ฉบับที่ 21 พฤศจิกายน 2531 ปินดา โพสยะ

ฉบับนี้คงจะเป็นฉบับสุดท้ายของรายการเที่ยวอเมริกาของปินดาเสียที เพราะได้เล่าอะไรต่อมิอะไรไปเสียมากแล้ว ทั้งที่เกิดประโยชน์และไม่เกิดประโยชน์ อีกอย่างคุณปุ๋ยเอง เธอก็อำลาประเทศไทยไปเหมือนกัน แล้วคนทันสมัยอย่างผมจะไม่มีอะไรอำลาบ้างเลย จะได้รึ

ฉบับที่แล้วผมหนักไปทางเรื่องคน ฉบับนี้ผมจึงจะเล่าเรื่องทั่วๆ ไปแล้วกัน เอากันตั้งแต่เรื่องถนนหนทาง รถราการจราจร ไปจนเรื่องที่เที่ยวที่กินกันเลย


ป้ายโฆษณามันๆ สวยๆ อย่างนี้มีเยอะในแอล.เอ.

ผมได้เคยเล่าไปแล้วว่ารถราที่นี่สวยมาก มีแบบแปลกๆ หรูๆ เก๋ๆ เต็มไปหมด และใหม่เอี่ยวมน่าขับกันทั้งนั้น แค่มองดูรถก็เพลินไปทั้งวันแล้ว ยิ่งที่แอล.เอ. ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งรถสปอร์ต ยิ่งเก๋กันใหญ่

และพบว่ารถญี่ปุ่นเข้าไปครองตลาดรถยนต์ในสหรัฐไม่น้อยเลย โดยเฉพาะฮอนด้าและมาสด้า ซึ่งวิ่งกันเกลื่อนเมือง สวยเตะตาไทยแลนด์จริงๆ

ถนนหนทางในแอล.เอ. กว้างขวางสบาย และรถราไม่จอแจมาก ประกอบกับบ้านเมืองไ่ม่ใช่ตึกสูง จึงดูไม่อึดอัด ไม่เหมือนที่ซานฟรานซิสโก ที่ถนนเล็กกว่า และมีตึกสูงมากกว่า ซึ่งยังเป็นเขาเป็นเนินให้ชวนรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะ ทุกครั้งที่รถขึ้นลงตามเนินนั่น

คนขับรถที่นี่มีมารยาทมาก ไม่แซงซ้ายปาดขวาให้ชวนหัวใจวายอย่างบ้านเรา และถ้ามีรถเลี้ยวยูเทิร์นล่ะก็ จะได้รับโอกาสให้ไปก่อนเสมอ เรียกว่าขับอย่างมีน้ำใจกันมาก ส่วนรถนั้นแล่นๆ อยู่ ถ้ามีคนข้ามทางม้าลายต้องหยุด ไม่อย่างนั้น หากชนคนบนทางม้าลายจะโทษหนักมาก แต่หากคนอุตริไม่ข้ามบนทางม้าลายเอง แล้วโดนชนก็ช่วยไม่ได้ ฐานมักง่าย

พวกเราบนทางม้าลาย We on the Road

ที่แอล.เอ. ไม่ใคร่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถเท่าไหร่นัก เพราะเมืองกว้างขวาง แต่สำหรับในซานฟรานซิสโกแล้ว หายากยิ่งกว่าทอง บางทีวนอยู่เป็นชั่วโมงก็ยังหาที่จอดรถไม่ได้ และที่บริการที่จอดรถราคาสูงมาก เรื่องซื้อรถจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากเป็นที่จอดรถต่างหาก

ว่ากันว่า ที่เราไม่ค่อยเห็นรถสภาพเก่าๆ วิ่งกันให้สนุก เหมือนอย่างในบ้านเราก็เป็นที่ว่า ค่าอะหลั่ยและค่าแรงนั้นแพงมาก บางทีแพงกว่าซื้อรถใหม่เสียเลยด้วยซ้ำ

การขายแรงงานในแอล.เอ. สำหรับคนไทยจึงเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม มีร้านทำผมของคนไทยที่ได้รับความนิยม ด้วยการบริการที่ถึงใจ และราคาไม่แพง ร้านสระผมผู้หญิงของชาวต่างชาตินั้น สระทีเดียวเกาหัว 3-4 แกรกก็ล้างน้ำแล้ว สู้คนไทยไม่ได้แน่นอน

