|
|
|
ชายหนุ่มมองกระบี่หักในมืออย่างรันทดใจ ห่างออกไปไม่เท่าไรนัก เจ้ามังกรคะนองฤทธิ์กำลังแผดเสียงคำรามก้องอย่างโมโหโกรธา เสียงดังกึกก้อง ที่ดวงตาข้างซ้ายของมัน ปรากฏบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลโทรม มันค่อยๆ ดึงปลายกระบี่หักออกจากดวงตาด้วยกรงเล็บข้างซ้าย โลหิตสีแดงฉาน พุ่งกระฉูดสาดกระเซ็นไปทั่ว เจ้ามังกรโผน กระโจนขึ้นลงดำผุดดำว่ายในน้ำอย่างบ้าคลั่ง ท้องทะเลปั่นป่วนเป็นคลื่นยักษ์ ลูกแล้วลูกเล่า เรือใบลำน้อยของชายหนุ่ม โคลงเคลงไปมาน่าหวาดเสียว แรงเหวี่ยงของเรือทำให้จิวกิ๋วก้วยยืนไม่อยู่กับที่ เขาต้องจับเสาใบเรือไว้แน่น เพื่อพยุงตัวไว้ไม่ให้เซไปเซมา ทำไมหนอชีวิตเขาจึงช่างน่าสมเพชเช่นนี้ จิวแป๊ะทงผู้บิดา แม้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ แต่ก็เป็นผู้มีสติไม่สมประกอบ ไม่อาจบรรลุนิติภาวะทางอารมณ์ ไม่เคยประสีประสาในเรื่องใด ไม่รับรู้แม้แต่การเป็นผู้กำเนิดเขา จนทางอาก๊วยเจ๋งต้องรับเป็นผู้อุปถัมภ์ ให้การเลี้ยงดูแต่เล็กแต่น้อย แม้ท่านอาก๊วยจะเมตตาสั่งสอนวิทยายุทธ์ให้ แต่ท่านอาหญิงก็ไม่สนับสนุนให้เขาออกไปผาดโผนในวงการ มิยอมเป็นผู้รับรองในการสมัครเป็นสมาชิกสมาคมจอมยุทธจักรแห่งประเทศ มิยอมแม้แต่จะรับเขาเข้าเป็นสมาชิกพรรคกระยาจก คิดมาถึงตอนนี้แล้ว จิวกิ๋วก้วยก็แค่นหัวเราะออกมาอย่างเจ็บแค้น แม้แต่ในหมู่คนจนผู้ยากไร้ เขายังไม่มีชื่อ ไม่มีบัตร ไม่มีสิทธิ์ พระเจ้าองค์ไหนหนอ ที่ลิขิตชีวิตเขาให้เป็นเช่นนี้ หรือจะเป็นพระเจ้าใจร้าย ที่กำหนดให้เขาต้องมาจบชีวิตอย่างเปล่าเปลี่ยว ในเรือใบลำน้อย ที่เก่าๆ โทรมๆ ท่ามกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง ทำไมเขาต้องมาพบจุดอวสาน ด้วยอุ้งมืออุ้งตีนอันแข็งหยาบกระด้าง ของเจ้ามังกรร้ายที่หิวกระหาย ต้องตายอย่างไร้ชื่อ ไร้การกล่าวขานจากอนุชนรุ่นหลัง จิวกิ๋วก้วยมิอาจจะกลั้นน้ำตาของลูกผู้ชาย ที่ไหลพรากจนนองหน้าได้ เขาสิ้นหวังและท้อแท้ ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะสูดน้ำมูกที่ไหลเยิ้มออกมา ได้แต่เพียงเม้าไว้มิให้มันไหลเข้าปาก ทันใดนั้นเอง โดยที่เขามิได้ทันระวังตัว เจ้ามังกรร้ายก็โผทะยานขึ้นจากท้องน้ำ มันเงื้อกรงเล็บ หมายจะบดขยี้ชายหนุ่มตรงหน้าให้แหลกละเอียด หวังจะเอาเป็นอาหารมื้อค่ำ ที่มันไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมากนัก แม้มิทันตั้งตัว แต่ด้วยการฝึกฝนที่อยู่ตัวอยู่แล้ว จิวกิ๋วก้วยก็สามารถกระโดดหลบได้ทันท่วงที เมื่อเท้าแตะกับพื้นเรือ จิวกิ๋วก้วยก็สปริงตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเกร็งลมปราณมาไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง ด้วยหวังจะใช้ฝ่ามือปราบมังกร ฟาดที่กลางกบาลเจ้าสัตว์ร้าย ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย แต่ทว่าความตรากตรำจากการเดินทาง ผนวกกับความเศร้าเสียใจ มิหนำซ้ำเขายังเมาเรืออีก ทำให้เขาเกร็งลมปราณนั้นไว้มิได้นาน พลังกลับแตกกระจาย จนเขากระอักโลหิต ร่วงผล็อยลงมาอย่างหมดท่า เจ้ามังกรแสยะยิ้ม
มองดูเหยื่อของมันอย่างกรุ้มกริ่ม เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผากของชายหนุ่ม
เขาค่อยๆ กระถดถอยหนี ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขามิอาจหนีพ้นได้ กรงเล็บของเจ้ามังกรค่อยๆ
ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา.... |
![]()