ฉบับที่ 29 กรกฎาคม 2532 "ยี่ต๊อก-สะระตะ" ลอดแว่น


คนที่ได้เข้าไปเล่นเกมโชว์ทางทีวี ถึงจะตกรอบก็ยังได้ของติดไม้ติดมือ กลับบ้านกันอยู่ดี ยิ่งถ้าได้เป็นผู้ชนะล่ะก็ หอบของรางวัลกลับบ้านกันไม่หวาดไม่ไหว เห็นแล้วอิจฉาตาร้อน ทำไงนะจะได้เข้าไปเล่นกับเขาบ้าง เฝ้าเพียรเขียนจดหมายจนกระดาษหมดเป็นรีมๆ แสตมป์หมดเป็นพับๆ คำตอบที่ได้ก็มีแต่เงียบจ๋อย ขนาดไม่ใช่คนขี้ท้อก็แทบหมดแรงใจ

ความจริงมันไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญหนักหนาหรอก แต่มันเป็นเพียงศิลปะเล็กน้อยที่ต้องใช้ความคิดกันบ้างเท่านั้น ไม่ใช่ว่ามีอะไรก็อัดเข้าไปในจดหมายนั่น จนจับต้นชนปลายไม่ถูก ต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อบัญญัติ แต่เป็นสิ่งที่มันควรจะเป็น ในการเขียนจดหมายไปสมัครเล่นเกมโชว์ เท่านั้นเอง

จริงใจกันหน่อย

หมายถึงว่ามีทัศนคติที่ดีต่อรายการเขา ไม่ใช่ว่าดูไปด่าไป ไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่พิธีกร พอทุกช่องน่าเบื่อหมดถึงได้หมุนมาดูรายการเขาซะที อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะเวลาที่คุณเขียนจดหมาย อารมณ์ความรู้สึกลึกๆ ของคุณก็จะออกไปจนได้ เว้นแต่คุณตอแหลได้แนบเนียน (เข้าไส้) เป็นความสามารถพิเศษจนเขาเรียกตัวไปออกรายการด้วย วันที่คุณออกทีวีอาจจะเป็นวันเดียวกับที่เจ้าของรายการเขา (ลาตาย) ลาบวชก็ได้ เพราะเจ็บใจที่เลือกคนผิด ใครที่ผ่านมาถึงขั้นนี้แล้วก็ควร (ตอ) แหลไปให้ตลอดรอดฝั่ง ไงๆ ก็นึกสงสารเจ้าหน้าที่เขาบ้าง เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่างานสมัยนี้มันหายาก

การอยากเข้าร่วมในรายการ ควรแสดงความอยากร่วมสนุกด้วยอย่างจริงใจ ไม่ใช่ว่าอยากได้รางวัลเขาจนตัวสั่นงันงก บางคนทำตัวน่าสงสาร อดอยากยากจน อย่าลืมว่าเขาเป็นรายการเกมโชว์ ไม่ใช่รายการบริจาคเพื่อการกุศล ไงๆ ก็สงสารตัวเอง รักศักดิ์ศรีตัวเองเอาไว้บ้างก็ดี

