|
|
|
เด็กหญิงใกล้รุ่ง
ฉ่ำรัศมี |
|
มนุษย์มีสมองไว้ใช้งาน คือให้เซลล์ของสมองเป็นผู้สั่งการ ไม่ว่าเราจะเดิน วิ่ง คิด หรืออะไรก็แล้วแต่ แล ะที่สำคัญ มนุษย์ต้องใช้สมองเป็นเครื่องรับเก็บข้อมูลไว้ ที่เรียกว่า "ความจำ" สมองของบุคคลใดๆ เปรียบเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยิน และไม่คิดว่าสมองนี้เปรียบได้กับอะไร สำหรับข้าพเจ้าเอง ก็เพิ่งคิดได้เมื่อไม่นานนี้เองว่า จะเปรียบเหมือนอะไรดี สาเหตุเริ่มมาจาก การเรียนจำไม่ค่อยได้ ความจำชักเสื่อม บางครั้งอ่านหนังสือ ทวนความจำแล้ว ทวนความจำอีก ก็จำไม่ได้ คับแค้นใจว่า ทำไมตัวเองจึงตื้อนัก เลยคิดเปรียบสมองเป็นเหมือนเหว "เหวสมอง" ของข้าพเจ้านั้น คงเป็นเหวที่ลึกมากๆ มีผนังขรุขระ พื้นก็ขระขระ ปากเหวแบ่งออกเป็นสองล็อก ล็อกหนึ่งคือล็อกของเครื่องดัน เมื่อยามที่ข้าพเจ้าได้รับข่าวสารจากการเรียนรู้ การอ่านหนังสือ ข้าพเจ้าจะค่อยๆ ดันความรู้นั้นให้ลงไปเก็บที่ก้นเหว เหตุที่ต้องค่อยๆ ดัน เนื่องจากหากพรวดดันโดยฉับพลัน ความจำก็จะตกลงไปลึกๆ ยากแก่การที่จะนำมาใช้ ส่วนเวลาที่ข้าพเจ้าจะนำความจำมาใช้ประโยชน์ ข้าพเจ้าก็จะใช้เหวอีกล็อกหนึ่ง ซึ่งติดตั้งแม่เหล็กคอยดูดความจำให้ขึ้นมาจากเหวสมอง บางครั้งก็รู้สึกหนักใจมาก เนื่องจากพื้นและผนังเหวขรุขระ จึงมีแรงเสียดทานมาก เวลาที่ดูดความจำขึ้นมา จึงมีบางส่วนที่กระเด็นกระดอน เหมือนรถที่วิ่งบนกองหิน ถนนลูกรัง อะไรเช่นนั้น ความจำจึงปะติดปะต่อกันไม่ค่อยได้ ความจำบทใหม่ๆ ที่ข้าพเจ้าได้รับ เครื่องดันความจำก็จะดันมันไปเก็บเข้าเหว บางครั้งก็ไปติดอยู่ตรงซอกผนังที่ขรุขระ ส่วนความจำเก่าที่ดูดขึ้นมาใช้ไม่ได้ ก็ทับถมกันมากมาย ด้วยวิธีการทำงานเช่นนี้ ความจำใหม่ๆ จึงถูกดูดขึ้นมาใช้ได้ง่าย เพราะอยู่ข้างบน แต่ไม่นานนักหรอก หากข้าพเจ้าไม่มีการขุดคุ้ยความจำเก่าๆ ขึ้นมาใช้ มันก็เหมือนกับมีสารอินทรีย์ ที่มีหน้าที่ย่อยสลายนั้น ก็คือตัวเสื่อม ที่มันฝังตัวอยู่ในก้นเหว หากข้าพเจ้าหวั่นเกรงว่า ความจำที่ข้าพเจ้าเก็บไว้จะถูกมันขย้ำเสียหมด ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องสร้างลิ้นชักลับ ไว้เก็บความจำที่ประทับใจ ลิ้นชักจะมีอยู่ทั่วไปตามพื้นและผนังเหว ยามที่ข้าพเจ้าต้องการใช้ความประทับใจ ซึ่งบรรจุเก็บอยู่ภายใน ก็จะเรียกมันออกมาโดยง่าย และให้ความรู้สึกเหมือนได้ดูเหตุการณ์ในอดีต ที่แสนชื่นชมจากจอภาพ หากแต่บ่อยครั้งที่ลิ้นชักแห่งความประทับใจเต็มเสียจนความจำในบางเหตุการณ์ เข้าไปร่วมเก็บตัวอยู่ในที่นั้นไม่ได้ มันจึงร่วงหล่นไปสู่ก้นเหว และรอเวลาให้สารอินทรีย์ตัวเสื่อม คืบคลานเข้าย่อยสลาย เมื่อมองดูสมองมาถึงจุดนี้แล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าควรจะมีเวลาซ่อมแซม หรือหาเครื่องมือมาช่วยแบ่งเบาการทำงาน ของเครื่องจักรที่มีอยู่บ้าง เพราะบางเวลา เครื่องดูดความทรงจำของข้าพเจ้า ซึ่งแม้จะเป็นแม่เหล็ก ก็แสดงอาการติดๆ ขัด ดูดได้ไม่ทั้งหมด แ ละส่งเสียงครืดคราด แสดงความไม่พอใจ ในส่วนของเครื่องดูด ข้าพเจ้าต้องปลอบมันให้สบายใจขึ้น ว่ามันได้กระทำจนสุดความสามารถแล้ว แม้ไม่ได้ความจำที่ต้องการ เนื่องจากความจำเก่าใหม่ในเหว อัดทับกันแน่น ตีกันยุ่ง แถมยังมีตัวเสื่อมมาเป็นอุปสรรค แต่ในส่วนของเครื่องดันความจำ ข้าพเจ้าต้องเพิ่มเครื่องรั้งเครื่องดันเข้าไป เพราะเครื่องดันขยันที่จะทำหน้าที่ เก็บความรู้ที่ได้พบเห็บลงเหวสมอง อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย หากไม่มีเครื่องรั้งไว้ชะลอเครื่องดันบ้าง ข้าพเจ้าก็อาจไม่มีเวลาสำหรับ เล่น กิน นอน หรือบางเวลาที่ไม่อยากจะจำ หรือไม่อยากจะป้อนอะไรให้กับเหว ต้องการปล่อยให้ว่างๆ เช่นนั้น เครื่องรั้งจึงมีประโยชน์มาก เมื่อใดที่เครื่องรั้งเสื่อม เวลาพักผ่อนของเหวลดลง ความจำก็ยุ่งป่นปี้ ที่ข้าพเจ้ากล่าวมาทั้งหมดนี้ บางคนที่ได้ฟังได้อ่านอาจสงสัยว่า ข้าพเจ้ายังคงมีสติเต็มอยู่หรือเปล่า ที่ไปเปรียบสมองซึ่งเป็นอวัยวะชิ้นสำคัญเป็นเหว ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าคงยืนยัน และไม่เปลี่ยนแปลงความคิด ทุกวันนี้ เวลาที่ข้าพเจ้านำความจำออกมาใช้ไม่ค่อยได้ ก็ได้ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร คงเป็นเพราะเครื่องดูดความจำทำงานขัดข้อง ปลอบอยู่เช่นนี้บ่อยครั้ง จนกว่าข้าพเจ้าจะแก้ไขเครื่องกลไกลในหัวสมองขึ้นมาใหม่ ให้เก็บและเรียกใช้ความจำได้ดียิ่งไปกว่าเก่าก็เป็นได้ |
|