ฉบับที่ 24 กุมภาพันธ์ 2532 "จับเข่าคุย" ศุ บุญเลี้ยง



เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2531

ระดับน้ำในลำน้ำแม่ปิง สูงนัก เพราะใกล้จะถึงวันยี่เป็ง หรือวันลอยกระทงของชาวเหนือ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เพียงว่าบางช่วงของเวลา เป็นโอกาสอันแสนดี

มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช อนุญาตให้พวกเรา อันประกอบด้วย คุณ สุวิทย์ อุ่ย นักข่าวบางกอกโพสต์ นิเทศฯ จุฬา รุ่นพี่ของผม และหมู่ตู่ เข้าพบเพื่อทานอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารไวท์ ออร์คิด ริมแม่น้ำปิงในนครเชียงใหม่

ทันทีที่แนะนำตัวว่า มาจากหนังสือชื่อ ไปยาลใหญ่ ท่านยิ้ม และเย้าในทำนองน่ารัก

"ชื่อดีนี่ ไปยาลใหญ่ แหม… ผมอยากทำมั่ง ถ้าทำชื่อ ไม้ยมก คงสนุกดี ทำซ้ำๆ อยู่นั่นแหละ"

คนที่พูดล้ออยู่หน้าเรา คือนักปราชญ์ของแผ่นดินรัตนโกสินทร์ คืออดีตนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองผู้มากกลอุบายในการบริหาร คือท่านอาจารย์ของลูกศิษย์หลายสิบรุ่น คือนักเขียนทรงนาม และอะไรอีกมากมายที่ท่านเป็นได้

ล้อมวงนั่งลงใกล้ๆ เราจะขอคุยกับท่านแบบง่ายๆ เหมือนท่านเป็นลุงของเรา


  • มีคนเขาพูดกันว่า อาจารย์คึกฤทธิ์นี่เป็นทุกอย่าง เป็นนักเขียน เป็นนักการเมือง เป็นจิ๊กโก๋ด้วย

    ไอ้นี่จริง ข้อสุดท้ายก็ด้วย โถ… จิ๊กโก๋มันก็คนนะ มันแปลว่าอะไรก็ไม่รู้ แต่หาว่าเป็นผมก็รับ ไม่ปฏิเสธล่ะ

  • อาจารย์เป็นคนที่มากอารมณ์ขัน สมัยนี้เขาเรียก มุขเยอะ

    ไม่รู้สิ มุขเยอะแปลว่าอะไร อ๋อ… ก็ไม่ถึงกับอย่างนั้นหรอกนะ แต่ว่าถ้ามองอะไรในเมืองไทยนี่ ไม่มีอารมณ์ขันมันลำบากเปล่าๆ มองอะไรก็มองด้วยอารมณ์ขันซะ อะไรๆ มันก็เบาบางลงไป ไม่เกี่ยวกับมุขหรอก มุขในภาษาของผมมันเกี่ยวกับเรื่องการแสดงตลก ออกมุขนั้นมุขนี้ ไปดูสิ ศิลปินรุ่นปู่ผมน่ะ โอ้โฮ นั่นน่ะ มุขตลกโขนก็มีเยอะเหมือนกันนะ ไม่น่าเชื่อเลย เยอะจริงๆ

  • มันมาจากอะไร มุข ข. ไข่ ใช่ไหมฮะ

    มันแปลว่าหน้านี่ มุขน่ะ หรือแปลว่าปากก็ได้ ภาษาบาลีแปลว่าปาก ราชามุขมนุษานันต์ น่ะ ราชาเป็นปากเสียงของมนุษย์นะ ไม่ใช่หัวหน้าหรอก มุขแปลว่าหัวหน้าไม่ได้ แปลได้ว่าหน้าหรือปาก ถ้าประมุขนี่อีกเรื่องหนึ่ง แปลว่าหัวหน้าละ มุขเฉยๆ ไม่ใช่ คุณนี่ห่างกันกี่รุ่นนี้ สองคนนี้ แล้วรู้จักตั้งแต่อยู่จุฬา หรือว่ามารู้จักกันทีหลัง

  • รู้จักตั้งแต่อยู่จุฬาฮะ ตอนเข้าไปก็โดนจับกรอกเหล้า

    ก็นั่นมันเป็นประเพณีรับน้องใหม่ไม่ใช่เรอะ แล้วเมามั้ย ผมอยากรู้เหมือนกันว่าถูกกรอกเหล้าแล้ว ต่อมากินมั้ย

  • ต่อมาก็... กินครับ

    อ้อ มันก็มีอิทธิพลต่อชีวิตเหมือนกันนะ ไอ้การจับกรอกเหล้านี่ คนไม่เคยกินเหล้าก็ต้องกิน

  • คือเรารู้สึกว่ามันไม่เสียหาย… มากนัก

    มันก็ไม่เสียหายหรอก ผมก็นั่งกินเอ๊า กินเอาอยู่เนี่ย หรือว่าเสียหาย แต่ผมก็ยังกินอยู่ดี ก็ไม่รู้

  • ตอนนั้น ถ้าไม่กินก็จะโดนตบ

    โอ้โห ก็ดีแล้ว เราก็อย่าให้เขาตบเขาตี กินๆ ไปซะจะได้หมดเรื่อง แล้วกินแค่ไหนตอนนั้นที่เขาให้กิน

  • เขาให้กินจนอ้วกเลย

    ก็เราก็เอามือล้วงคอซะก่อนไม่ได้หรือไง เวลาเขาเผลอๆ จะได้ไม่ต้องกินเหล้ามาก

  • มีอีกประเภทฮะ คืออาจจะไม่ยอมอ้วก อยากกินต่อ

    แล้วถ้าอ้วกแล้วใครทำอะไรกับคุณล่ะ

  • เขาก็หาม หามไปนอนที่คณะ ตอนนั้นจำได้ นอนจนสว่างเลย พอตื่นขึ้นมาให้วิ่ง คือเขาจะทารุณทุกทางเลย จะเป็นการรับน้องก่อนรับน้องรวม พอวิ่งแล้วก็อาบน้ำแต่งตัว ไปรับน้องใหญ่

    ไอ้น้องใหญ่นั่นไม่ตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่นี่ ก็อย่างงั้นๆ

  • ถ้าเป็นมช. นี่จะหามมาไว้ที่ประตูท่าแพ เมาแล้วก็หามมาไว้ที่นั่น (หัวเราะกันใหญ่)