รู้ซะก่อนว่าจดหมายอะไร

การเขียนจดหมายก็ต้องให้ถูกสถานการณ์และสมเหตุสมผล อย่างจดหมายสมุครงาน ก็ต้องเป็นระเบียบเป็นทางการหน่อย ไม่ใช่เขียนเล่นหยอกเอินผู้จัดการฝ่ายบุคคลซะได้อายม้วนต้วน จดหมายรักก็ต้องหวีดให้ถูกใจ จดหมายลาไปตายก็ต้องเขียนให้เศร้า อ่านแล้วน่าเห็นใจ น่าสงสารผู้ตายจนน้ำตาท่วมฟ้าดิน การเขียนจดหมายเล่นเกมโชว์นั้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน แต่ก็คงไม่เหมือนจดหมายที่เขียนเข้ากระทรวง หรือจดหมายถึงน้องแต๋ม พี่ตั้ม พยายามให้อยู่กึ่งกลางระหว่างทางการกับความกันเอง ถ้าอยากจะดึงดูดความสนใจด้วยเรื่องเปิ่นเรื่องเชยของตัวเอง ก็คัดออกมาจากตัวแต่เฉพาะไอ้ที่เป็นสากล และคนอื่นเขาเห็นด้วยว่าเปิ่นเชย แต่ก็ยังน่ารักน่าเอ็นดู ไม่ใช่ว่าเปิ่นของเรา แต่เป็นที่ทุเรศของคนอื่น แบบอ่านแล้วงงว่ากล้าเล่าได้ไง เดี๋ยวเขาเรียกตัวมาแค่อยากดูหน้า แล้วจะหาว่าไม่เตือน

ก่อนลงมือเขียนก็นึกถึงคนอ่านเขามั่ง ที่ต้องนั่งเบิ่งตาอ่านจดหมายใครต่อใคร ตั้งร้อยฉบับพันฉบับ บางคนเล่นสาธยายตั้งแต่คุณปู่คุณย่า คุณป้าคุณก๋งมาสามหน้ากระดาษครึ่ง เห็นแล้วนึกว่าจะส่งไปรายการแฟ้มบุคคล บางคนก็โอ้อวดซะเกินจริง หวังจะให้เขาปิ๊งผู้วิเศษ ที่ไหนได้ แป๊กไปตั้งแต่หัวจดหมายแล้ว ก็เล่นเขียนไปว่า "ไอ้ที่จะให้ทายราคาของ ซื้อหรือไม่ซื้อน่ะ ผมดูเป็นประจำ ไม่มีปัญหาหรอก ราคาของทุกชิ้นในห้าง ผมสำรวจหมดแล้ว เชื่อเหอะ ถ้าผมไปร่วมรายการ รับรอง รายการของคุณมันจะดับดิ้น อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์" หรือไม่ก็หลงตัวเองขนาดหนักว่า "รูปที่ส่งมาพร้อมจดหมายนี้ ดูแล้วใกล้เคียงกับตัวจริงมากที่สุด เพราะใครๆ ก็บอกว่าหน้าผมเหมือนบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ เพราะฉะนั้น ผมรับรองว่าหน้าตาผมจะไม่น้อยหน้าไปกว่าดาราที่คุณเชิญมาเล่น นั่นหรอกครับ" โถ... โถ.. คนอ่านจดหมาย คนเห็นรูปเขาก็มีตาดูหรอกจ้า จะพูดไปทำไมให้เขาหมั่นไส้เล่น

บางคนแป๊กตั้งแต่อยู่ในมุ้ง เพราะเล่นไปดูถูกรายการเขาอย่างร้ายแรงว่า "ไอ้รายการของคุณนี่ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับโชคชะตามากกว่า ความสามารถช่วยอะไรไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเรื่องดวงผมไม่แพ้ใครเป็นแน่ เพราะแม่บอกว่า ผมน่ะดวงดีมาตั้งแต่เกิด..."

ลักษณะเด่น ลักษณะด้อย

ควรจะแสดงอยู่ในจดหมายแบบคละๆ กันไป ไม่ใช่ว่าอ่านแล้วเหมือนอ่านจดหมายของเทวดา หรือว่าจดหมายของยักษ์มารที่ไหน คนที่คิดจะเขียนจดหมายไปเล่นเกมโชว์ ควรจะมีวิจารณญาณว่าเด่นแบบไหน ควรบอกไม่บอก ด้อยแบบไหนบอกแล้วดูดี ของอย่างนี้มันเป็นเรื่องกึ๋นล้วนๆ สอนกันตรงๆ ไม่ได้ แถมยกตัวอย่างให้เห็นจะๆ ก็ไม่ได้ด้วยสิ

