![]() |
|
แม้ประภาส จะภูมิใจ แต่ไม่มีใครเห็นด้วยกับเขาเลย แล้วเราทุกคนก็มีหน้าที่ต้องคิดต่อ และเสนอชื่อใหม่ๆ ในวันที่พบกัน
และ อะไรต่อมิอะไรมากมาย เท่าที่ปากจะพาไป
แม้กระทั่งชื่อ "สำรวย" ก็ยังมีคนเสนอ |
| จากชมรมนมแตกพาน มาเป็นนิตยสาร สะดือ |
|
แม้มีเสียงตำหนิว่าสะดือนั้นกระเดียดไปในทางที่ไม่ดี แต่เมื่อเราพิจารณาด้วยสติแล้ว ยังเห็นพ้องต้องกันว่า สะดือ นั้นนอกจากจะน่ารัก น่าเอ็นดู และเป็นอวัยวะที่เคยใช้เป็นสายสัมพันธ์ถ่ายทอดความรักและอาหารจากมารดาสู่ทารกแล้ว สะดือ ยังเป็นที่ซึ่งมีตำแหน่งอยู่กึ่งกลาง ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งอาจจะพอใช้ เป็นมาตราวัดความลามกได้ด้วย โดยการใช้หลักคร่าวๆ ว่า หากสิ่งที่เรากล่าวถึงนั้น เป็นอวัยวะที่อยู่ ต่ำกว่าสะดือ ให้ถือได้ว่าไม่สุภาพ เมื่อเราพิจารณาถ้วนถี่ จากพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน จากวงการแพทย์ จากวงการมวย และ แม้กระทั่งพระสงฆ์ผู้เจริญธรรม
แต่แล้วเราก็ได้พบว่า บัดนี้ พ.ศ.
2529 แผ่นดินสยาม ได้ถือเอา "สะดือ" เป็นคำต้องห้าม
กฎหมายขีดเส้นให้เราเปลี่ยน!! |
| สะดือไม่ผ่านทีมงานก็ไม่ท้อ |
เรารีบดึงโปสเตอร์ที่ออกแบบเสร็จแล้ว
ออกจากแท่นพิมพ์ รื้อทุกสิ่งทุกอย่าง แผ่นหาโฆษณา ใบเสร็จ บัตรสมาชิก นามบัตร
ตรายาง กระทั่งคำโฆษณาต่างๆ ก็ต้องรื้อมาร่างใหม่
เรายังทำอะไรได้น้อยนัก เมื่อเทียบกับความคิดความต้องการที่บรรเจิดไกล
จนบางครั้งถึงขนาดความคิดฟุ่มเฟือยเกินเหตุ แต่เราก็สุขใจที่ได้คิด สำนักศิษย์สะดือ
และ ไปยาลใหญ่ จึงเป็นความสุข และความภาคภูมิใจของเรา
|
| ใจรักแล้วต้องทำ |
|
เราอยากสร้างหนังสือสักเล่มที่ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป และก็ไม่เหลวไหลจนควานหาสาระไม่ได้ เรานึกถึงหนังสือที่ระมัดระวังการใช้ภาษาไทย เราฝันถึงหนังสือที่จัดรูปเล่มประณีตชวนจับต้อง อ่านง่ายๆ สบายตา เมื่อคำนวณค่าใช้จ่าย เราพบว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก และเราเองก็ไม่มีสายป่านทางการเงินที่ยาวนัก แต่เมื่อเรารักเราต้องทำ เราเริ่มตระเวณหาสมาชิก เพื่อความอบอุ่นใจ และจำนวนของคนที่ขานรับก็ช่วยเป็นกำลังใจให้เราก้าวไปข้างหน้าและกล้าขึ้น
แต่เรารักที่จะทำ อยากทำหนังสือที่เราคิดว่าดี แม้ความหวังจะมีริบหรี่ แต่เราก็รักที่จะทำ และจะทำด้วยความรัก
|