล้ว

ตึง สบึงเบรี๊ยด
ผู้อพยพ ชาวเขมร วัย 23 ปี

เดินค่ะ เดินอย่างเดียว เดินจนบางทีตอนกลางคืนยังละเมอเดินอพยพกันเลย ก็ต้องทนล่ะค่ะ... งั้นจะเอาอนาคตจากไหน คนเยอะมาก นี่หลงกับแฟน จนป่านนี้ยังหากันไม่เจอเลย ไม่รู้โดนนังบายเงี๊ยดคาบไป.... อุ้ย โทษ เรื่องส่วนตัว เวลาเบื่อๆ น่ะเหรอคะ... อ๋อ... เล่นพรายกระซิบกันค่ะ คนเยอะดี

นอง พรึง โต๊ว
ผู้อพยพหนุ่มชาวเวียดนาม วัย 26 ปี

เดินไม่ค่อยเหนื่อยหรอกครับ เพราะก่อนเมืองแตกผมก็เดินประจำอยู่แล้ว เป็นนายแบบ ช่วยได้เหมือนกันนะครับ ทำให้เราเดินเร็ว แต่บางทีเผลอตัว เดินๆ ไปหมุนตัวแล้วเดินๆ หมุนอีกแล้ว ทำให้เสียเวลา


เหล่านี้เป็นเพียงแนวคิด เผื่อว่าเราต้องอพยพกันจริงๆ แล้วจะได้ไม่ลำบากกันเท่าไรนัก ซ้ำยังสนุกสนานได้ทุกเวลา ให้สมกับที่เป็นคนไทยอีกด้วย สุดท้ายนี้ ขอให้ความคิดนี้เป็นม่ายทีเถิด อย่าให้ได้มีโอกาสต้องทำจริงๆ ต่อให้อพยพบนโรสลอยส์ยังไม่เอาเลย

^ กลับด้านบน ^




สิบสี่ปี

ชายตาบอดจะไปไหน
บนรถไฟสายใต้
ฟังเสียงหวูดที่ดังไกล
เนิ่นนานในยามราตรี
ได้ยินเพียงสรรพเสียง
คือสำเนียงที่ไร้สี
มืดมนอับจนชีวี
จนวันนี้จะคืนรัง
สิบสี่ปีในเมืองใหญ่
อยู่เพื่อให้ชีวิตหวัง
ท่ามกลางใจที่ผุพัง
ราวถังขยะไม่ผิดกัน
จะกลับไปหาแม่
อยู่จนแก่ดั่งเคยฝัน
ฟังเสียงปลอบโยนของคืนวัน
ไม่ผันจากไปจนตาย

โกศล กลมกล่อม