    เอ๊อ… จริงเรอะ จะได้ถามว่าเขารับน้องใหม่กันเมื่อไหร่ จะได้ไปเก็บๆ มา

  • รุ่นอาจารย์นี่มีโซตัสหรือเปล่าครับ

    โซตัสอะไร

  • ก็ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง

    รุ่นผมนี่นะ มหาวิทยาลัยในเมืองไทยมันไม่มี ตอนนั้นจุฬาก็ตั้งกันมายังไม่เป็นมหาวิทยาลัยเต็มที่ มันเรียนการปกครองกันน่ะตอนนั้น นุ่งผ้าม่วงโจงกระเบนไปเรียนกัน ได้เงินเดือนอีก เดือนละตั้งยี่สิบกว่าบาท สบายมาก แล้วมันไม่มีมหาวิทยาลัยอย่างที่เราเข้าใจกันด้วย ผมน่ะไปเข้า Oxford ก็เป็นมหาวิทยาลัยแรก ก็เป็นอันเดียว มันก็มีอะไรอย่างนี้เหมือนกันแหละ กินเหล้ากันมากมายเหลือเกิน มีเลี้ยงเรียกว่า จูเนียร์กอร์ตี้ ก็เท่ากับรับน้องใหม่ นิสิตเก่าเขาก็เลี้ยงกัน ก็กินกันเมามาย ออกไปอาละวาดเผาบ้านเผาเมือง

  • มีจับแก้ผ้ากันมั้ยครับ

    ก็ไม่ถึงอย่างนั้นหรอก ไม่มีใครเขาอยากดูกันหรอก

  • เมืองไทยมันมีอย่างนั้นน่ะฮะ

    ก็นั่นน่ะซิ ความต้องการมันคนละอย่างกัน แล้วแก้แล้วเป็นไง มันก็มีฮือฮา แล้วก็เท่านั้น ก็แล้วไป

  • แต่มันมีอยู่ปีหนึ่งฮะ มีรูปไปลงหนังสือพิมพ์ เลยโดนโจมตี เขาว่าล้าหลังทางความคิด

    คนอื่นก็วี้ดว้าย ไอ้เรื่องแก้ผ้านี่ผมไม่สนใจหรอก ผมอยู่โรงเรียนที่เมืองนอก มันก็แก้ผ้ามาแต่เด็กจนโต ฝรั่งมันแก่แก้ผ้า ฝรั่งหนึ่ง ญี่ปุ่นหนึ่ง แก้จังเลย จนไปถึงมหาวิทยาลัยก็แก้ แก้กันเรื่อยมาเลย อาบน้ำอาบท่าตื่นเช้าขึ้นมานี่ ไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่ได้วี้ดว้ายอย่างเมืองไทย ไม่เห็นแปลก เดี๋ยวนี้ก็ยังแก้ อยู่บ้านก็แก้ เป็นคนไม่มียางอาย เฉยๆ อยู่ในห้อง จะเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวก็แก้ไป ใครอยากดูก็เชิญ ไม่ต้องไปทำความลำบากให้กับตัวเอง ไอ้ที่จะมานุ่งผ้าขาวม้าแล้วค่อยดึงกางเกงออกทำไม่เป็น ไทยไม่เคยเลี้ยง ฝรั่งมันเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ถอดผ้าอย่างฝรั่งเป็น ถอดอย่างไทยไม่เป็น เขาเรียกผลุบๆ โผล่ๆ ทำไม่เป็นละ

  • เป็นไทยประยุกต์ ไทยแปลง อะไรอย่างนี้หรือเปล่า

    ประยุกต์แปลว่าอะไรฮึ ในภาษาของคุณน่ะ แปลว่าอะไร

  • ก็หมายถึงว่าแปรเปลี่ยน

    ประยุกต์แปลว่า apply อย่างวิทยาศาสตร์นี่ เอาไปประยุกต์ เรียนเคมีนี่เอาไปประยุกต์ ไปทำน้ำหอมขาย นั่นแปลว่าประยุกต์ ทีนี้เมืองไทย เอะอะอะไรก็ประยุกต์ไปหมด มันเลยไม่เข้าใจ ประยุกต์นี่ต้องถามว่า ภาษาไทยแปลว่าอะไร Application เท่านั้นเองประยุกต์น่ะ ไม่ได้แปลว่าแปรเปลี่ยน ไม่ได้แปลว่าเอาของเก่าไปทำให้มันเลวลง แล้วเรียกว่าประยุกต์ มันไม่ใช่

  • อาจารย์สนใจงานของคนรุ่นใหม่บ้างไหมครับ

    ก็สนใจ แต่มันไม่มีเวลา สนใจสนับสนุนทุกทางเลย เพราะคนอย่างผมมันอยู่อีกไม่นานแล้ว มันต้องทำต่อๆ กันไปด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถ้าสนับสนุนทางไหนได้ก็จะทำเลย อย่างคุณเนี่ย ถ้าจะเขียนหนังสือแล้ว ต้องการสนับสนุนจากผมทางไหนก็ยอม หรือจะมานั่งคุยกันอย่างนี้ก็ได้ เพื่อให้เกิดความคิดก็เชิญ บ้านผมก็เปิดทุกวัน ขอให้คุณเขียนเถอะ ผมน่ะมันไม่มีเวลาเขียนเอง ผมเบื่อตัวเองก็ตรงนี้แหละ เป็นคนไม่มีเวลา ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ แต่ก่อนเคยโกนหนวดทุกวัน ตอนนี้เว้นวันโกน (หัวเราะ) ไม่มีเวลา

  • ไม่อยากไว้หรือครับ

    คือไว้แล้วมันรุงรัง

  • อาจารย์อ่านงานของใครบ้างในช่วงนี้ นักเขียนรุ่นใหม่

    โอ๊ย ไม่ค่อยได้อ่านน่ะ ขอโทษเถอะ

  • อย่างสมมติว่าหนังสือได้ซีไรต์อย่างนี้ อาจารย์อ่านหรือเปล่าฮะ

    ก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง คือใครไปได้ซีไรต์เข้าแล้วก็เริ่มจะแปลกๆ ไปนะ อย่างคุณเนาวรัตน์ ก็กลายเป็นกวีไปเฉยๆ พูดกะแกไม่ค่อยรู้เรื่อง คุณอะไรที่ได้ปีนี้นะ กำลังจะหาเรื่องของแกมาอ่าน เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ความจริงหนังสือที่จะต้องอ่านก็เยอะ แต่มันไม่มีเวลา หนังสือที่ต้องเขียนก็มีมากเหลือเกิน ล้นในหัวอกนี่ ผมนึกพล็อตไว้ เรื่องดี๊ ดี จะออกมาเป็นเรื่องฮือฮา

  • แล้วจะเสร็จมั้ยฮะปีนี้

    คงจะเสร็จนะ คงเสร็จ เพราะทุกอย่างมันคอมพลีทหมดแล้ว อยู่ในหัวใจ เอาแต่เพียงว่าจะตามคำบอกให้พิมพ์ หรือว่าเราจะจดเอา ไอ้เป็นเรื่องเป็นนวนิยายนี่ ผมไม่แน่ใจว่าจะตามคำบอกได้หรือไม่ คือบอกไปแล้วอายคนพิมพ์ ถ้าเขียนด้วยมือ ไปได้ (หัวเราะ)

