ฉบับที่ 37 เมษายน 2533 "ยี่ต๊อก-สะระตะ" มหาเฉื่อย ลมโชย

ทุกๆ ปี จะต้องมีผู้คนที่ต้องกระโดดออกมาจากกองตำรา และลงมือควานหางานอย่างจริงจังเป็นจำนวนมาก... จนคร้านจะนับ รูปถ่ายถูกใช้เป็นโหลๆ รองเท้าถูกเปลี่ยนคู่แล้วคู่เล่า

บางคนบางทีอาจรู้สึกถึงว่า ชีวิตในช่วงนี้ช่างเป็นช่วงที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เสียยิ่งกว่าตอนเสียงแตกหนุ่ม นมแตกพานเสียอีก เพราะต้องปรับสภาพเส้นผม สภาพจิตใจ ปรับตัวกันขนานใหญ่ ให้เข้ากับภาวการณ์และสังคมใหม่ๆ โอ๊ย... ใจมันเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ

ถามใจเธอดูก่อน ก่อนที่จะ

จบรัฐศาสตร์ อาจจะไปเป็นไกด์

เรียนบัญชีมาแทบตาย อาจไปขายไอติมก็ได้... ถ้ามันเป็นความใฝ่ฝันของคุณ

แต่ถ้าเรียนหมอ ก็อย่ามาขายดอกไม้เลยนะ... ขอร้อง

การทำความรู้จักตัวเอง เป็นสิ่งแรกที่ควรจะทำ (มาตั้งนานแล้ว) วิเคราะห์ตัวเองให้ถ้วนถี่ ทั้งทัศนคติ ความสนใจ ความสามารถ บุคลิกส่วนตัว

คุณมองโลกแบบไหน ชอบไม่ชอบอะไรบ้าง มีความสนใจใครรู้ในเรื่องใดเป็นพิเศษ และสอดคล้องกับอาชีพการงานประเภทไหนมากที่สุด

ความสามารถที่มีอยู่... แค่ไหน อยากเป็นวิศวกรแต่ตกเลขมาตลอดชีวิตการศึกษา ก็สมควรที่จะพิจารณาอาชีพอื่นแทนดีกว่า ไม่มีใครคนใดที่จะเหมาะสมกับทุกๆ สิ่งหรอก แต่จะมีเพียงบางสิ่งบางอย่างเท่านั้น และคุณก็ต้องหามันให้พบ

ถามต่อไปอีกว่า อะไรคือสิ่งสำคัญและจำเป็นจริงๆ ของชีวิต ความสนุกในการทำงาน ความสบายใจ เงิน บ้าน รถยนต์ ฯลฯ อันไหนมาอันดับหนึ่ง

มีดี... ดีคุ้ม

"... เราหัวปานกลาง เขาเอาแต่หัวดีๆ..." แม้... พูดแล้วมันเจ็บใจ ตามประสาคนเรียนไม่เก่งอย่างมหาเฉื่อย เพราะใบเกรดก็เปรียบเสมือนใบเบิกทางดีๆ นี่เอง แม้จะไม่ใช่สิ่งยืนยันว่า คนเรียนเก่งก็ต้องทำงานเก่งด้วยก็ตาม

แต่ถ้าคุณมีดีในตัวที่มากกว่าเกรดในทรานสคริปต์ละก็... จะต้องไปกลัวอะไร งัดเอาประสบการณ์ ความสามารถพิเศษที่มีนี่แหละ กรอกลงไปในจดหมาย หรือใบสมัครงาน อาจช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของบริษัท ออกจากระดับเกรดเฉลี่ยของคุณได้ ทั้งยังยกไปเป็นเหตุผลอธิบาย ในตอนสัมภาษณ์ได้อีกว่า เหตุไฉนผลการเรียนจึงอยู่ต่ำกว่าระดับที่น่าพอใจเช่นนั้น บางทีคณะกรรมการ อาจอยากคุยเรื่องที่น่าสนใจกว่าเกรดก็ได้

ระวัง... ตกข่าว

หลังจากที่ถามใจตัวเองดูแล้ว คงพอจะทราบถึงความปรารถนาในชีวิตกันพอสังเขป ซึ่งความปรารถนานั้น จะโยงใยแปลความหมายไปสู่ ประเภทของงานที่ดีที่สุด ที่คุณต้องการ ทีนี้การแสวงหาแหล่งงานก็จะเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกดปุ่มไหนทั้งนั้น เพราะสัญชาตญาณ จะบอกคุณเอง

ก. บอร์ดแห่งอนาคต

พอใกล้จบฤดูการศึกษา บริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่มีความต้องการบุคลากร ก็จะแจ้งความประสงค์ พร้อมทั้งระบุคุณสมบัติว่า รับเฉพาะเกียรตินิยม หรือเกรดเฉลี่ย 3.5 ขึ้นไป หรือยังไงก็ว่ากันไป ไปยังสถาบันต่างๆ เพื่อนำไปติดประกาศ ตามบอร์ดของภาควิชา, คณะ, ห้องสมุด ให้เป็นที่ประจักษ์ หมั่นเยื้องกรายเฉียดไปบ้างก็แล้วกัน ห้องสมุดน่ะ... จะได้ไม่ตกข่าว