เรียบๆ ง่ายๆ แต่ได้ความ

เป็นเรื่องของสำนวนภาษา ตามตำราหลักภาษาไทยสมัยมัธยมนั่นแหละ ควรขัดเกลาเรียบเรียงจดหมายให้อ่านสบายๆ ไม่ใช่เหมือนวนอ่านในอ่างน้ำ หรือเขาวงกต ใครที่มีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ควรรักษาให้หายก่อน ค่อยลงมือเขียน

รูปภาพที่เห็นชัดและดูดี

ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด บางคนส่งรูปนุ่มนวลชวนฝัน นั่งพิศเป็นชั่วโมงยังไม่รู้เลยว่าจมูกอยู่ไหน ปากอยู่ไหน บางคนส่งรูปเลิศเลอเกินจริง พอเขาเรียกตัวไป เห็นตัวจริงแล้วส่งกลับเลยก็เคยมีจ๋อยกันมาแล้ว บางคนอ่อนน้อมถ่อมตัว ส่งรูปที่เห่ยที่สุดไปให้ ด้วยหวังว่าเวลาเจอจริงๆ จะได้ดูดี เพราะเจ๋งกว่าในรูป หารู้ไม่ว่า พอเขาเห็นรูปเห่ยแล้ว ก็หมดความสนใจแต่เพียงเท่านั้น บางคนไม่ยอมลงทุนกันเลย ส่งรูปตั้งแต่ยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั่นล่ะมั้งมาให้ แถมมีเครือญาติยั้วเยี้ยอยู่ในรูปเต็มไปหมด เจ้าตัวโผล่มาแต่ปอยผมปอยเดียว อย่างนี้ก็ปิ๋วเหมือนกัน

สถานที่ที่ติดต่อสะดวก

ก็รวมความถึงชื่อเสียงเรียงนามด้วย บางคนใช้นามแฝงพิเศษสุดพิศดาร มังกรแดงแห่งเทือกเขาอัลไต ซึ่งพอรายการเขาติดต่อกลับไป โดนด่าโล้งเล้งกลับมาเป็นชุดๆ ใช้ชื่อจริงกันน่ะดีที่สุด เชยไปหน่อยก็ไม่ต้องอาย ไม่แน่นะ อาจจะโดนเรียกเพราะชื่อเชยสุดนี่ก็เป็นได้ ถ้ามีเบอร์โทรศัพท์ก็ควรให้เขาไป เพราะจะติดต่อได้สะดวก (ที่สุด) แต่ต้องพิจารณาแล้วนะว่าสะดวก ไม่ใช่ว่าเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนบ้าน ที่อยู่ห่างเจ็ดหลังคาเรือนถัดมา ตามมารับสายทีก็อ้วกกันไปเลย อย่างนี้ก็ไม่ไหว

ก็รู้ๆ แนวกันแล้ว นึกสนุกขึ้นมาจะลองๆ ดูก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร อาจเป็นการทดสอบแรงดึงดูดใจ หรือความสามารถในการดึงดูดใจของตัวเองเล่นก็ได้ เผื่อโชคดีเข้าไปเป็นเดอะวินนงวินเนอร์กับเขาก็ยิ่งดีใหญ่ แต่ไงๆ ก็อย่าเอาเป็นเอาตายกับมันมาก เพราะโชคลาภในความเป็นจริง มักจะได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานกันทั้งนั้น ก็ปาฏิหารย์มันเกิดกับทุกคนได้เสียที่ไหนเล่า (ใครงมงายก็งี่เง่าเต็มที)



^ กลับด้านบน ^




เธอที่รัก...
เธอจำได้ไหมว่า...
ครั้งหนึ่ง เธอเคยมอบภาพภาพหนึ่งให้ฉัน
และบัดนี้...
ฉันได้พบแล้วว่า
...ข้างหลังภาพ...
มีจิ้งจกตายตัวนึง

'ศิรินันท กาญจนา'