  • ในอารมณ์ของตนเองนี่รู้สึกว่าเป็นนักเขียนหรือเปล่า

    มันก็ไม่เชิงนะ บางทีมันมีอะไรในใจปุดๆ ขึ้นมา ถ้าได้เขียนไว้มันสบายใจกว่า จะเป็นนักเขียนรึเปล่าผมก็ไม่ทราบ แต่ว่าไอ้ที่นึกว่าเขียนหนังสือได้แล้วก็ฮึกเหิม หลงตัวเอง ใครมาแตะมาต้องไม่ได้ นั่นไม่จริง หนังสือผมนี่จะไปวิจารณ์แหลกเสียหายยังไง ผมไม่ถือหรอก ผมเขียนแล้วก็แล้วกัน เขียนแล้วมันโล่งใจผม ผมก็เขียนแล้วไม่มีอะไรอีก ใครจะว่าไงก็ช่าง

  • เห็นบอกว่า เขียนแล้วไม่ค่อยขัดเกลา

    ไม่เคยนี่ เขียนแล้วเขียนเลย ว่าแล้วว่าเลย ไม่มาตรวจแล้วตรวจอีกหรอก

  • แล้วไม่กลัวความบกพร่องหรือครับ

    บกพร่องก็มีคนอภัย เขาจะได้เห็นกันว่า เราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เทวดาผีสางมาจากไหน จะได้ไม่มีบกพร่องเลย ถ้าตกถ้าอะไร เราเขียนผิดเอง เจอก็แก้ซะให้ถูก แต่ถ้าพลาดไป แล้วดูแล้วไม่เดือดร้อน ก็แล้วกัน

  • เรื่องเขียนหนังสือน่ะครับ นอกจากคิดจะเขียนแล้ว ได้เขียนมั้ยครับ

    ไอ้เรื่องนี้ ถ้าพูดจริงๆ นะ ไม่ได้พูดเล่นนะ มันคิดอยู่เสมอ ถ้าพูดไปแล้วเรามันก็คนเขียนหนังสือ อยากจะเขียนเรื่องสั้น อยากจะเขียนเรื่องยาว วันๆ ก็มีเวลาคิด เวลาว่างที่คนอื่นเขาไม่มาเกี่ยวข้อง มันก็คิดแต่เรื่องเขียนหนังสือนี่ ทีนี้ก็ พอไม่มีเวลา มันก็คิดออกมั่งไม่ออกมั่ง พอจะคิดออก ก็มีคนมาหาซะแล้ว เข้าใจมั้ยล่ะ ไอ้นี่มันก็เป็นอุปสรรค

  • อย่างมาอยู่เชียงใหม่นี่ล่ะครับ

    เชียงใหม่นี่คนมากกว่ากรุงเทพฯ อีก ก็ฮือฮากันใหญ่ เพราะนานๆ มาที

  • ข่าวล่าสุดได้ยินว่า เรื่องสี่แผ่นดิน มีฝรั่งซื้อเอาไปทำหนัง

    มันจะแปลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเอง ไม่จริงเลย ซื้อก็ไม่ขาย กลัวมันทำเละ ก็ชั้นไม่ไว้ใจฝรั่งน่ะ จะให้ซื้อได้ไง ถ้าจะทำสี่แผ่นดินละก็ ไม่มีทาง เท่ากับขายพล็อตให้ไปเล่นละครลิง (หัวเราะ) มันพังพินาศ

  • แล้วถ้าสมมติว่าจะไว้ใจผู้กำกับ อาจารย์ไว้ใจใคร

    สำหรับเรื่องสี่แผ่นดิน เวลานี้ไม่ไว้ใจใครเลยจริงๆ แม่สุพรรณคนเดียวเป็นคนที่ทำได้ดีที่สุด ออกโทรทัศน์ พอแม่สุพรรณตายแล้ว ก็หมดปัญญา คุณอะไรน่ะ กนกวรรณ มาพูดจากัน ผมก็ไม่ได้คิดสะตุ้งสะตัง แกก็เอาไปทำซะเละเลย คือดูแล้วขนลุกเลย มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น พูดตรงๆ เลย เข็ดหลาบ ผมจะไม่ให้ใครอีก คือดูแล้วเกิดทุกข์เอง ดูแล้วไม่มีประโยชน์

  • แล้วอย่างถ้าเป็นเรื่องหลายชีวิตล่ะครับ

    หลายชีวิตใครทำก็ได้ ไม่ห่วงไม่ใยอะไร

  • สี่แผ่นดินนี่ชอบที่สุดหรือเปล่าฮะ

    ไม่หรอก ไม่ ถ้าจะถามว่าหนังสือเล่มไหนชอบที่สุด ก็ต้อง พม่าเสียเมือง ชอบที่ว่าใช้ภาษาดีเหลือเกิน อ่านแล้วเห็น… เอ๊อ… เรานี่เก่งภาษาไทยนะ สมควรที่จะได้พระเกี้ยวทองคำ (หัวเราะหึๆ)

  • อาจารย์ได้อย่างนี้บ่อยมั้ยครับ

    ก็เป็นศิลปินแห่งชาตินี่ ได้มาแล้วก็เป็นกระป๋อง กระป๋องหายไปแล้ว บิดๆ เบี้ยวๆ ก็ไม่กล้าจะกลัดไปไหน ศิลปินแห่งชาติน่ะ กระป๋องจริงๆ กรมศิลปากรทำเสียหายมาก เพราะเกี้ยวทองคำทำให้สวยๆ น่ารักเล็กๆ อย่างนี้ กลัดกระเป๋าได้ มีลงยาทำเป็นหมอนเล็กๆ สีชมพูรองพระเกี้ยว นี่สวยมาก ถ้าเห็นว่ามีค่า เราก็รักษา ทำเป็นปลากระป๋องมาอย่างกับหน้าหมวกข้าราชการ มันก็ไม่ไหว

  • อาจจะเป็นสัญลักษณ์อะไร

    สัญลักษณ์อะไร ไหนลองว่าใหม่อีกทีซิ

  • แบบว่าเขาแกล้งทำ

    ไม่แกล้งหรอก ก็ตั้งใจทำนั่นแหละ แต่ประเสริฐสุดมันได้แค่นั้น ถ้าแกล้งละจะไม่ว่า จะเข้าใจ เขาไม่ได้แกล้งหรอก สุดฝีมือกรมศิลปากรแล้ว มันถึงต้องน้อยใจไงล่ะ - แล้วก็ทิ้งไปเลยหรือครับ ไม่ได้ทิ้ง ก็หมกๆ อยู่ที่บ้านแหละ บ้านผมของมันมาก มันก็หายๆ …นี่อะไรใครเนี่ย

