|
|
|
|
เหตุการณ์บางอย่าง แม้วันเวลาจะผ่านเลยมาถึงสิบกว่าปี แต่สำหรับคนบางคนกลับรู้สึกเหมือนๆ ว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เอง คราวใดที่มีเวลามานั่งนึกย้อนทวนคืนวัน ภาพเก่าๆ ก็ผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ "พี่น้องทางบ้านก็ร้องเพลงได้เกือบทุกคน ผม... ซึ่งเป็นน้องคนสุดท้องก็เลยโดนพี่ๆ เคี่ยวเข็ญให้ร้องมาตั้งแต่เด็ก เมื่อร้องเพลงพอได้แล้ว ก็คิดว่า ถ้าเราเล่นกีต้าร์ไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย ก็คงจะดีไม่น้อย ผมจึงพยายามฝึกฝนมาเรื่อย" ตอนนั้น เพิ่งได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเรียน ม.ศ. 2 ของโรงเรียน เขมาภิรตาราม นักเรียนชั้นใหม่ที่มีใจฝักใฝ่ในดันตรีเป็นหนึ่งเดียวนั้น ก็ร่วมแรงแข็งขันตั้งวงดนตรีขึ้นมา ใช้ชื่อฝรั่งเก๋ๆ ว่า 'คิวปิด' โดยมีจุดประสงค์หลักๆ ก็เอาไว้ฝึกฝีมือให้แก่กล้า ส่วนจุดประสงค์รองก็เพื่อจะได้เล่นดนตรีให้สาสะใจ เผลอๆ มีคนเห็นฝีมือ ก็อาจจะได้ออกรับจ้าง (แบบสมัครเล่น) ก็ได้ ใครจะไปรู้... นั่นคือความหวังแรกของคนหนุ่ม สำหรับหนุ่มน้อย แจ้ ดนุพล นั้น นอกเหนือจากจะเป็นมือกีต้าร์ประจำวงแล้ว สุ้มเสียงลีลาการเล่นลูกคอ อันเป็นพรสวรรค์ ผสมกับการหมั่นฝึกปรือจนโดดเด่น เห็นชัดกว่าใครอื่น ก็เลยได้เป็นนักร้องนำอีกตำแหน่ง ประเดิมงานแรกของวงคิวปิด ก็ด้วยงานปีใหม่ในหมู่มิตรสหายร่วมห้องเรียน ที่บ้านเพื่อนย่านเตาปูน งานก็ดำเนินไปด้วยดี และจบท้ายด้วยเสียงปรบมือเป่าปากอย่างชื่นชม บ่งถึงความเข้มข้นในสายเลือดของ เขมาฯ เป็นอย่างดี "ตอนนั้นผมก็เล่นกีต้าร์ได้คล่องพอสมควร ก็มีคนรู้จักกันชวนไปเล่นโฟล์คซองในคอฟฟี่ชอพชื่อ 'เลิฟ' อยู่บนชั้น 4 สยามเซ็นเตอร์ ได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 30 บาท แรกๆ ก็เล่นไปเล่นๆ เท่านั้นเอง แต่พอจบม.ศ. 5 ก็เริ่มเล่นอย่างจริงจังขึ้น มีที่เล่นอยู่หลายแห่ง ทั้งกลางวันและกลางคืน เพลงที่เล่นก็เป็นเพลงโฟล์คเก่าๆ เพลงของสุเทพ วงศ์กำแหงบ้าง เพลงของเศรษฐา ศิระฉายาบ้าง" โดยเฉพาะคนหลังสุดนี่ เป็นนักร้องนักดนตรีที่แจ้ชื่นชมในความสามารถ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ สำหรับเหตุที่ทำให้เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์นั่น ก็สืบเนื่องมาจาก "พอผมเลิกการแสดงในคอฟฟี่ชอพ กำลังเตรียมจะกลับ ผู้ชายคนหนึ่งก็เชิญผมไปที่โต๊ะ ตอนหลังมารู้ว่าเป็น คุณนัดพบ นพรัตน์ ตอนนั้นแกรนด์เอ็กซ์ขาดนักร้องนำ เพราะคุณจำรัส เศวตาภรณ์ ลาออก เขาก็ชวนผมเข้ามาแทน เราคุยกันได้สักพัก เขาก็ให้ผมไปพบกับชาวแกรนด์เอ็กซ์ เพื่อจะได้คุยกันเป็นทางการ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แกรนด์เอ็กซ์ทุกคนมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง... การก้าวมาอยู่กับแกรนด์เอ็กซ์ ต้องดีกว่าที่เป็นอยู่แน่ ผมใช้เวลาคิดอยู่ 2-3 วัน แล้วก็ตกลงใจว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมจะไปหาความรู้ในแนวสตริง..." สรุปแล้วก็ใช้เวลาเล่นโฟล์คซองอยู่ 3 ปี อยู่แกรนด์เอ็กซ์ 6 ปี เมื่อนับถึงวันนี้ ก็ 2 ปีเต็มแล้ว สำหรับตำแหน่งศิลปินเดี่ยว ระดับยอดปิรามิดของเมืองไทย "ผมดีใจที่ได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในวงแกรนด์เอ็กซ์ ซึ่งพวกพี่ๆ ในวง ต่างก็ให้ความช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการร้อง หรือเล่นกีต้าร์ หรือแม้กระทั่งการวางตัวกับแฟนเพลง ทั้งบนเวทีและนอกเวที ผมได้อะไรๆ จากที่นี่มาก" แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลืมเลยก็คือ บันไดแต่ละขั้นที่ไต่ขึ้นมา จำได้ว่า เมื่อครั้งที่ยังหาตัวตนของตัวเองยังไม่พบ ก็ยังเคยหัดร้องเลียนเพลง เลียนเสียงนักร้องชื่อดังแห่งยุค... ไม่ว่าจะเป็นแนวสุเทพ แนวเศรษฐา ก็ยังเคยจำแบบเหล่นี้มาร้องหาเงินเสียนักต่อนักแล้ว... ก็คงคล้ายๆ กับนักร้องหน้าใหม่ที่ร้องเพลงแนวแจ้ในทุกวันนี้นี่แหละ ก็วนเวียนอยู่ในวงวัฏ ก็แล้วแต่ว่าใครจะมีความสามารถ กระโดดออกมาเป็นตัวของตัวเองได้ก่อนกัน เพราะบางคนก็หลงเข้ามาในวงเวียน เพราะคิดว่าเป็นของโก้เก๋ร่วมสมัย ผลสุดท้ายก็ล้มหายตายจากวงการไปก่อนที่จะรู้ว่า เสียงแท้ๆ ตัวตนแท้ๆ ของตัวเองนั้นเป็นอย่างไรเสียด้วยซ้ำ... |