กฎหมายของที่นี่ก็ให้โอกาสกับลูกจ้างไม่น้อยทีเดียว เขาคงกลัวการเอารัดเอาเปรียบ อย่างนายจ้างด่าว่าลูกจ้างไม่ได้นะ มันฟ้องศาลทีเดียว แล้วเราก็ต้องเสียเงิน เสียเวลาสู้คดี ซึ่งถึงชนะมาก็ไม่คุ้ม เ ลยเป็นว่า จ่ายเงินชดเชยให้เพื่อปิดคดีกันแค่นั้น

เรื่องกฎหมายของที่นี่ ศักดิ์สิทธิ์กันดี มันคุมตัวมันเองได้ การทำผิดไม่ใช่แค่ถูกปรับหรือจำคุกแค่นั้น แต่มีผลถึงการทำประกัน ซึ่งเค้าบังคับให้พลเมืองทุกคน ต้องทำประกัน เหมือนต้องทำบัตรประชาชนอย่างนี้ ทีนี้ถ้าใครทำผิดอะไรไว้ มันจะไปแสดงเวลาเราไปต่ออายุประกันทุกปี ซึ่งถ้าผิดมากมันจะคิดแพงมาก หรือบางคนที่ร้ายแรงมากๆ เขาไม่รับเลยก็มี ทำให้มีผลตามมามากมาย ทั้งเรื่องสังคม เรื่องเงินทอง เรื่องความปลอดภัย

เท่าทีสังเกตไม่ใคร่จะได้เห็นตำรวจพลุกพล่านเท่าไหร่นักในแอล.เอ. ผิดกับที่ซานฟรานซิสโก ที่นั่นอาจจะมีจำนวนของอาชญากรรมสูงก็ได้ ซึ่งดูสภาพเมืองแล้วก็น่าที่จะเป็นอย่างนั้น ที่นั่นมีพวกไอ้มืดเยอะ พวกพังค์ก็สกปรก พวกนักเลงขี้เมาก็มาก รวมทั้งเหล่าประชาชนชาวเกย์ด้วย คนไทยที่นั่นบอกว่าเกย์เยอะมาก และเอดส์แพร่หลาย เขาไม่แนะนำให้เที่ยว

สภาพถนนและบ้านเมืองขึ้นลงตามเนิน

มีสถานอาบอบนวดอยู่ใกล้ๆ กัยร้านอาหารคนไทยในซานฟรานซิสโก ใช้ชื่อว่า BANGKOK R MESSAGE ซึ่งทราบความจากเจ้าของร้านว่า ไปดูเถอะ ไม่มีคนไทยหรอก มีแต่คนเอเชียชาติอื่น แต่ที่ใช้ BANGKOK เพื่อเรียกแขก อันนี้เป็นเรื่องชวนเจ็บใจ ของคนไทยที่นั่นกันมาก

เรื่องที่เที่ยวที่กินของเมืองนอกนั้นสู้บ้านเราไม่ได้ เพราะเขาจัดให้เป็นระบบจริงๆ ไม่ใช่จะมาสะเปะสะปะอย่างบ้านเรา ที่อยากกินไหนมีกิน อยากนอนไหนมมีนอน อย่างขับรถไปตามชายหาดนอกเมืองแอล.เอ. ไปทางมาร์บู ซึ่งมีทะเลและชายหาดสวยๆ น่าจอดรถแล้วกินเบียร์เพลินๆ ริมหาดอย่างบ้านเรา แต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีร้านอาหารเลย นานๆ จะมีสักที แล้วก็ขายเบียร์กระป๋องเป็นอย่างมากสุด แถมจะกินก็ต้องกินในร้าน ห้ามกินนอกร้าน ห้ามกินในรถ ตำรวจสงสัยอาจถูกเรียกได้

เมื่อเราไปนั่งร้านนี้แล้วเดาะเหล้าไทยไปตั้ง จึงถูกมองจากคนในร้านอย่างเห็นเป็นเรื่องแปลกเต็มที เอ๊ะ... ยังไงกัน