  • หนำเลี๊ยบหมูสับฮะ

    โอ๊ยไม่ไหว กินแล้วอ้วนตายเลยนี่

  • อาจารย์เคยนับใบปริญญามั้ยครับ

    (หัวเราะ) คือมันเป็นตู้เลยนะ ประมาณก็ไม่ถูก แต่ไอ้ที่เป็นของตัวเอง ทำมาหาได้เองเลยนะ ก็ MA.OXFORD อย่างเดียว นอกนั้นก็ได้มาฟรีๆ นึกจะให้ก็ให้ เสื้อครุยก็เต็มไป คราวที่แล้วจะไปเมืองนอก ให้คนทีบ้านไปหยิบเสื้อกันหนาว กลับไปหยิบเสื้อครุยมาให้ (หัวเราะ) น่ะ จะให้ใส่อย่างนั้นน่ะไป

  • แต่ถ้าเขาให้อีก ก็เอาอีกใช่มั้ยฮะ

    ก็ต้องเอาน่ะ มันไม่ใช่เรื่องใจเราแล้วนะ เขาให้น่ะ เขาเจตนาให้มาด้วยความเคารพ ให้แล้วเขาได้ชื่อได้เสียงว่าเขาให้เรา ปฏิเสธไม่ได้ ต้องเห็นแก่เขา ปฏิเสธก็ถือว่าดูถูกเขา ปริญญาเขาไม่ดีพอสำหรับเรา อย่างนี้ตาย… ทำได้ยังไง ถ้างั้นก็อยู่ในโลกไม่ได้น่ะสิ - พวกรางวัลด้านการเขียนที่ภูมิใจที่สุดล่ะครับ ก็พระเกี้ยวทองคำนี่ละครับ

  • อาจารย์เคยคิดถึงพวกซีไรต์ หรือรางวัลโนเบลอะไรมั้ยครับ

    โถ โนเบลนะ ไม่ต้องนึกถึงเลย เขาไม่ให้คนอย่างเราหรอก มันอีกสแตนดาร์ดมาตรฐานหนึ่ง อีกระดับหนึ่งเลย ไม่ต้องไปคิดให้เปลืองสมอง ไม่อยากได้ ไอ้ซีไรต์ก็รู้สึกจะเล็กไป

  • อาจารย์เคยเป็นห่วงการใช้ภาษาของคนรุ่นหลังหรือเปล่าครับ

    ไม่ห่วงหรอกครับ เพราะเป็นภาษาของเขาเอง จะอีลุ่ยฉุยแฉก ไปทำฉิบหายล่มจมก็เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของผม ระหว่างที่ผมใช้ภาษาของผม ผมใช้ให้ถูก ใช้ในตามทางที่ผมเห็นว่าไพเราะ คนอื่นรุ่นอื่นรุ่นหลังรุ่นใหม่นี่ มันก็ภาษาของเขา เรื่องของเขา ตังค์ในกระเป๋าคนละกระเป๋านี่ เออ… ห่วง ถ้าห่วงแล้วจะให้ทำอะไรล่ะ ทำอะไรเขาก็ไม่ได้ ตัวเองก็มานั่งอกไหม้ไส้ขม ชี้แนะยังไงเขาก็ไม่ฟัง คุณรงค์ วงษ์สวรรค์ถึงด่ากันหยาบๆ ก็ยังไม่ฟังเลย

  • อาจารย์อ่านของคุณรงค์หรือเปล่าฮะ

    ผมไม่อ่านแล้ว ผมเบื่อ มันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ น่ะ เขาเขียน ผมก็นั่งดูอยู่เนี่ย แกก็บอก แกเอาไปจากผมนี่แหละ พอผมไปอ่าน เอ๊ะมันไม่ใช่จากผมนี่ มันจากใครก็ไม่รู้ นี่แกก็หากินได้เรื่อยมา ก็จะไปว่าอะไรแกล่ะ ก็ต้องปล่อยแก ก็ไม่ห่วงใครหรอกครับ ไม่ห่วงอะไรทั้งนั้น คือเขาไม่ห่วง เรื่องอะไรเราจะต้องไปห่วง

  • เขาอาจจะยังไม่รู้น่ะว่าอะไรคือของใหม่ของเก่า

    อันนี้มันก็พูดยากนะ จะไปดูถูกคนทั้งโลก แล้วของเราถูกอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้ มันก็ต้องปล่อยเขาไป จะรู้ไม่รู้ผมก็ตีความว่าเขารู้ไว้ก่อนละ ถึงเขาไม่รู้ก็ทำอะไรไม่ได้ จะไปสั่งสอนที่ตรงไหนล่ะ จะไปเขียนบทความของเรา ก็จะเป็นอริบาดหมางกันไปเปล่าๆ เดี๋ยวจะหาว่า ไปขัดทางทำมาหากินของเขา อย่าไปแตะต้องดีกว่า เราก็อยู่ของเราเฉยๆ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตมีลมหายใจ เราก็ใช้ภาษาไทย ที่ถูกของเราต่อไป มันก็ยังวางอยู่เป็นเล่มๆ แหละ มันก็ยังมีหลักฐานพยานว่า นี่เขาใช้กันอย่างนี้ ใครจะมาใช้อย่างอื่นยังไง ก็ช่างเขา ไม่ใช่ว่านี่เป็นภาษาเก่า เราใช้กันมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง สมัยนี้ใครเขาใช้ภาษาไทยของพระเจ้ารามคำแหง ผมไปบอกว่า คุณรู้อะไรมั้ย พ่อกูชื่อพระองค์คำรบ… (หัวเราะ) เป็นบ้าเหรอ จริงนะ เขาไม่ใช้กันแล้ว เห็นหน้าบอกพ่อกูชื่ออะไรก็ตายสิ วิ่งหนีกันหมด

  • ในความหมายของอาจารย์เอง หลักการใช้ภาษานี่คืออะไร

    คือว่า ให้คนอื่นเขาเข้าใจเราเท่านั้นแหละ จะเขียนว่าอะไรก็ได้ ถ้าคนอื่นเขาเข้าใจก็เขียนไปเถอะ ถ้าไปพลิกไปแพลงมาก คนอื่นไม่เข้าใจมันจะยุ่ง

  • เด็กวัยรุ่นนะฮะอาจารย์… อย่าง 'ฉบับ' นี่ เขาก็จะใช้ 'บับ

    ไอ้นี่ก็เป็นเพราะเวลาเขาน้อย เราก็เข้าใจเขาด้วย ภาษาปักษ์ใต้เขาก็บับกันทั้งนั้น หรือไม่จริงล่ะ มันมีมาแล้ว ไม่ใช่แต่วัยรุ่นเท่านั้น แสลง เป็นแล่ง ภาษาปักษ์ใต้พัฒนาไปในทางตัดลง ตัดลงจนเหลือพยางค์เดียวกันไปหมดแล้ว จะมาเดือดร้อนอะไรกับวัยรุ่นเขาล่ะ มันเป็นวิวัฒนาการทางภาษา เราไม่มีอำนาจอะไรไปควบคุมเขาได้

  • มีหนังสือเล่มหนึ่งนะครับ เขาใช้ภาษาที่หยาบน่ะ ลงในหนังสือ

    ก็ดีนี่ ไปหามาให้ผมซี่ ผมชอบ เออผมอยากดู

  • ใช้คำแบบตรงๆ เลยนะครับ

    ก็จะเป็นไรไปเล่า มันควรจะพูดกันซะทีนะไอ้ประเภทที่ว่าหยาบน่ะ ผมเห็นมันพูดกับพวกพ้อง ผมก็ไม่อั้น

