|
|
ผมมีความใฝ่ฝัน เป็นความใฝ่ฝันของนักเขียนคนหนึ่งที่พึงมี คือผมอยากได้ รางวัลโนเบิล ไม่ทราบว่าจะน่าเกลียดเกินไปหรือเปล่า ที่บอกความอยากของตัวเองออกมาตรงๆ เช่นนี้ แต่ก็เห็นจะไม่เป็นไร... เพราะถึงน่าเกลียดก็น่าเกลียดแค่นิดเดียว เรื่องเดียว ผมยังมีความอยากอื่นๆ กักตุนอยู่อีกแยะ ซึ่งจะไม่บอก ถ้าบอกแล้วจะน่าเกลียดกันไปใหญ่โต แล้วผมก็เป็นนักเขียนไทยคนแรก... หรืออาจจะเป็นนักเขียนคนแรกของโลกก็ได้ ที่ประกาศออกมาให้รู้กันทั่วไป ว่าผมอยากได้รางวัลโนเบิล นักเขียนคนอื่นๆ นั้นไม่ใช่ว่า เขาไม่อยากได้กันดอกนะครับ ผมว่าโลกนี้มีนักเขียนอยู่กี่คน ก็มีนักเขียนเท่านั้นคนแหละ ที่อยากได้รางวัลโนเบิล ยกเว้นนักเขียนที่ไม่เคยได้ยิน หรือรู้จักว่ามีรางวัลโนเบิลอยู่ในโลกนี้ นักเขียนคนอื่นๆ ที่เขาอยากได้รางวัลโนเบิลนั้น เขาก็อยากของเขาอยู่เงียบๆ เอะอะออกมาเขาก็เกรงกันว่าจะน่าเกลียด เขาจึงอยากกันแบบปิดๆ ซ่อนๆ ทำทีเป็นไม่สนใจ ไม่รู้เรื่องรู้ราว หรือไม่เขาก็อาจจะกระทำการอื่นๆ อันเป็นการแสดงความอยากนี้ อาจจะโดยการส่งหนังสือของตัวเอง เข้าชิงรางวัล หรือจัดแจงให้สถาบันหนึ่งใด ส่งหนังสือของตัวเองเข้าชิงรางวัล ควักกระเป๋าตัวเองลงแจ้งความ ในหนังสือประกาศการได้รับการเสนอชื่อหนังสือของตนเอง ซึ่งผมก็ว่าดีไปอีกแบบ ทำให้ครึกครื้นดี ผมชอบคนที่ใจถึงแบบนี้ แต่ผมก็ยังไม่เคยได้ยินได้เห็นข่าว หรือข้อความใดที่บอกว่า นักเขียนคนหนึ่งคนใดบอกจากปากว่า ตัวเองต้องการหรืออยากได้รับรางวัลโนเบิล สมิงพระรามอย่างผมจึงขออาสา คืออาสาประกาศจากปากตนเองเป็นคนแรก ในฐานะของนักเขียนว่า ผมอยากได้รับรางวัลโนเบิล ความจริงอยากแล้วถ้าแล้วกันไปก็ออกจะไม่มัน ข้อเขียนนี้ก็เห็นจะขียนได้ครึ่งหน้าแค่นี้ คุณสมจุ้ย บรรณาธิการแกก็จะตัดพ้อเอาได้ว่า พี่จะเขียนมาหาเกือกอะไร เขียนมาแค่จะบอกว่าอยากได้รางวัลโนเบิลแค่นี้เองหรือ ถ้าเขียนแค่นี้ พี่ไม่ต้องเขียนมาก็ได้ โทรศัพท์มาบอกเอาจะสะดวกกว่า หรือไม่ก็เขียนไปบอก พี่ป้อม คัทลียา ไทยรัฐ โน่น ผมก็ต้องเขียนให้รายละเอียด เพื่อแสดงว่าผมไม่ได้อยากส่งๆ มีเหตุผลกลวิธี รู้จักและเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ว่าคืออะไร แน่นอนว่า ถ้าหากผมเขียนหนังสืออยู่อย่างเช่นที่เขียนทุกวันนี้ ผมไม่มีทางที่จะได้รางวัลโนเบิล รางวัลโนเบิลเขาไม่ได้ให้กับนักเขียน ที่เขียนเรื่องสัพเพเหระ อย่างที่ผมเขียนอยู่ เขาให้กับนักเขียนที่เขียนหนังสือหรือสร้างงานวรรณกรรม ในลักษณะของการสร้างงานศิลปะบริสุทธิ์ หรืออย่างน้อยก็มีอาการว่า