|
|
|
|
**
เขียนจากประสบการณ์จริง ผู้เขียนขณะนี้อายุ 14 ปีกว่าแล้ว เรียนขี่ม้าเหลืออีกขั้นตอนหนึ่งจึงจะสมบูรณ์จบหลักสูตร
คือยังไม่ได้ผ่านขั้นกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางและอาจจะเรียนได้ไม่จบหลักสูตร
ไม่ใช่เพราะใจท้อ แต่เพราะกำลังจะพ่ายความห่วงใยของคุณแม่ที่ชอบไปนั่งลุ้นหน้าซีดหน้าเซียว
อยู่ข้างๆ สนามฝึก หากครูผู้สอนได้อ่านพบเรื่องนี้ ครูคงพอจะนึกออกว่า นักเรียนขี่ม้าของครูหรือผู้เขียนคนนี้คือใคร
ถ้าหายหน้าไปก็แปลว่าจำต้องหยุดเรียน ไม่ใช่เพราะบอบบางไม่อดทน แต่เพราะสงสารคุณแม่เหลือเกินแล้ว
- -
|
ฉันรักม้า เพราะม้าเป็นสัตว์ที่สง่างาม แข็งแรง พ่วงพี ฉลาด ช่างรู้ และวันนี้ที่ฉันอาบน้ำไปร้องเพลงม้าไปจนถูกแซว ก็เพราะไม่มีปัญญาจะออกไปเที่ยวไหน เนื้อตัวฟกช้ำไปหมด ไม่ใช่เพราะถูกม้าเตะหรือล่มจมหมดเนื้อหมดตัวเพราะเล่นม้าหรอก แต่เป็นเพราะตกม้า ไม่ใช่ม้าไม้สำหรับรองนั่งด้วย เป็นม้าของจริง มีชีวิตเป็นหนุ่มอย่างเต็มที่เลยละ เจ็บครั้งนี้ของฉันนับว่าเป็นขนาดธรรมดา เพราะแค่สะโพกช้ำนิด ตัวเขียวหน่อย... เมื่อก่อนขนาดอาเจียนออกมาเป็นเลือดยังเคยเลย ฮึ่ม - - ม แต่อย่านึกว่าฉันจะเข็ดนา ก็หลงรักม้าเข้าแล้วนี่ เอาละไหนๆ ก็ต้องช้ำเพราะม้าแล้ว เลยขอยกม้ามาเป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังเสียเลย ม้าเป็นสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่ง ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานบอกไว้ว่า "ม้าเป็นสัตว์สี่เท้าในวงศ์ Equidae มีกีบทึบ แผงคอยาว ใช้เป็นพาหนะขับขี่และเทียมรถ" ม้ามีความใกล้ชิดผูกพันกับคนมาแต่โบราณแล้ว คนนำมาใช้ประโยชน์ รัก ยกย่องม้า ใช้ชื่อและรูปลักษณ์ของม้าเรียกขานสิ่งต่างๆ ใช้เป็นคำนามและเป็นสำนวน เช่น ใช้เรียกชื่อดาวฤกษ์กลุ่มหนึ่งซึ่งมี 7 ดวงว่า ดาวอัศวินี หรืออัศวฤกษ์ เรียกคนขี่ม้าสำหรับรับใช้ คนเร็วสำหรับส่งข่าวสารว่า "ม้าใช้" เปรียบหญิงที่กระโดกกระเดกลุกลน ไม่เรียบร้อยดั่งกิริยาของม้าว่า "ม้าดีดกระโหลก" (กระโหลกใครหลบกันเองนะ) เรียกไอ้หนุ่มที่อยู่ๆ ก็คว้าหัวใจสาวงามไปครองโดยไม่กระโตกกระตากมาก่อนเลยว่า "ม้ามืด" หรืออาจใช้เรียกผู้ชนะที่ไม่ตรงดังความคาดหมายด้วย ลูกเกิดมาก็เรียก "ม้าล่อ" นางม้าที่นายม้าหนุ่มๆ หล่อๆ ดีๆ ไม่สน ผ่าไปสนหนุ่มลาเข้า มีลูกเขาก็เรียกว่า ม้าลา ให้นึกสงสัยว่า ม้าล่อกับม้าลา หากเกิดปิ๊งกันขึ้นมา ข้ามเผ่าพันธุ์แบบนี้จะเรียกอย่างไรหนอ เรียกล่อลาหรือลาล่อ หรือลาลาล่อล่อ หรือ ล่อล่อลาลา ไอ้ที่เกิดมาทีหลังนี่คงโง่เป็นบ้าไปเลย