  • แต่มันไม่ใช่ภาษาที่พูดกับพวกพ้องเพื่อนฝูงนี่ฮะ มันตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ

    ก็นั่นแหละ แสดงว่าเขาเห็นว่าคนทั้งโลกเป็นเพื่อนฝูงของเขา เผื่อผมพูกับสองคนนี่แล้ว ตีพิมพ์หนังสือออกมาขายทั่วประเทศไทย แสดงว่าผมเห็นคนทั้งประเทศไทย เป็นไอ้สองคนนี่ ก็น่ารักดีแล้วนี่ เราไปซื้อเขามาอ่าน เราก็เห็นว่า เออเขาเห็นเราเป็นเพื่อน

  • แล้วอย่างนี้ กาละเทศะก็ไม่ต้องคิดสิฮะ

    ก็มีกาละเทศะซิ เขาไม่ได้พิมพ์หนังสือพิมพ์รายวันเป็นภาษานี้ทั้งหมดนี่ เขาพิมพ์ออกมาเล่มเดียว นั่นก็กาละเทศะแล้ว ถ้าใครไม่ชอบ ใครก็อย่าไปซื้อเขาอ่าน เขาก็เลิกเอง ถ้าคนนิยม คนซื้อ เขาก็ออกมาอีกเล่มหนึ่ง ก็ยิ่งดีใหญ่ (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องของเทสต์คนนะ ถ้าเราไม่ซื้อซะก็หมดเรื่อง ไม่มีอะไรเลย อย่ามานั่งเป็นห่วง ถ้าคุณไม่อ่าน มันก็หมดไปเองแหละ เลิกไปเอง ใครจะมานั่งขาดทุนอยู่ได้

  • แล้วอาจารย์อยากทำมั้ยครับ

    ก็อยากเห็น มันแปลกดี อยากเห็นจริงๆ ว่าเออ… ไม่นึกว่าเขาจะทำอย่างนี้ ถ้าคุณมีก็ขอมาให้ผมอ่านซักเล่มซี่ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ไม่มีปัญญา เผื่อยังไงเกิดผมมีอิทธิพลแล้วเกิดเขียนขึ้นมั่งล่ะ พังละ (หัวเราะ) ทีนี้ละ… ลงในซอยสวนพลูเลย ความจริงมันก็หวิดๆ อยู่แล้วนะ เขียนให้คุณสุวิทย์อ่านน่ะ โอ้โห้ มันยิ่งกว่านี้อีก แต่ผมเขียนเล่มเดียว เขาไม่ให้ตีพิมพ์จำหน่าย ผมก็ไม่ผิดอะไร คุณก็เอาไปอ่านก่อน อยากอ่านมั้ยจะได้เขียนให้อ่าน (หัวเราะ) อะฮ่า ไม่รู้จักอะไรซะแล้ว ผมเขียนเก่งกว่าใครทั้งหมดนะ อย่างไอ้ลอยนี่ก็หวิดๆ ไปนะ

  • มีคนเลียนแบบเยอะนะครับ ใครๆ ก็อยากเป็นไอ้ลอย

    ก็ไม่รู้นะ ไอ้เด็กหนุ่มๆ วัยรุ่นน่ะ ร้อยทั้งร้อยถามมันมาแล้วนี่ อยากเป็นกันทั้งนั้นแหละ ก็เห็นมีกันทุกคนนี่ ถามมันว่าเป็นไง อ่านไอ้ลอยแล้วมีอารมณ์มั้ย บอกว่ามีซี่ มีแล้วทำไง ก็ถามใช้อารมณ์แล้วมันเป็นไง

  • เคยอยากเป็นนักร้องบ้างไหมครับ

    เสียงมันจะไม่พอแล้วมั้ง อายุมันมาก ไม่เอาหรอก ดูแล้วมันอาย เล่นแต่เพลงฉ่อย (หัวเราะ) ไม่ต้องเสียเวลามาร้อง ไม่มีใครมายั่วมาโห่ เราก็เล่นเพลงฉ่อย ร้องก็คงจะได้นะ แต่สุ้มเสียงมันก็คงจะลำบากเต็มทีนะ

  • แล้วสมัยหนุ่มๆ ล่ะฮะ

    ตอนเป็นหนุ่มก็ไม่เคยเห็นว่าตัวเองเป็นคนเก่งทางร้องเพลง เคยร้องเหมือนกัน ร้องในห้องน้ำ อย่างนั้นน่ะร้องเต็มเสียงเลย ออกจากห้องน้ำแล้วก็ไม่ร้อง

  • ได้ยินว่า หลังสุด อาจารย์เคยร้องเพลง ' รักสิบล้อต้องรอสิบโมง'

    ก็ร้อง ร้องที่งานคุณเปรมเลี้ยง ก็ไม่รู้จะร้องเพลงอะไร เขาบอกให้ขึ้นไป คุณเปรมเขาขึ้นไปร้อง คนเดียวในดวงใจ แล้วมองตาผม ผมก็อ๊ายอาย มุดใต้โต๊ะเลย (หัวเราะ) ไม่ใช่อย่างงั้นนี่ ผมก็ขึ้นไปต่อได้ด้วยการร้อง รักสิบล้อต้องรอสิบโมง (หัวเราะ) ไอ้เรามันแค่นั้น คนเดียวในดวงใจอะไรกัน

  • อาจารย์เคยไปดูคอนเสิร์ตมั้ยฮะ

    ก็ดูทางโทรทัศน์นี่แหละ ถ้าไปดูที่นั่นเลย คนเค้าคงไม่ดูคอนเสิร์ต แต่มาดูผม วัยรุ่นก็มากรี๊ดที่ผมหมดน่ะสิ เขาก็เสียใจกันแย่สิ แต่ถ้าวัยรุ่นมากๆ เขาไม่รู้จักหรอก ก็แล้วกันไป ไม่เคยคิดจะไปหรอก ดูแต่โทรทัศน์ โรงหนังก็ไม่เคยไปแล้ว ตั้งโรงหนังที่บ้านเลย มันหนักใจตั้งแต่หน้าโรงเลย ไปซื้อตั๋ว เขาก็มายืนมุง มุงเฉยๆ มามองหน้าเงี๊ยะ ไอ้เราก็อายไม่รู้จะทำยังไง มองเอา มองเอา ก็เขินซี่