เป็นงานศิลปะบริสุทธิ์ เป็นงานศิลปะวรรณกรรม ที่จะสร้างสรรค์จรรโลงสังคมแห่งมนุษย์ในโลกนี้ ประมาณเอาว่าจะต้องเป็นงานเขียนสร้างสรรค์... ทำนองนั้น ผมก็จะต้องเปลี่ยนลักษณะการเป็นนักเขียนของตัวเอง จากการเป็นนักเขียนสัพเพเหระ มาเป็นนักเขียนเคร่งขรึม แบบที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า "ซีเรียสไร้เตอร์" จะมาเขียนเรื่องอะไร แบบที่ทำให้คนเขาคันปาก หัวเราะกิ๊กๆ ไม่ได้ จะต้องมีลักษณะที่เรียกได้ว่า คร่ำเคร่งกับการเขียนหนังสือ อย่างเอาจริงเอาจัง เอาเป็นเอาตาย เอาเป็นเอาตาย หมายความว่า ถ้าหากจะต้องตายหรืออดอยากอย่างไร ก็ต้องยอมรับสภาวะนั้น จะต้องคิดตลอดเวลาว่า ตัวเองมีความสุขที่ได้เขียนหนังสือ ได้เป็นนักเขียนเคร่งขรึม ประมาณได้ว่าชีวิตนี้อุทิศแล้ว ให้กับการสร้างงานศิลปะในแขนงนี้ และถ้าหากว่ามีอันเป็นไป ที่จะทำให้ไม่สามารถจะสร้างสรรค์ งานศิลปะ ที่ว่านี้ได้ ก็จะวันทนาลาตาย
คิดแล้วก็น่ากลั๊ว น่ากลัวจริงนะครับ ถ้าหากว่าผมจะต้องเป็นนักเขียนเคร่งขรึมขึ้นมา แต่ไม่เป็นไรดอกนะครับ เพราะผมยังไม่ได้คิดจะขรึมขึ้นมาในวันนี้พรุ่งนี้ อย่าคิดว่าการขรึมนี้จะขรึมได้ง่ายๆ ต้องไม่ลืมว่านักเขียนในบ้านเรานั้น มีน้อยคนเต็มที หรือแทบจะไม่มีเลยที่จะขรึม การเขียนนิยายคราวละสิบเรื่อง ยี่สิบเรื่อง จนแทบไม่มีเวลากินปลากินข้าว ไม่มีเวลาใช้เงินเอาเลยนั้น ไม่ได้หมายความนักเขียนคนนั้นจะขรึมนะครับ ที่เขาเขียนกันอย่างนั้น เพราะเขาทำมาหากิน เมื่อทำมาหากินก็ไม่ขรึม นักเขียนเคร่งขรึมมิอาจจะเขียนหนังสือเพื่อเงิน เขาจะต้องเขียนหนังสือด้วยแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจที่จะเสนอแง่คิด คติปรัชญา ผ่านงานวรรณกรรมของเขา ด้วยความเชื่อมั่นว่า ความคิดที่เขานำเสนอนั้น จะเกื้อกูลเกิดประโยชน์แก่มนุษย์ทั้งมวล ในแง่ของการเร้าให้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งความคิด ที่จะรังสรรค์สติปัญญา และสิ่งดีงาม อันจะนำไปสู่การพัฒนา ส่งเสริมคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ในสังคมของโลก ก็คิดว่าตัวผมเองนั้น พอจะเป็นนักเขียนเคร่งขรึมได้อยู่ เพียงแต่ว่าต้องรอสักหน่อย เพราะจะทะเล่อทะล่าไปเคร่ง หรือขรึมอย่างกะทันหันเกินไปนั้น อาจจะก่อให้เกิดปัญหานานาได้มาก อุปสรรคด่านแรก ดูเหมือนว่า จะต้องกำจัดการกระจองอแง ของลูกสามคน ให้ได้ก่อน ผมขรึมแบบของผมนะครับ ประเภทขรึมแล้วลูกเต้าอดอยากนั้น ใครขรึมได้ก็ขรึมไป ผมไม่ขรึมด้วย