อิทธิสุนทร ออน เดอะ บีช
Ittisunthorn on the Beach

เรื่องการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับรถมีมาก หากสงสัยและตรวจพบว่า คนขับมีแอลกอฮอล์เท่านั้นเท่านี้ในร่างกาย จะโดนหนัก หรือหากเพียงมีเบียร์กระป๋องไว้ในรถและมีท่าทีพิรุธ ก็อาจถูกตั้งข้อหาได้

แหม... เป็นบ้านเราก็ซวยแย่เลย อดฉิ่งฉับทัวร์แน่ๆ งานนี้

รถรางในซานฟรานซิสโก ถูกใจนักท่องเที่ยวดี

พูดเรื่องกินเหล้าต่อ ที่นั่นไม่ใช่จะหาร้านกินเหล้าได้ง่ายๆ อย่างเมืองไทย นานๆ จะเจอสักร้าน แล้วก็เป็นร้านแบบดื่มกันเรื่อยๆ คนละ 3-4 แก้ว ไม่คึกคักโครมคราม ซัดกันเป็นขวดอย่างสีลมพลาซ่าบ้านเรา ที่ฝรั่งเห็นก็ต้องอาย ค่าที่อิสระกันตามวิสัยคนไทยจริงๆ

ถามคนที่อยู่ที่นั่นว่าเวลากินเหล้าทำยังไง เขาบอกว่าต้องซื้อมากินในบ้าน แล้วอีกอย่าง สังคมของคนฝรั่งกับเราก็ต่างกัน อย่างเราพร้อมจะเฮฮา ไปหาที่บ้านก็กินเหล้ากัน เจอกันข้างนอกก็กินเหล้ากันได้ แต่ของเขา การไปหาที่บ้านไม่ใช่ของง่าย ต้องเป็นการนัดหมายจริงๆ เพราะฉะนั้น การกินเหล้าในบ้านก็ไม่ใช่วิสัยที่จะทำได้บ่อยๆ และการจะออกมากินข้างนอกเฮๆ นั้น สังคมของมันก็ไม่ได้เปิดกว้างแบบของเราอีกแหละ

สรุปว่า อยู่กินเหล้าเมืองไทยสบายใจกว่า

ตึกน่ารักริมหาด

จากการได้ไปอยู่ไม่กี่อาทิตย์ พอจะได้เห็นชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่เจริญ มีความเป็นอยู่ที่ดี มีระบบระเบียบ มีการวางแผน แต่ยังขาดชีวิตอบอุ่นแบบไทยๆ ที่รู้เลยว่าเจ้าตัวนี้แหละ ที่ทำให้เมืองไทยไม่ก้าวไปได้เท่าที่ควร ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็มีทั้งดีและเสีย บางคนอาจจะชอบชีวิตแบบเมืองนอกที่สะดวกสบาย และสันโดษก็ได้

แต่สำหรับผมแล้ว ขอสนุกและทำงานอยู่เมืองไทยดีกว่า อย่างน้อยที่นี่ก็มีเพื่อนกินเหล้าละน่า....

เด็กน้อยกับนกเยอะ ริมชายหาดนอกเมืองแอล.เอ.

บางคนแซวมาว่า นี่แหละ อย่างมากของปินดา ก็เลยขี้เกียจเถียงมัน... ยังงั้นก็ได้ ตามใจ




เห็นพระจันทร์ ฉันเห็นไม่เหมือนใคร เขาบอกจันทร์เป็นสีทองอร่าม ฉันว่าไม่เห็นงามเห็นแต่ปล่อยภูเขาไฟ เพราะใช้กล้องดูดาว… ฉันมันชาวมะริกัน ที่กลางจันทร์ฉันเห็นไม่เหมือนใคร
เขาบอกจันทร์มีกระต่าย
ฉันเห็นเป็นควายผสมพันธุ์
เพราะฉันมัน… เด็กท้องนา ที่กลางจันทร์ฉันเห็นไม่เหมือนใคร เชาบอกจันทร์มีตากะยาย
ฉันเห็นแต่ควันไฟกับเมฆหม่น
เพราะฉันเป็นคนเมืองใหญ่
เมืองที่ควายจะสูญพันธุ์

หมักหมม