|
|
มีวัยรุ่นหนุ่มๆ เป็นอันมากที่ยังคงเข้าใจผิดว่า การดื่มจะทำให้เขาเป็นแมนขึ้น หรือแสดงความเป็นแมนในหมู่เพื่อนฝูง และหญิงสาวก็รู้สึกว่า จะทำตัวให้ตัวเกิดความกล้าในการสนทนา และคบหากับเพื่อนชาย เมื่อแก้วที่หนึ่งผ่านเข้าไป ก็รู้สึกครึ้ม พูดจาคล่องแคล่ว และหมดความเหนียมอาย แก้วที่สองก็ไม่น่าจะเป็นอะไร และแก้วที่สามก็ตามมา มีหนุ่มสาวมากมายหลายคู่ที่ความสัมพันธ์เริ่มจากการดื่ม แล้วก็ลงเอยในสภาพที่ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต สภาพที่ไม่ได้พึงปรารถนานี้ไม่ได้หมายถึงว่า จะต้องเป็นไปในทางเสียเนื้อเสียตัวเสมอไป หากหมายถึงความาน่าอับอาย อันเกิดจากการดื่มมากเกินไป มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ผมได้รู้จัก เธอคอยแอบมองเด็กหนุ่มร่วมวิทยาลัยเดียวกันมานานแล้ว เขาเป็นคนสมาร์ท เล่นกีฬาเก่ง แถมมีเพื่อนฝูงดีๆ มากมาย มีรถยนต์ส่วนตัว วันหนึ่งเธอได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านเพื่อน โดยชายหนุ่มคนนี้แหละ แล้วพวกเขาก็ดื่มกัน และเธอก็คิดว่า แก้วที่หนึ่งก็คงจะไม่เป็นไร แต่เธอไม่รู้จักเครื่องดื่ม ดังนั้นเธอจึงผสมกันเรื่องไป ดื่มวิสกี้โซดาบ้าง เดี๋ยวดื่มไวน์บ้าง อะไรบ้าง เธอก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนอย่างแรง นั่นคือเมานั่นเอง อยากจะให้อาเจียน ลุกไปห้องน้ำ แต่ก็ไม่สามารถจะไปถึงห้องน้ำได้ ต้องประคองกันไป แล้วเธอก็อาเจียนออกมา สิ่งที่ยังได้ยินแว่วๆ นั้น ก็คือคำปรามาสจากเจ้าบ้านหญิงว่า วันหลังอย่าพาแม่ขี้เหล้านี้มาอีกเลยนะ วันต่อๆ มา ชายหนุ่มคนนั้นก็ขับรถผ่านเธอไป โดยไม่มองเธอด้วยซ้ำ หญิงสาวคนนั้นยังโชคดี ที่ยังรู้จักสำนึกผิดและรู้จักตัวเอง แล้วเธอก็ไม่ดื่มอีกเลย ความเคารพนับถือจากเพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงานนั้นได้มายากลำบากมาก กินเวลายาวนาน เมื่อคุณแสดงลายออกมาให้เห็นเพียงครั้งเดียวหลังการดื่ม ก็ยากที่จะเรียกความเคารพนับถือกลับคืนมาได้อีก
เหล้าจึงไม่ได้ให้อะไรเลยสำหรับร่างกาย นอกจากความมึนเมา แม้จะตกลงเรื่องการงานอะไรกันระหว่างมึนเมาก็ไม่ได้ ต้องไปตกลงกันภายหลัง เด็กหนุ่มที่เริ่มดื่มสุรานั้น จะต้องจำสถิติไว้ว่า คนที่เริ่มดื่มสุราตั้งแต่ยังหนุ่มนั้น มีสิทธิจะเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังได้ มากกว่าคนที่เริ่มดื่มเมื่ออายุมากแล้ว เมื่อพูดถึงเรื่องสุรา ก็ขอเล่าเรื่องที่น่าสนใจบางอย่างให้ฟังสักหน่อย คือมีคนหลายคน ผู้นำเก่งๆ เสียด้วย คิดว่า การจะให้มนุษย์โลกตาดำๆ เลิกดื่มสุรานั้นง่ายมาก เลิกผลิตสุราเสีย อันหมายถึงว่า ให้รัฐบาลเลิกผลิตเสียเท่านั้นก็พอ ในสหรัฐอเมริกา ปี 1920 ได้มีการออกกฎหมายชื่อว่า กฎหมายห้ามดื่มสุรา ออกมา มีข้อแก้ไขที่ 18 ห้ามการผลิตและการขายเครื่องดื่มมึนเมา นอกเสียจากที่ใช้เพื่อการแพทย์และพิธีทางศาสนา ผลปรากฏออกมาว่า มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงนิสัยการดื่มของคนเลยแม้แต่น้อย การดื่มแบบหลบลงไปทำใต้ดิน เมื่อดื่มแบบเปิดเผยไม่ได้ ก็ดื่มกันลับๆ ต้มเหล้าเถื่อนกันหลังบ้าน คนนับพันตาบอด เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นพิษ
