ฉบับที่ 36 มีนาคม 2533 "สุขภาพ" ตุ้มพุทรา


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครอันไกลโพ้น ปรากฏเจ้าหญิงผู้เลอโฉมแห่งปราสาทที่แสนวิจิตร แต่ไม่มีผู้ใดในมหานคร และ เมืองใกล้จะเคยได้ยลโฉมที่เลื่องลือนั้นเลย

วันหนึ่งพระราชาผู้ปกครองแคว้น ได้ประกาศหาเจ้าชายผู้ปรีชา ให้มาช่วยเจ้าหญิงให้หายเศร้าโศก และเลิกเก็บตัว ซึ่งปรากฏว่าเจ้าชายจากทั่วสารทิศ ได้มานะเดินทางมาเพื่อรับอาสา รักษาโรคร้ายให้แก่เจ้าหญิง แต่ก็หาได้มีใครทำสำเร็จไม่

หลายปีผ่านไป เสียงร่ำลือหนาหูยิ่งขึ้น ว่าโรคนางอายของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมนั้นไซร้ คือโรคเท้าเปื่อย อันเนื่องมาจากการตรากตรำ ออกหาเจ้าชายกบ ตามห้วยหนองคลองบึงของพระองค์ เมื่อยังทรงพระเยาว์นั่นเอง

และแล้วในที่สุด อัศวินหน้าหยกจากเกาะฮ่องกง ได้ควบม้าขาวอย่างทระนง ขอรับอาสาอันทรงเกียรตินั้น อัศวินหนุ่มประกาศก้องว่า ตนรู้จักโรคร้ายนั้นดี เพราะพบมาก่อนในเมืองของตน จนมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ฮ่องกงฟุต (Hongkong's foot) โรคนี้มีสาเหตุใหญ่จากปีศาจร้าย 4 ตัวด้วยกัน คือ

      • เชื้อรา
      • ยีสต์
      • เชื้อโรค
      • การแพ้การสัมผัส

เมื่อชายหนุ่มยกส้นเท้าของเจ้าหญิงขึ้นมาวิเคราะห์ เขากลับหัวเราะสนั่นว่า ชนิดของเจ้าหญิงนั้น เรียกว่า เชื้อรา ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับเจ้าตัวร้าย ที่ชอบแอบซุ่มตามขนมปังที่ทิ้งไว้นาน เพราะบนผิวหนังของคนเรา มีโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อ เคอราติน เป็นอาหารยอดโปรดของเชื้อรา

นอกจากจะเกิดจากการย่ำน้ำและสถานที่เฉอะแฉะแล้ว การใส่รองเท้าและถุงเท้าที่อับชื้นก็เช่นกัน ซึ่งมักเกิดกับนักกีฬา เรียกว่า Athlete's foot อาการของโรคคือ เป็นรอยรูปวงแหวน ตรงขอบรอบนอกจะเป็นรอยแดง และลอกเป็นขุยอย่างเห็นได้ชัด หรืออาจจะเห็นแค่เป็นกลุ่มของตุ่มน้ำใสๆ คันๆ ฝังอยู่ใต้ฝ่าเท้าและตามง่ามเท้า

เมื่อพบเช่นนั้นแล้ว อัศวินหน้าตี๋จึงของอนุญาตขูดหนังตีนของเจ้าหญิงไปตรวจอีกครั้ง โดยวางบนแผ่นสไลด์หรือกระจก แล้วหยดน้ำยาโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ แล้วส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ปรากฏภาพปีศาจเชื้อราเป็นเส้นใยปล้องๆ พาดอยู่ตามผิวหนังนั้น

อัศวินถึงกับตบมือฉาดใหญ่ ก่อนหัวเราะด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม 3 เท่า แล้วเขียนชื่อยายึกยือ ส่งให้มหาดเล็กไปซื้อ เขาหันไปยิ้มทำตาหวานกับเจ้าหญิง แล้วว่า

อาการของเจ้าหญิงเพิ่งจะเริ่มพุพองเท่านั้น ยังใช้ยาสำหรับทาไม่ได้ เพราะยาจะติดสะเก็ดคราบน้ำเหลืองออกมา ทำให้ไม่เกิดประโยชน์อันใด

เจ้าหญิงจะต้องเสวยยาปฏิชีวนะแก้อักเสบ และใช้การล้างแผลด้วยผ้าหรือสำลีสะอาดชุบน้ำ คลุมแผลไว้ 15 นาทีแล้วเอาออก ทำทุกๆ ครั้งหลังอาบน้ำ ซึ่งอาจใช้น้ำธรรมดา น้ำต้มสุก หรือน้ำเกลือชนิดใช้ล้างแผลก็ได้ ครั้งเมื่อแผลแห้งดีแล้ว จึงใช้ยาฆ่าเชื้อทา ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ด้วยจะดียิ่งขึ้น

อัศวินหนุ่มยังแนะนำอีกด้วยว่า เจ้าหญิงควรจะเลือกใช้เสื้อผ้าและถุงเท้าที่ดูดซับเหงื่อได้ง่าย เพราะจะไม่เกิดการหมักหมมของเหงื่อ อันเป็นสาเหตุของโรคอีก และควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน ส่วนในกรณีที่ต้องย่ำน้ำ ให้รีบเช็ดเท้าให้แห้ง และโรยแป้งด้วยจะน่ารักมาก

หลังจากที่เจ้าหญิงปฏิบัติตามอัศวินอย่างเคร่งครัด อาการเท้าเปื่อยของนางก็ทุเลาจนหายในที่สุด

เจ้าหญิงเริ่มลืมเลือนเจ้าชายกบ คอยดูแลร่างกายให้สมบูรณ์ และไม่ย่ำน้ำเฉอะแฉะโดยไม่จำเป็นอีก

ต่อมาไม่นาน อัศวินและเจ้าหญิง ก็ได้อภิเษกสมรส อยู่กินกันอย่างมีความสุขสืบไป



^ กลับด้านบน ^




วันนั้นฝนพรำพรำ
เราสองย่ำไป
บนทางที่แสนไกล
ด้วยใจมั่นเปี่ยมพลัง
จนถึงวันที่ฟ้าสวย
ฝนหยุดตกแล้ว
เรายังก้าวไป
แต่คนเดียว ไร้เธอ
เพราะว่า.....
เธอซวย.... ปอดบวม

แอบจรวยฯ