ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2530 "ไปยาลน้อย"


รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
รักอะไรไม่คึกคักรักชาติไทย
รักษาไว้ให้ตลอดรอดฝั่งดี

 




ถ้ารักชาติกันจริง ต้องรักกันให้ตลอดรอดฝั่ง แม้แต่ห้องนอนก็ควรจะอยู่ในบรรยากาศแห่งการรักชาติด้วย เพื่อปลุกใจกันตลอดเวลา ทั้งยามหลับและตื่น มาแต่งห้องอย่างรักชาติกันเถอะ พี่น้องไทย


เตียงนอน รูปแผนที่ประเทศไทย
เวลานอนต้องนอนตัวงอตามรูปเตียง

ม่าน 3 สี
ใช้สีแดง ขาว และน้ำเงิน สลับกันตามผืนธงชาติ


วอลล์เปเปอร์ รูปบรรพบุรุษ
ทำให้สำนึกถึงต้นตระกูลเรา ที่ต่อสู้มาเพื่อแผ่นดินไทยตลอดเวลา

ชั้นหนังสือ บรรจุแต่หนังสือส่งเสริมความเป็นไทย
เช่น วัฒนธรรมไทย เหตุใดกรุงศรีอยุธยาจึงแตก การส่งเสริมอุตสาหกรรมในไทย


โคมไฟรูปพานรัฐธรรมนูญ
เพื่อเน้นการปกครองแบบประชาธิปไตย

นาฬิกาปลุก เสียงกองทัพพม่าบุก
เพื่อปลุกให้ฮึกเหิม ตื่นตัว อยู่เสมอ


สินค้าใหม่ ส่งเสริมการรักชาติ

กาวผนึกความสามัคคี

หากคนในชาติไร้ความรักความสามัคคีกัน แนะนำให้ใช้กาววิเศษนี้ เสริมสร้างความสามัคคีแก่หมู่คณะ เพียงแต่ทากาวที่อุ้งมือเท่านั้น ผู้ถูกทาจะรู้สึกแผ่ซ่าน ไปทั้งร่างจนอดใจไม่ไหว ต้องเข้าไปแสดงความรัก ความหวังดีแก่ผู้อื่น อย่างออกนอกหน้า

แนะนำให้ใช้ในหมู่สหภาพแรงงานที่ชอบสไตร๊ค์ หรือในหมู่ ส.ส. ที่ชอบกัดกันเอง


นาฬิกาปลุกเคารพธงชาติ

เป็นรูปเสาธง มีธงชักขึ้นลงได้ โดยตั้งโปรแกรมไว้ว่าจะให้ปลุกตอนกี่โมง พอถึงเวลา ธงก็จะค่อยๆ เลื่อนขึ้นจากโคนเสา ไปจนถึงยอดเสา โดยมีเพลงชาติดังกระหึ่มขึ้น ทำให้คุณสามารถตื่นจากหลับไหลได้อย่างชะงัดนัก พร้อมกับความรู้สึกว่ารักชาติมาก ต้องรีบตื่นไปพัฒนาชาติให้จงได้ ยังผลการปลุกได้สูงกว่านาฬิกาปลุกใดๆ

สำหรับคนนอนขี้เซา มีรุ่นพิเศษให้เลือก นอกจากเพลงชาติแล้วยังมี เสียงร้องของหมู่นักเรียน ตะเบ็งคู่กันไปอีกด้วย ให้ความรู้สึกเหมือน บ้านอยู่ติดกับโรงเรียน


ไฟแช็กรูปกรุงศรีอยุธยา

เวลาจุด ไฟจะปรากฏเปลงขึ้นที่ตัวเมือง ดูได้บรรยากาศของกรุงศรีอยุธยา กำลังถูกเผาผลาญ ทำให้เกิดอารมณ์เคียดแค้น และตามมาด้วยความรักชาติได้


เครื่องรำลึกถึงบรรพบุรุษ

หากท่านใดงานยุ่ง จนไม่มีโอกาศได้รู้สึกรักชาติ หรือเริ่มรู้สึกว่า ตนรักชาติน้อยลงทุกที เรามีเครื่องรำลึกถึงบรรพบุรุษ ไว้ช่วยกระตุ้นความรู้สึกรักชาติ รูปร่างคล้ายกล้องส่องทางไกล สามารถปรับระยะอดีตได้ว่า จะรำลึกถึงอดีตช่วงไหน คุณจะได้เห็น ภาพบรรพบุรุษ สู้รบอย่างเอาเป็นเอาตาย คุณจะได้เห็นการอพยพของบรรพบุรุษผู้พ่ายแพ้ คุณจะได้เห็นเหตุการณ์ที่ด่านเจดีย์ 3 องค์ และ ฯลฯ ที่จะทำให้เลือดในกายของคุณ เดือดพล่านขึ้นมาด้วยความรักชาติเต็มกำลัง