ก็อาจจะมีคนว่าผมไม่ได้เป็นนักเขียนเคร่งขรึมจริง เพราะตัวจริงของนักเขียนขรึมนั้น เขาย่อมขรึมได้เสมอ อุดมการณ์ และอุดมคติของเขาต้องเป็นใหญ่ เรื่องลูกเมียนั้นถือเป็นรอง จะเจี๊ยวจ๊าวกระจองอแงอย่างไรก็ช่าง ขอให้เขาได้เขียนอย่างขรึมๆ ได้ก็แล้วกัน ผมยังไม่รีบขรึมตอนนี้ เพราะผมยังไม่ได้คิดว่าจะได้รางวัลโนเบิลวันนี้ พรุ่งนี้ โครงการโนเบิลของผมเป็นโครงการระยะยาว ระยะแรกต้องเตรียมตัวขรึม เมื่อขรึมและเคร่ง เป็นนักเขียนเคร่งขรึมได้เรียบร้อยดีแล้ว จึงจะเริ่มระยะสอง คือเป็นระยะทำงาน งานที่ทำในระยะแรกๆ ก็จะต้องเป็นงานที่ทำแล้วนำความเจ็บปวดรวดร้าวมาสู่ตนเอง เนื่องจากไม่มีใครอ่านรู้เรื่องและเข้าใจ ไม่มีใครซื้ออ่าน นักวิจารณ์ไม่กล้าวิจารณ์ เพราะวิจารณ์ไปแล้วกลัวโง่ สักระยะหนึ่ง เมื่อยังคงเคร่งขรึมเอาเป็นเอาตายกับการเขียนทำนองนี้อยู่ คนทั่วไปก็จะเกิดความฉงน ว่าผมทำอะไรของผม ไม่มีใครอ่าน ไม่มีใครพูดถึง แต่ก็ยังเขียนอยู่ ตอนนี้ถ้าหากเป็นไปตามที่คาด ก็จะเริ่มมีคนกลัว กลัวว่าถ้าหากยังคงอ่านงานของผมไม่รู้เรื่องอยู่ ก็จะได้รับการประณามว่าเป็นคนซื่อบื้อ ไม่ได้เป็นนักอ่านแท้จริง ไม่ได้เป็นนักอ่านเคร่งขรึม หรือ ซีเรียสรีดเด้อร์ อาการฉงนนี้ก็ควรจะแพร่หลายไป จนทำให้ใครๆ พากันมาสนใจงานของผม แล้วก็จะมีคนต้องการแสดงตนว่าเป็นคนฉลาด กล่าวชื่นชมงานของผม อธิบายเรื่องราวอันมีความหมายแฝงเร้น เพื่อยกระดับคุณค่าของความเป็นมนุษย์จากงานของผม จากนั้นก็จะมีฝรั่งกลัวโง่ มาขอแปลงานของผม ซึ่งผมก็ไม่ให้แปล คือจะทำทีเป็นไม่ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องการแปลนี้ไปสักระยะหนึ่งก่อน ดูว่าคณะกรรมการรางวัลโนเบิล เขาสนใจจะให้รางวัลแก่หนังสือที่เป็นภาษาไทยมากน้อยแค่ไหน ถ้าเขามีอาการว่าไม่สนใจเลย จากนั้นจึงค่อยให้ฝรั่งกลัวโง่นั้นแปล เมื่อแปลผลงานของผมไปสักระยะหนึ่ง ก็จะมีคนเห็นคุณค่าแพร่หลายต่อไป เห็นจริงดังที่ผมอยากให้เห็นว่า งานเขียนของผมนั้นมีคุณค่าเป็นสากล เขาก็จะเร่งร้อนช่วยกันส่งผลงานเขียน เล่มใดเล่มหนึ่งของผม เข้าชิงรางวัลโนเบิล
จากนั้นผมก็ได้รับรางวัลโนเบิล เมื่อได้รับรางวัลโนเบิลแล้ว เงินที่ได้มา... เอ ผมว่าผมหยุดไว้แค่นี้ก่อนจะดีกว่า หยุดไว้ตอนที่ได้รางวัลโนเบิลแล้วนี่ก่อน เรื่องหลังจากนั้น เกี่ยวกับสุนทรพจน์ของผม ที่จะนำไปอ่านในพิธีการรับรางวัล หรือเงินรางวัลที่จะใช้จ่าย อะไรพวกนี้ ผมว่าผมเอาไว้เล่า หลังจากที่เดินทางไปรับรางวัลกลับมาเรียบร้อยก่อนจะดีกว่า ถ้ายังไงก็ตามอ่านเรื่อง "ประสบการณ์การเดินทางไปรับรางวัลโนเบิล และซอกแซกทัศนาจรประเทศสวีเดน" ของผมนะครับ |
||
|