ชั้นใหม่เป็นที่โล่ง มีเหล็กกันเป็นคอกๆ กว้างพอประมาณ ที่ชั้นนี้ก็จะเริ่มเรียนการออกคำสั่งให้ม้าวิ่ง ทำได้หลายอย่างเช่น การวิ่งเรียบ เราก็จะทำคล้ายกันกับการเดินคือ ใช้น่องบีบเข้าหาตัวม้าเบาๆ แต่ถ้าจะให้วิ่งเรียบ ก็ต้องทำถี่ๆ มือผ่อนบังเหียนให้ค่อนข้างหย่อน เพื่อให้ม้านั้นเคลื่อนไหวสะดวก ตอนนี้ถ้าเพิ่งจะหัดวิ่งใหม่ๆ ตัวเราจะกระเด้งขึ้นกระเด้งลง เขย่าไปเขย่ามาบนหลังม้า เราจะต้องยืดแขนให้บังเหียนอยู่ในตำแหน่งของมัน แต่ตัวเราเอนไปข้างหลังเล็กน้อย ทิ้งน้ำหนักตัวลงที่ก้นด้านหลัง ตัวเราก็จะไม่เขย่า และต้องคอยระวังอย่าเตือนน่องแรงและเร็วเกินไป จะทำให้ม้าวิ่งเร็วมากขึ้น และเราจะทรงตัวไม่อยู่ ความรู้สึกเมื่อหัดวิ่งเรียบครั้งแรกนั้น ทำให้เราตื่นเต้น บีบน่องเข้าหาตัวม้าเพราะกลัวจะตก แต่นั่นจะทำให้ม้ายิ่งวิ่งเร็ว เราต้องกางส่วนน่องออกบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดทางเทคนิคขึ้น
การวิ่งโขยก เป็นบทเรียนที่ต่อกับวิ่งเรียบ วิ่งโขยกก็ทำเหมือนกับวิ่งเรียบ เพียงแต่เตือนน่องแรงกว่า ถี่กว่า ม้าก็จะออกวิ่ง เราก็กระทำเหมือนเดิมในการผ่อนบังเหียน, ควบคุมตัว ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าเดิม เพราะม้าวิ่งเร็วกว่าเดิม เราจะต้องดูแลตัวเองไม่ให้ขากอดท้องม้า หรือทำตัวหมอบลงไปติดตัวม้า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ม้าวิ่งสุดชีวิตเลย การวิ่งขึ้นที่สูง นั้นก็ไว้สำหรับเวลาเราจะขึ้นเนินหรือภูเขา ขาขึ้นก็บังคับให้มาด้วยการวิ่งเรียบ เมื่อม้าวิ่งขึ้นเนิน ก็ให้เราก้มตัวไปข้างหน้า ขาลงก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน แต่ให้เอนหลังไปข้างหลัง ถ้าหากเราทรงตัวไม่อยู่ พลาดพลั้งไปจะตกจากหลังม้า ถ้าไม่ใจลอยเราก็จะรู้ตัว เราต้องตั้งสติให้ดี ตกให้สวยให้เจ็บน้อยที่สุด หลบหลีกกลิ้งตัวให้พ้นเท้า ทั้งตัวที่สะบัดเราตก และตัวอื่นๆ ที่วิ่งตามมา ไม่พยายามที่จะลุกขึ้นทันที ตอนเรียนปีแรก เมื่อตกม้าครูจะวิ่งมาดู สั่งให้นอนนิ่งๆ เมื่อเห็นว่าหายตกใจ ตั้งสติได้แล้ว ครูกจะสั่งให้ยกแขน ยกขา ทั้งซ้ายและขวา เมื่อยกได้ก็แสดงว่าไม่มีอะไรหัก ถ้ายกไม่ขึ้นครูจะค่อยๆ ช่วยยก เพราะบางทีไม่หักแต่ก็ยกไม่ขึ้น เพราะยังเคล็ดยอกอยู่ เมื่อครูค่อยๆ ช่วยยก ถ้าปวดโอดโอยก็ต้องให้อยู่เฉยๆ เพราะถ้าเกิดการเดาะ, หัก, ร้าวของกระดูก ก็ต้องส่งโรงพยาบาลกัน บางคนตกลงมาร้องลั่นเลย เพราะกลัว, ตกใจ... จริงๆ แล้วไม่ควรร้องอะไรมาก เพราะจะทำให้ม้าตกใจ ที่เค้าร้องนี่บางทีไม่ได้เป็นอะไรเลย ขอให้ได้ร้องไว้ก่อน พอม้าได้ยินเสียงกรี๊ดๆ ก็ตกใจ วิ่งโผนออกมา เกิดไปเหยียบคนที่ร้องเข้า เลยได้เป็นอะไรกันไปจริงๆ ให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ
จากประสบการณ์ที่ได้รับมานั้น ม้าบางตัวน่ารักมาก เชื่อฟังคำสั่ง ทำตามได้ด้วยดี เป็นไปตามที่ครูถ่ายทอดให้ บางตัวก็พยศเหลือหลาย ก็จะเชื่อเหมือนกัน แต่ขอดื้อสักหน่อย เหมือนกับว่าถ้ายอมเชื่อง่ายๆ จะเสียศักดิ์ศรีม้าอย่างนั้นแหละ ม้าบางตัวร้ายมาก เผลอใจลอยไม่ได้ คล้ายจะคอยจังหวะอยู่ เผลอปุ๊บจะสะบัดเราตกทันที บางตัวเกเร วิ่งตามตัวอื่นกันอยู่ดีๆ ก็แกล้งกัดตัวหน้า บางตัวก็ชอบเตะตัวหลังที่วิ่งมาใกล้ พอเพื่อนมาใกล้ก็ทำก้นโด่ง ชูขาหลังเตะเขาเสียนี่ คนนั่งอยู่บนหลังม้าต้องตั้งหลักให้ดี ไม่งั้นก็ร่วงเท่านั้นเอง สิ่งเหล่านี้ต้องใช้ไหวพริบเข้าแก้ให้ทันเกม