ข. หนังสือพิมพ์

ใครไม่เคยซื้อหนังสือพิมพ์ ก็ต้องซื้อกันคราวนี้แหละ และหน้ากระดาษที่มีแต่กรอบสี่เหลี่ยม ประกาศรับสมัครงานเต็มพืดไปทั้งหน้า ที่คุณไม่เคยเหลียวแลมาก่อน หรือแทบจะเอาแผ่นนั้นฝากไว้ที่แผง เพราะขี้เกียจสอดเข้าไปในเล่ม ก็จะกลับกลายเป็นแผ่นกระดาษทรงคุณค่า ของราคา 5 บาทที่เต็มใจซื้ออ่าน

ผู้ประกาศส่วนใหญ่ มักจะใช้ตัวเลขแสดงอัตราเงินเดือนเป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจ หากแต่คุณควรจะพิจารณา ลักษณะของงานอย่างรอบคอบ ว่ามันคลุมเคลือหรือชัดเจนน่าไว้วางใจเพียงใด เพราะยุคนี้มนุษย์พันธุ์ "ลวงโลก" ชักจะมากขึ้นทุกทีแล้ว

ค. วงศาคณาญาติสนิทมิตรสหาย

เผื่อว่าบริษัทที่พ่อเป็นประธานอยู่ กำลังขาดรองกรรมการผู้จัดการอยู่ไง... ฮี่ ฮี่ ฮี่

ง. พบปะพูดคุยกับคนเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน

ทุกๆ ปีอีกนั่นแหละ ที่สถานศึกษาอันเป็นที่รัก มักจะเชิญผู้ที่มีอาชีพทำกินที่น่าสนใจ หรือศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน (ซึ่งมักจะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศิษย์เก่า) มาให้คำแนะนำต่างๆ ในการสมัครงาน โอกาสอย่างนี้หาได้สมควรพลาดไม่ เพราะเป็นโอกาสที่คุณจะได้ซักถาม ในสิ่งที่สงสัยคลางแคลงใจ รู้ในที่สิ่งที่ควรจะรู้แต่ยังไม่รู้ ทั้งยังเป็นการฝึกฝนความมั่นใจ ที่จะคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ บางที... แววของคุณอาจฉายไปปิ๊งสายตาผู้ว่าจ้างโดยตรงก็ได้...

จ. ถ่านไฟเก่า... เธอคงจะเข้าใจ

โอกาสที่จะได้รับเข้าทำงานในบริษัทที่คุณเคยเข้าไปฝีกงานมาแล้วในช่วงฤดูร้อนปิดเทอม มีเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูงมากทีเดียว หากคุณได้แสดงความสามารถ และศักยภาพในตัวให้เขาเห็นและเป็นที่พอใจ แน่นอนประมาณ 99% ที่เขาจะพิจารณาคุณก่อนผู้สมัครรายอื่น... ถ้าเขาไม่ผิดปกติน่ะนะ

ลุย!

ตรวจดูเงื่อนไขต่างๆ จากใบประกาศรับสมัครว่าเขาต้องการอะไรบ้าง เช่น รูปถ่ายกี่นิ้วกี่ใบ เอกสารอะไรบ้าง หรืออาจระบุว่าให้ใช้ลายมือกรอกใบสมัคร หรือเขียนจดหมายแทนที่จะพิมพ์ดีด ซึ่งในการนี้สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่คุณจะต้องอ่านใบสมัครโดยละเอียด ทำความเข้าใจคำสั่งและปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด กรอกใบสมัครหรือเขียนจดหมาย ด้วยลายมือคัดบรรจงสุดเหวี่ยง เนื้อหาชัดเจนในจดหมาย อย่าให้น้ำท่วมทุ่ง เน้นความสะดวกในการอ่าน และความสะอาดสะอ้านไม่ซกมก ระมัดระวังประหนึ่งว่า กำลังทำข้อสอบวิชาที่กำลังลุ้นว่า ลูกผีหรือลูกคนฉะนั้น รวมไปถึงการจ่าหน้าซอง ควรพิถีพิถันทุกขั้นตอนเช่นกัน

 

ถึงลูกถึงคนเลยก็ดี

วิธีนี้ขอแนะนำเฉพาะหน่วยงานที่เป็นองค์กรเล็กๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย คุณสามารถโทรศัพท์ไปกรุยทาง เพื่อขอนัดเจรจาต้าอวย กับผู้ว่าจ้างได้โดยตรง อาจฟังดูรู้สึกว่าต้องใช้ความกล้าหาญอยู่สักหน่อย แต่คนเราบางทีถ้าตัดความไม่กล้าออกไปเสียบ้าง ก็จะได้ทำอะไรดีๆ อีกหลายอย่างเชียวล่ะ

โชคดี... โชคดี โชคดี!
โชคดี... โชคดี โชคดี!


^ กลับด้านบน ^




เธอเคยบอกใช่ไหม
ยามที่ใบไม้ร่วง
ความรู้สึกแรกเห็น
นั้นเวิ้งว้าง... ว่างเปล่า
ใบไม้เจ้าเอย
ปลิดปลิว
สู่โคนต้น
ช่างเงียบเหงา
ใบไม้ร่วงพรู
ร่วง ลงถนน
ร่วงหล่น...
ร่วง... หล่น...
ร่วง... หล่น...
ร่วงแล้วร่วงเล่า
ร่วงแล้วร่วงอีก
ฉันไม่เวิ้งว้างเท่าไหร่
...แต่ฉันเหนื่อย...

อำนวย แย้มอิ่ม
พนักงานกวาดถนน