  • ไม่มีคนขอลายเซ็นหรือฮะ

    ถ้ามีใครเริ่มก็แย่สิ คราวนี้ละ ไปกันใหญ่เลย

  • แล้วอย่างที่เป็นนายกแล้วเจอนักข่าวมามุงนี่ไม่เหมือนกันหรือครับ

    ไม่เหมือน ก็เมื่อหลบหลีกกันไม่ได้ เราก็ให้สัมภาษณ์ไป

  • ของแจกวันเกิดนี่ต้องเป็นหนังสือหรือครับ

    ส่วนมากเป็น เพราะไม่เคยแจกอย่างอื่นเลย ไม่แจกก็ไม่แจก ถ้าเป็นของอื่นมันก็ต้องเสียตังค์มาก แล้วก็ไม่ทั่วไม่ถึงอยู่ดี แล้วคุณจะให้แจกอะไรล่ะ เป็นต้นว่าปีนี้ ถ้าไม่แจกหนังสือ คุณว่าจะแจกอะไร

  • เป็นเทปบรรยายอะไรอย่างนี้

    ไอ้นี่อาย ไม่เคยทำ ไม่รู้จะบรรยายอะไร ผมไม่เคยเปิดฟังของใครเลย ผมเบื่อ ถ้าให้ไปเขาก็คงไม่เปิดเช่นเดียวกัน ไม่มีประโยชน์อะไร

  • ถ้าเป็นอาจารย์พูดผมว่ามีคนฟัง

    ก็ยิ่งอายใหญ่เลย มาฟังผมพูดคนเดียว มันเรื่องอะไรเล่า (หัวเราะ) พูดเชิ้บๆ อยู่คนเดียว ไม่ไหวหรอก อาย ผมมีอย่างเดียวแหละ ผมไม่อยากทำอะไรให้เกินสิ่งที่ผมเห็นว่าควร คนเราที่เกิดมาอายุเท่าผมนี่ มันผิดธรรมชาติไปเยอะแล้วละ ไม่ต้องไปทำให้มันผิดอีกหรอก ควบคุมมันไว้ ให้มันอยู่ในระดับสถานการณ์ปานกลาง ให้มันเหมือนคนอื่นเขามั่ง ถ้าจะทำไม่ให้เหมือนคนอื่นน่ะ มันทำได้เยอะเชียว รู้สึกมันอายแก่ใจ มันผิดผู้ผิดคนเขาแล้วจะไปทำไม

  • ที่ว่าผิดธรรมชาติไปเยอะนี่หมายความว่าไงครับ

    เป็นลักษณะของประสบการณ์ที่ผ่านมาจนกระทั่ง ก็ความเป็นตัวเราเองจนอายุเท่านี้น่ะสิ แปลว่ามันผิดธรรมชาติ ถ้าเป็นธรรมชาติมันไม่ผิด ถ้าไม่ผิดธรรมชาติ มันจะเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ มันจะเหมือนคนอื่น จะเป็นนายมา นายมี นายสี นายสา ไอ้การที่มีคนรู้จัก ได้ยินชื่อก็ฮือฮานี่ เพราะมันไม่เหมือนใคร เมื่อไม่เหมือนใครแล้วมันก็ต้องผิดธรรมชาติ

  • อาจารย์เหงาบ้างไหมครับ

    ไม่หรอก ทำไมจะต้องเหงาล่ะ มีอะไรทำตั้งเยอะแยะ ถ้าจะพูดถึงกิจกรรมที่มันต้องทำก็มีอยู่ ถ้าจะพูดถึงมนุษย์สัมพันธ์ ก็มีคนรักคนชอบมากเหลือเกิน ไม่เหงาหรอก

  • เขาบอกคนแก่จะเหงา

    มันก็ไม่เชิงแก่น่ะซิ แล้วถ้าไม่เหงามันคงยังไม่แก่มั้ง

  • หรือจะกลับมาเป็นเด็กอีกอะไรอย่างนั้น

    ก็ไม่ถึงหลงเลอะอย่างนั้นหรอก คือรู้สึกมันมีอะไรเที่ยงแท้อยู่อัน คือความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคนรุ่นคุณน่ะ มันมีมาตั้งแต่ไหนๆ จนใครๆ ก็แก่กันไปหมดแล้ว มันก็มีใหม่มาแทนอย่างนี้ละ มันก็มารู้จักกันอย่างนี้ รุ่นหลังก็จะรู้จักกันต่อๆ ไป รุ่นหลังก็อย่างนี้ละ

  • แล้วเพื่อนรุ่นเดียวกันยังเจอกันอยู่หรือเปล่า

    ตายไปหมดแล้ว (หัวเราะ) ตายหมด เป็นอันว่าตัดบัญชีได้ ผมไม่เคยเรียกว่า มีเพื่อนแล้ว รักษาไว้คงที่นะ เปลี่ยนรุ่นเรื่อยมาเลย ในที่สุดก็ไม่เหงาเพราะเหตุนี้ รุ่นอาจารย์เจ๋งนี่ มันก็หมดไปแล้ว แล้วก็นับถือตั้งแต่รุ่นครูบาอาจารย์ เป็นข้าราชการผู้ใหญ่เลย แล้วก็มีรุ่นนี้ มันก็เดินเข้ามาเองนั่นแหนะ ไม่มีแล้วละครับ

  • แล้วความเชื่อเรื่องความตายล่ะครับ

    ความเชื่อเหรอ ก็ไม่สนใจนี่ ก็ไม่เคยตายจะไปรู้ได้ยังไง

  • ไม่ตั้งสมมติฐานเหรอครับ

    ตั้งสมมติฐานในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้มันไม่ดังนี่ ตายแล้วก็รู้

  • อย่างพวกผีพวกอะไรนี่ อาจารย์เชื่อมั้ยครับ

    มันก็มีผีมาหลอกไม่ได้หยุดหรอก ผีมันชอบมานั่งคุยกับผม ผมไม่เชื่อหรอก ที่บ้านก็มีปรากฏการณ์อะไรแปลกๆ

  • อย่างเช่น

    เช่นประตูประเตอตกน้ำมันอะไรนี่ ชอบกลๆ ผมเคยเห็นเดินมานั่งอยู่ข้างๆ ก็เคย แต่ผมไม่ถือไม่สา ผมไม่เชื่อซะอย่าง มันก็เลยหายไปเอง

  • ถึงวันนี้ก็ไม่เชื่อหรือครับ

    ไม่เชื่อ คือใจจริงไม่เชื่อว่าถ้าตายแล้วจะมีอะไรเหลือ คือจะไม่มาปรากฏ ไม่มาห่วงมาใย คือสมมติว่าผมตายปุ๊บเนี่ย ผมก็จะไปเกิด ทำกรรมอะไรไว้มันก็ต้องมีชาติมีภพ คือว่าอาจจะไปเกิดเป็นนกก็ได้ แล้วถ้าเกิด คือออกจากไข่มาแล้วเนี่ย ผมก็จะไม่นึกว่า ผมเคยเป็นหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ผมก็อยู่ไปตามประสานกของผม แล้วผีที่ไหนมันจะมาหลอกล่ะ