และเมื่อเสาร์ที่แล้วนี้เอง ฉันก็เจอม้าหนุ่มสัปดนเข้า ขณะที่นั่งกันอยู่บนหลังม้า เรียงแถวหน้ากระดาน เตรียมพร้อมที่จะบังคับม้าออกวิ่ง วันนั้นฉันขี่ม้าหนุ่ม ไอ้ฉันก็เด็กกว่าเขาเพื่อน เล็กที่สุดในกลุ่ม วั้นนั้นไปโรงเรียนสาย จึงได้เจ้าเกเรตัวนี้มาขี่ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามันเป็นม้าที่ฉลาด แต่ดื้อรั้นเกเรเจ้าชู้ และสัปดนเป็นที่สุด ครูบอกว่าม้าตัวนี้มันชอบปราบเซียน และเจ้าชู้ชอบผู้หญิง ขณะที่ฉันกำลังตั้งอกตั้งใจรอคำสั่งจากครูฝึก ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเฮลั่นมาจากกลุ่มทหารแผนกจับม้า ที่ยืนรายรอบอยู่ข้างๆ สนาม เหตุมาจากเจ้าม้าหนุ่มที่ฉันนั่งอยู่บนหลังมันนะซิ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ดันทะลึ่งทำ "ห้าขา" (ปกติม้ามันมีสี่ขานะ - - - ดูเถอะ ดูความบ้าของไอ้ม้าหนุ่ม นี่ขนาดฉันยังไม่สาวเต็มตัวนะเนี่ย บ้าแท้ๆ เชียว) พอเสียงเฮดังขึ้นมันก็คึกใหญ่ ฉันตกใจมากแต่ก็ระวังอยู่แล้ว ไอ้ม้าหนุ่มกระโจนพุ่งออกไปเลย ทั้งที่ครูและผู้ขี่ยังไม่ทันสั่งมัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องพยายามใช้ไหวพริบแก้สถานการณ์ ครูผู้ฝึกขึ้นหลังม้าของครูทันที ควบตามมาตะโกนสั่งตลอดเวลาให้ระวัง มันทำคึก พอครูตะโกนบอกว่าไม่ต้องตกใจ ปราบมันให้ได้ ฉันก็รู้ถึงที่มาของเสียงเฮทันที เกิดอาการเจ็บใจไอ้ม้าหน้าด้านที่ทำให้ได้อาย เลยก้มตัวต่ำ แนบหลังมัน กระชับขาทั้งหมดพามันวิ่งห้อเสียหลายสิบรอบสนาม วิ่งจนเหนื่อย เหงื่ออาบทั้งคนทั้งม้า เหนื่อยเข้ามันก็หมดแรง หมดความซ่าส์ วิ่งอยู่พักใหญ่ก็ค่อยๆ เข้าสู่สภาวะปกติ ฉันจึงค่อยๆ บังคับให้มันลดความเร็วลง จนเหลือแค่วิ่งเรียบ
แต่เจ้าหนุ่มซ่าก็ยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ง่ายๆ ตัวฉันมือเท้าอ่อนไปหมด เหนื่อยหอบแทบขาดใจ ม้ามันเข้าใจผิด เพราะฉันไม่ใช่เซียน เป็นผู้หญิงก็จริงแต่ก็ยังเด็ก และการควบม้าครั้งนี้ไม่ได้เป็นความตั้งใจของเรา ถ้าเป็นไปตามนั้นเราจะสนุกตื่นเต้น ไม่กลัว เพราะเรารู้ว่ามันจะวิ่ง แต่นี่จำต้องควบ ต้องตะบึงไปกับม้าเพราะความบ้าของมันแท้ๆ พอมันผ่อนฝีเท้าให้ ก็พอดีกับที่ฉันเหนื่อยจนหมดแรงที่จะฝืนตัวอยู่บนหลังมัน ฉันก็ - - หล่นลงมาจากหลังมันน่ะซิ ผลก็คือสะโพกเคล็ด ตัวเขียวช้ำไปทั้งแถบซ้ายของลำตัว เป็นการตกม้าในท่าที่ทุเรศที่สุดของฉัน เจ็บตัวไม่เท่าไรแต่เจ็บใจนี่ซิ - - เอาเถอะเจ้าม้าหนุ่มจอมซ่าส์ ซ่าส์ได้ก็ซ่าส์ แต่อย่าทำฉันร่วงบ่อยนักก็แล้วกัน ตกบ่อยเข้าเจ็บบ่อยเข้าอาจลืมแผ่เมตตา เกิดความบ้าเตะม้าเข้าให้บ้างก็ได้นะ - - ม้า ม้า ม้า ม้า ม้า คุณเคยตกม้าหรือเปล่า - - ? |
|