สำหรับหนุ่มสาวเล่าเป็นอย่างไร แน่นอนว่า แต่ก่อนนี้หนุ่มสาวโซเวียตชอบดื่มกันไม่ใช่น้อย แต่หลัง เปเรสตรอยก้า ก็มีผลไม่น้อยในการยับยั้งการดื่ม แต่ก็ไม่ได้ยับยั้งนักดื่ม สำหรับผู้เขียนเองนั้น ได้ทดลองมาหมดแล้วทั้งนั้น แต่ก่อนก็มีความเชื่ออย่างที่เขาว่ากันว่า ดื่มเหล้าเพียวๆ แล้วจะช่วยแก้หวัด ที่ไหนได้ ดื่มวอดก้าผสมพริกไท ด้วยซ้ำ เข้าไปเพียวๆ เช้าก็ลุกไม่ขึ้น หวัดกลับหนักเพียบเข้าไปอีก ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อเป็นคนไม่ดื่มแล้ว จะเข้ากับเพื่อนฝูงได้ไหม จะเป็นที่รักใคร่นิยมชมชอบของเพื่อนฝูงไหม คำตอบก็คือ คนที่ไม่ดื่มนั้น เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ และเป็นที่เคารพนับถือของเพื่อนฝูงมากกว่าคนดื่ม คนที่ดื่มแล้วรู้จักหยุดนับว่าเก่ง แต่เมื่อดื่มแล้วก็ยากที่จะตัดสินใจได้ว่า เมื่อไหร่จะหยุด สู้ไม่ดื่มเลยดีกว่า ผมเคารพผู้หญิงที่ไม่ดื่ม และเราก็คุยกันได้สนุก และงานก็มักจะลงเอยด้วยความเรียบร้อย ก็เคยมีครับในชีวิต เมื่ออยู่เมืองนอกนั้น เคยดื่มกันในงานฉลองอย่างชนิดที่เหล้าไม่หมดไม่หยุด ผลที่ออกมามักไม่สนุกในตอนจบ เช้าขึ้นปวดหัวแทบตาย และก็มักจะมีเรื่องราวกันเสมอระหว่างคู่หนุ่มสาวต่างๆ
สิ่งที่ผมอยากจะขอร้องเด็กหนุ่มสาวทั้งหลาย มีอยู่สองสามข้อ ข้อที่ 1. จงหลีกเลี่ยงการดื่มอย่างเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์นั้นทำให้เกิดความมึนเมา และสร้างความเสื่อมทางสรีระให้แก่มันสมอง คิดเรื่องไม่ถูก ต้องเฉไฉ นักเขียนที่เราได้ยินข่าวเล่าลือว่า ดื่มหัวราน้ำ แต่เขียนหนังสือเก่งนั้น เขาไม่ได้เขียนเวลาดื่ม หรือเวลาเมา แต่เขาเขียนเวลาสร่างเมาแล้ว ซึ่งช่วงเวลานั้นน้อยมาก ก็ทำให้เขาเขียนหนังสือได้น้อยลง แทนที่จะเขียนได้มาก (ตรงกันข้ามกับนักเขียนหญิง เธอไม่ดื่ม ตั้งหน้าตั้งตาเขียนเอา เขียนเอา ครึ่งคืนดึกดื่น ตอนที่นักเขียนชายกำลังเมา เธอก็นั่งผลิตต้นฉบับ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง น้ำเน่าบ้าง น้ำดีบ้าง ประเดี๋ยวก็มีชื่อเสียงเอง) ข้อ 2. อย่าคะยั้นคะยอให้เพื่อนที่ไม่อยากดื่ม ดื่ม ตรงกันข้าม ช่วยพยายามยับยั้งไม่ให้เพื่อนกันดื่มให้จงได้ ความสนุกไม่จำเป็นต้องอยู่กับการดื่มเสมอไป ข้อ 3. หากว่าสถานการณ์ทำให้จำเป็นต้องดื่ม ก็พยายามถามตัวเองว่า เมื่อเราดื่มเข้าไปแล้ว เราเคยเป็นคนอย่างไร ถ้าดื่มเพียงแก้วเดียวแล้วเมาสิบแก้ว ก็แสดงว่า เรามีแนวโน้มจะเป็นแอลกอฮอลิกแล้ว หยุดดื่ม หากับข้าวหรืออาหารหนักทานเสียให้อิ่ม หลีกเลี่ยงการร่วมวงกับคนดื่ม ข้อ 4. การดื่มมีแต่จะทำให้จนลง ไม่เคยทำให้ใครรวยขึ้น และไม่เคยทำให้ครอบครัวใดมีความผาสุกขึ้น ข้อ 5. จำไว้ว่า การเมคเลิฟโดยไม่ดื่มนั้น สดชื่นและซาบซ่านฝังใจกว่าเมื่อมึนเมาด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์มากมาย การร่วมเพศเมื่อดื่มในระดับหนึ่งใดก็ตาม มันพร่าลางเลือนเสียจนบางครั้งจำไม่ได้ ไร้ประโยชน์ มีแต่ความเสียใจ |
|