  • แล้วอาจารย์เชื่อในเรื่องชาติเรื่องภพมั้ยครับ

    เชื่อสิ ก็ศาสนาพุทธบอกอย่างนั้น ผมก็นับถือศาสนาพุทธ เชื่อเรื่องกรรม

  • แล้วเป็นไปได้มั้ยฮะที่ว่าผีนี่คือคนที่รอคิวก่อนที่จะไปเกิดเป็นนก

    เป็นไปไม่ได้ ตายไปก็ต้องไปปฏิสนธิทันที ไม่มีละที่จะมารอคิว ไม่มี

  • แบบว่ารอรับบัตรคิวไงฮะ

    ไม่มีละ ถ้ามีกรรม ตายปุ๊บก็ต้องไปเกิดภพใหม่เลย ไม่มีการที่ไหนละที่จะบอกว่ามารออยู่

  • คำสอนบอกอย่างนี้เลยหรือครับ

    ใช่ครับผม

  • แล้วเราเชื่อได้อย่างไรล่ะครับอาจารย์ว่าคำสอนที่ว่าพระพุทธเจ้าตรัสนี่ เป็นคำที่พระพุทธเจ้าพูดจริงๆ

    ไอ้นี่ไม่มีทางสืบได้ แต่เราก็ต้องเชื่อไว้ก่อน เราก็ต้องใช้อนุมานด้วยเหตุด้วยผลของเราไว้ก่อน ว่ามันน่าจะเป็นไปได้มั้ยที่ว่า พระพุทธเจ้าจะพูดไว้อย่างนี้ ถ้าเห็นว่ามันมีเหตุผลน่าเชื่อถือได้ เราก็เชื่อสิ่งที่พระพุทธเจ้าพูด แต่ถ้าเลอะเทอะเกินไปเราก็ไม่เชื่อ

  • แต่พระพุทธเจ้าสอนว่า ไม่ให้เชื่อไว้ก่อน

    จนกว่าเราจะใช้เหตุผลพิจารณาแล้ว แม้แต่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเอง เราก็ใช้เหตุผล

  • แสดงว่าอาจารย์ใช้เหตุผลแล้วเชื่อ

    ครับ เหตุผลที่ผมได้เล่าเรียนมาแล้ว เหตุผลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เหตุผลยายแก่อาจจะไม่ตรงกับของผม เพราะแกไม่ได้เล่าเรียนมาอย่างผม แกไม่ได้มีแบคกราวน์อย่างผม แกก็อาจจะไม่รู้ ไม่ต้องยายแก่หรอก คุณเสนีย์ แกก็อาจจะมีเหตุผลไม่ตรงกับผม เพราะแกเรียนกฎหมาย ก็อาจจะผิดกัน

  • แล้วอาจารย์เจออาจารย์ 'เสนีย์' บ้างหรือเปล่า

    ไม่ค่อยได้เจอหรอก ก็ท่านไม่ออกมาจากห้องแล้วนี่ 85-86 แล้ว ท่านก็เก็บตัวของท่าน คนที่สมควรจะเจอมากกว่าผม เขายังไม่เจอแล้วเลย อย่างแฟนท่านอย่างนี้ ผมมันแค่สมปอง น้องสมชาย ไม่มีอะไร

  • เวลาสัมภาษณ์ใคร แล้วเขามักจะถามถึงหนังสือที่ชอบน่ะฮะ คือคนโปรดของคนนั้น รู้สึกว่าจะมีอาจารย์เยอะมากเลย

    ยังไง ตัวผมน่ะเหรอ ถามว่าโปรดใคร บอกโปรดคุณคึกฤทธิ์

  • ฮะ เยอะมาก

    อุ๊ยน่ารักดี ก็ดีแล้วนี่ จะไปว่าอะไรเขาล่ะ

  • แล้วอาจารย์มีคนโปรดมั้ยครับ

    มีซิ เกิดเป็นคนไม่รักใครได้ไง อย่างคุณสุวิทย์แน่ะ นั่งอยู่นี่ด้วย ก็เจอหน้าถูกชะตาพูดกันรู้เรื่องก็ชอบ อะไรดีก็โปรดคุณสุวิทย์เนี่ย ถ้าคุณสุวิทย์โปรดผม ผมก็โปรดตอบ ถ้าคุณสุวิทย์ไม่โปรด ผมก็ไปโปรดคนอื่นของผมต่อไปได้เรื่อยๆ เป็นคนไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าคุณสุวิทย์ไม่โปรดผมก็ไม่เป็นไร ไม่ไปฆ่าตัวตายเพราะคุณสุวิทย์หรอก (หัวเราะ) ไม่มี

  • มีเหตุผลอะไรบ้างฮะ ที่ทำให้ฆ่าตัวตายได้

    ไม่มีฮะไม่มี ไม่มีรักใครถึงเพียงนั้น ก็รัก แต่ไม่ถึงขนาดนั้น มันไม่คุ้ม มันจะตายเองอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว ไม่ต้องไปเร่ง อายุเท่านี้แล้ว อายผีสางเทวดา นี่ถามตัวอย่างนะ ก็มานั่งอยู่ใกล้ๆ ก็ยกตัวอย่างเลยว่า นี่มันโปรดอย่างนี้ ก็ไม่ค่อยได้พบกันนะ ร้อยปีจะพบกันที ไม่รู้หายไปไหน อย่างเดี๋ยวๆ บางทีโทรศัพท์มา แล้วก็หายไป

  • แล้วอย่างคนที่ไม่รู้จัก

    ไม่รู้จักแล้วไปโปรดเขาได้ยังไงเล่า

  • อย่างพวกนักเขียนที่ชอบ งานเขียนน่ะฮะ

    ก็มันก็ไม่ถึงโปรดหรอก ใช้คำนั้นมันก็ไม่ถูก เพราะว่าโปรดมันจะหนักกว่านั้นหน่อยนะ ต้องรู้จักเนื้อรู้จักตัว - แล้วอาจารย์ชอบใคร แหมมันก็อ่านมาเยอะนะ จำไม่ได้หรอก

  • เป็นวงการก็ได้ฮะ วงการหนังสือ วงการเพลง นักร้อง

    ก็มันมีวงการอะไรมั่งล่ะ ผมไม่เคยแบ่งเลย ไม่รู้จะแบ่งออกยังไงเป็นวงการ อ๋อ หมายความว่าชอบนักเขียน นักร้อง นักกีฬา อะไรนั่นหรือ

  • นักร้องชอบคนไหน นักเขียนชอบคนไหน

    นักร้องก็ชอบเบิร์ดละมั้ง (หัวเราะ) ก็คนธรรมดาๆ อย่างเขาอื่นน่ะ ก็ไม่รู้จะชอบใคร นักเขียนสมัยใหม่ออกจะไม่รู้จักนะ ก็มีมาก เก่าๆ ก็มี… โอ๊ย รักตัวเองละมังครับ (หัวเราะกันใหญ่) ไม่รู้จะพูดยังไง รักตัวเองไปซะแล้ว