ดูเพียง 1 นาทีเท่านั้น ก็ปลุกความฮึกเหิมให้กับคุณได้



เพลงปลุกใจให้รักชาติ

เพลงปลุกใจ ตามความหมายพจนานุกรมฯ บอกว่า คือ เพลงที่เร้าใจให้เกิดความกล้าหาญและกระตือรือล้น เพลงปลุกใจ จึงเป็นเพลงที่ฟังแล้วจะเหนื่อย ยิ่งร้องเองยิ่งเหนื่อย เหนื่อยด้วยความฮึกเหิมเอาชัย

ข้อมูลจริงบอกว่า ประเทศไทยมีเพลงปลุกใจถึง 448 เพลง (เท่าที่มีหลักฐานนะครับ) เริ่มมีตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา เฉลี่ยแล้วทุกๆ ปี จะมีเพลงปลุกใจเกิดขึ้น 8 เพลง นับว่าคนไทยส่วนใหญ่เป็นโรคขี้กลัว เลยต้องปลุกใจกันอยู่เนืองๆ

ในปีนี้ไม่รู้จะมีเพลงปลุกใจใหม่เกิดขึ้นกี่เพลงแล้ว แต่ไปยาลน้อย ขอร่วมเสนอเพลงปลุกใจ ให้แก่ประชาชนชาวไทยสัก 1 เพลง เพื่อส่งเสริมให้คนไทย มีใจกล้าหาญ และมีความกระตือรืนล้นเป็นหลัก ชื่อเพลง 'สู้ตายที่สุด'

'สู้ตายที่สุด'

(สร้อย) เอ้า มาเร็ว เร็ว เร็ว อย่าช้า
ลุกขึ้นมาเตรียมฝ่าฟัน
แข็งแรง กล้าหาญ ไว้ก่อนก็แล้วกัน
จะประจัญกับใคร เดี๋ยวรู้เอง

เราเลือดเข้มข้น
จนทะลักออกมาชวนกล้าหาญ (ซ้ำ...ตรงนี้ชอบ ซาดิสม์ดี)
บางคนเลือดออกมามากจนวายปราณ
เขาคือผู้กล้าหาญ จริงๆ เชียว
จับอาวุธขึ้นสู้ชูสลอน
อย่าเมื่อยแขนไปเสียก่อน เขาจะเย้ยได้
กล้าหาญ กล้าหาญ ชาญชัย
หาคนช่วยถือก็ได้ ถ้าเมื่อยจริง

กำลังใจมาเยอะแยะ
ไหลนองท่วมแฉะผืนแผ่นดินไทย
ระวังอาจจมกำลังใจได้
ปลุกใจเข้าไว้ไทยเจริญ
(สร้อย)

สามัคคีจับมือกันทั้งสิ้น
ข้าวปลาไม่ต้องกินกันล่ะคราวนี้
กินมันด้วยปากลำบากดี
จะได้มีมานะชนะมัน
(มันไหนยังไม่รู้ แต่ต้องเคียดแค้นไว้ก่อน)

เอ้า กระตือ กระตือ รือล้น
ต่อสู้เพื่อประชาชนให้ร่มเย็น
มีความสุขทั่วหน้า... หน้าเป็น
ยากเข็ญก็จะสู้บู๊เข้าไป ไชโย


หมายเหตุ : จะให้ดีควรร้องกันเป็นหมู่ จะได้ฮึกเหิมมากขึ้น และดูเป็นปึกแผ่นดี เพราะถ้าร้องคนเดียวจะเด๋อมาก และควรมีรีวิวประกอบ จะดูงดงามขึ้น ท่าชูไม้ชูมือแข็งๆ อย่างที่เขาทำกันก็ใช้ได้แล้ว





วันหนึ่ง...........
ฉันพบกับศพชายคนหนึ่ง
ฉันถามวิญญาณของศพว่า
"เธอเป็นอะไรตายจ๊ะ"
วิญญาณตอบฉันว่า
"ฉันเหงาตาย"
ฉันได้ยินจึงหัวเราะ เอิ๊ก เอิ๊ก
หัวเราะไม่หยุด
หัวเราะจนหายใจไม่ออก
ขาดใจตายมั่ง
วิญญาณชายผู้เหงาตาย
จึงหัวเราะฉันบ้าง เอิ๊ก เอิ๊ก
เขาบอกว่า
"ขอบคุณ ตอนนี้ฉันไม่เหงาแล้ว"

สันษณา