  • นักกีฬาล่ะครับ

    นักกีฬาก็อะไร… ผิวอ่อนน่ะ ปิยะพงษ์น่ะ อื่นๆ ก็ตายโหงกันไปหมดแล้ว จำไม่ได้แล้ว ก็ชอบเขาเตะเก่งนะ ไปแข่งที่ไหนก็ชนะ เราก็เข้าข้างคนชนะไว้ก่อน แต่เมื่อคืนนี้เสียเส้นหมด ตาย…ล่ะ ทีมเชียงใหม่แพ้ทีมลาว โอ้โห นั่งเชียร์แทบตาย

  • แล้วนักร้องอย่างแอ๊ดคาราบาวล่ะครับ

    เออ ชอบนะ ชอบ แล้วก็ เอาไปเล้ย เอาไป ไอ้เสียงนั้นน่ะ ชอบ ลำพูนอะไรน่ะ คาราบาวนี่ ชอบมากนะ

  • ไมเคิล แจ็คสัน ล่ะ พี่แอ๊ดเขาบอกเอาไมเคิล แจ๊คสันคืนไป

    ไม่รู้จัก ไม่เคยฟัง ก็ไม่เข้าใจความหมายเพลงด้วย มันไม่เข้าใจซะแล้วนี่ว่าไมเคิล แจ๊คสันนี่ใคร เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อที่คุณพูดนี่แหละ

  • อาจารย์ยังเหลือความฝันอะไรอีกมั้ยครับ

    ไม่มีแล้วนี่ ทำครบหมดแล้ว มันจะทำมากเกินไปซะด้วยสิ มันฝันไม่ออกแล้ว ทำไม่ไหวแล้ว หมด รุ่นคุณซี่ยังฝันเยอะอยู่ รีบๆ ทำซะเถอะ ผมมันไม่ไหวแล้ว ไม่ทำแล้ว ขี้เกียจ

  • เรื่องสั้นล่ะฮะ

    ก็ยังเหลืออีกหลายเรื่อง เรื่องยาวก็ต้องอีกสักสองสามเรื่อง นี่จะว่าเป็นความฝันก็ได้นะ ถ้าจะเรียกว่าความฝัน แต่จะทำได้ไม่ได้มันอีกเรื่อง

  • ถึงตอนนี้แล้ว แนวเรื่องของอาจารย์ที่คิดไว้เป็นยังไงครับ

    บางทีมันก็เป็นเรื่อง Exotic ไปเลย เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อน่าฝันน่ะแหละ ยังคิดไว้ว่าจะเขียนเรื่องเสือสมิง เป็นเรื่องสั้น แล้วก็มีความรักตลอดทางเลย ความรักหรูหราเชียว เกี่ยวกับเสือสมิง เรื่องเสือสมิงของไทยมันไม่ใช่อย่างของฝรั่ง ที่คนกลายเป็นหมาป่า แต่ของไทยมันเสือแก่ๆ กลายเป็นคน มันล่อคนออกไปกินในป่า คนไม่รู้ก็ตามมันไป ผมก็ตั้งพล็อตว่า มีเสือสมิงตัวหนึ่ง เป็นเสือตัวเมีย มันก็แปลงเป็นผู้หญิงซ้วยสวย เข้าไปในหมู่บ้าน ธรรมดามันก็ล่อหนุ่ม ไปกินเยอะแล้ว ทีนี้ไปเจอไอ้หนุ่มคนหนึ่ง มันเกิดรักขึ้นมา มันล่อไปกินไม่ลง ก็อ้อยอิ่งอยู่นั่น มันเป็นความผูกพันน่ะ ทีนี้ก็มีอีกคนรู้ว่า อีนี่น่ะเป็นเสือ ไม่ใช่คน ทีนี้ไคลแมกซ์มันอยู่ตอนที่ ไอ้คนที่รู้น่ะมันยิง ไอ้หนุ่มนี่ก็รักผู้หญิง ก็โวยวายใหญ่ มันก็ไม่ฟัง ยิงเปรี้ยงไปก็กลายเป็นเสือ ทำหนังได้นะ (หัวเราะ) จริงมั้ย แสดงอะไรได้เยอะเรื่องแค่นี้ แสดงความรักที่มันไม่น่าจะเป็นไป ความรักของคนกับเสือ และความรักที่ทำให้เสือไม่อยากกินคน กินคนอื่นนะ ไม่กินไอ้หนุ่มนั่นคนเดียว (หัวเราะ) เขียนไปเขียนมา

  • ตอนหนุ่มๆ นี่ อาจารย์กลัวแก่มั้ยครับ คือกลัวจะไม่สนุก เหมือนตอนหนุ่มๆ

    ไม่กลัว เพราะผมรู้ว่า ผมสนุกของผมได้ คือไปกลัวของที่มันต้องแก่จนได้นี่ จะไปกลัวทำไมกัน กลัวให้มันเป็นทุกข์ไปเปล่าๆ ไปกลัวไอ้สิ่งที่มันจะต้องเกิดจนได้น่ะ สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องเผชิญหน้า หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็อย่ากลัวดีกว่า กลัวแล้วโง่ อย่างรู้ว่า ทุกคนต้องตาย จะไปกลัวไม่ได้ กลัวทีไรก็ตายทีนั้นแหละ กลัววันละห้าหน มันก็ตายวันละห้าหน

  • แล้วที่กลัวตอนนี้ กลัวอะไร

    ไม่มี ผมไม่มีความกลัวมานานแล้ว ถ้าใครมาขู่ก็ไม่กลัวมันหรอก เฉยๆ

  • เกี่ยวกับความทุกข์ ความรักอะไรนี่

    มันก็มี แต่เราก็ไม่ได้ไปสนใจมันขนาดนั้น คือรู้ว่ามันต้องทุกข์ เราก็ทุกข์ไป แต่เราไม่ปล่อยให้ความทุกข์นั้นมันมาทำลายเรา ไม่มาทำให้เราเสีย ถึงขนาดต่อสู้ไม่ได้ คือเราจะไม่ยอมเสียผู้เสียคนไปกับไอ้ความทุกข์เหล่านี้

  • แล้วตอนนี้อาจารย์สรุปได้หรือยังฮะว่า ชีวิตคืออะไร เป็นคำจำกัดความสั้นๆ

    ก็แล้วแต่ใคร ตัวผมชีวิตคือความสนุก ตั้งแต่เกิดกระทั่งบัดนี้ ผมสนุกของผมไปเรื่อยๆ

 

^ กลับด้านบน ^




รำคาญคน
"ยัยคนนี้ พูดมาก ปากไม่สุข
ยัยคนนี้ กระปุ๊กลุก กระปุกไห
ยัยคนโน้น เหมือนกระดี่ ยามดีใจ
คนนู้นไง งี่เง่า เบาปัญญา
สารพัด เปรยเปรียบเทียบกระแทก
ช่างสอดแทรกส่อเสียดเสื่อมภาษา
จำรรได้ เป็นวรรคเป็นเวร เป็นหมื่นวา
ไม่เคยก้ม ลงมา ค้นหาตัว…

พด'ณีๆๆ